Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)
++ Rabbit Of Blue Clover ++

FMA+++Wild Dream +++

ตอนที่1

ชายหนุ่มร่างสูง เจ้าของเรือนผมสีดำเข้มยืนเดียวดายอยู่บนระเบียง สายตาเขามองเหม่อไปราวกับกำลังใช้ความคิดหนัก
ก็อก ๆ
" ขอโทษค่ะผู้พัน...พี่น้องเอลริคมาพบค่ะ"
ชายหนุ่มเดินกลับมาทรุดลงบนเก้าอี้ตัวเดิมก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ
" ขอโทษนะคะ...ทั้ง ๆ ที่..... "
ลิซ่าเอ่ยขึ้น แต่ก็ถูกตัดบทง่าย ๆ ด้วยถ้อยคำเนือย ๆของร่างสูงๆ
" ช่างเถอะ "
เด็กหนุ่มผมสีทองก้าวเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน แต่กลับไม่เห็นอัลฟอนส์ เอลริค คนน้องตามติดมาเหมือนเคย แต่ผู้พันที่เคยวางมาดกลับนั่งเท้าคางมองเหม่อไปอีกทาง ไม่มีแววกระตือรือร้นดังที่เคยเป็นมาอยู่เนืองนิจเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
" ใจคอนายจะซึมอยู่อย่างนี้อีกนานไหม ? "
เด็กหนุ่มพูดขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะทักทายกันเลยสักนิดออกไปด้วยความรู้สึกฉุนๆ
" นายมาที่นี่ทำไม ?....เอ็ดเวิร์ด "
เสียงทุ้มเอ่ยถาม...คล้าย ๆ กับจะแสดงให้เห็นชัด ๆ ว่าตัดเยื่อใยอย่างสิ้นเชิง
" อะไรกัน !! ....... นี่นายเป็นอะไรของนายกัน ! "
ร่างเล็ก ๆ เริ่มโวยวาย เพราะนอกจากจะไม่เข้าใจแล้ว ยังรู้สึกฉุน ๆ กับคำพูดห่างเหินนั้นอีกต่างหาก
" นายรู้ไหมว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วงนายขนาดไหน !! คุณฮาวอคน่ะ ถึงกับซึมไปแล้วนะ ส่วนคุณลิซ่าน่ะก็เศร้า ๆ ขนาดนี้ เพราะนายไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง แล้วก็มาหมกตัวซึม ไม่พูดไม่จาอยู่ที่บ้านนอกนี่ "
หนัก ๆ เข้าเด็กหนุ่มก็ร่ายยาวอย่างเหลือทน แม้ดวงตาสีเข้มจะไม่มีแววเปลี่ยนแปลง แต่นิ้วมือที่เกร็งกำ จิกลงบนโต๊ะไม้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั้น บอกแก่เด็กหนุ่มได้อย่างดี ถึงความอดทนของผู้พันหนุ่มที่ค่อย ๆ ลดลง เรื่อย ๆ
" มันไม่ใช่ธุระอะไร...ที่เด็ก ๆ อย่างเธอจะต้องมาตะโกนใส่หน้าฉัน...เอ็ดเวิร์ด "
ชายหนุ่มพยายามระงับโทสะ น้ำเสียงที่ตอบนั้นเรียบง่าย แต่แววตาเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไป
" คำก็เด็ก!! สองคำก็เด็ก!! ..... แล้วผู้ใหญ่อย่างนายกลับมาทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้อยู่นี่น่ะนะ "
ปัง!!!!!
ร่างสูงผลุดลุกขึ้นอย่างเร็ว ฝ่ามือกร้านกระแทกปังบนโต๊ะอย่างรุนแรงเสียจนเด็กหนุ่มยังตกใจเสียจนผงะ ถอยห่างโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วของผู้พันหนุ่มมีเลือดไหลซึม หยดลงบนพื้นโต๊ะจนเด็กหนุ่มรู้สึกสับสน
" อะ...อะไรกัน ปรกติ...ปรกตินายไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย วัน ๆ เอาแต่คิดถึงมินิสเกิร์ต เอาแต่ยิ้มหัวเราะเยาะชั้น ....... ทำไม ? .... นายเป็นอะไรไปน่ะ ? "
ร่างเล็ก ๆ เจ้าของเรือนผมสีทองเอ่ยตะกุกตะกัก เพราะแววตาดุ ๆ ที่มองมานั้นแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกถูกคุกคาม อีกทั้งความไม่เข้าใจก็พาให้รู้สึกสับสนยิ่งขึ้น
" ออกไปซะ...อย่ามาพูดแบบนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างนะ "
" กะ....ก็แล้วมันมีอะไรเล่า! เล่าให้ฟังไม่ได้รึไง ? "
คราวนี้ผู้พันหนุ่มสะบัดหน้าพรืดหนีแววตาอ้อน ๆ ของเด็กหนุ่ม เจ้าตัวกัดริมฝีปากเรียวของตนโดยไม่ยอมเอ่ยอะไรต่อไป
" นายไม่ไว้ใจชั้นสินะ... "
คราวนี้เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างตัดพ้อ น้ำตาเริ่มรื้นในดวงตาสีทอง เจ้าตัวใช้มือข้างที่เป็นออโต้เมลปกปิดดวงตาที่อ่อนแอนั้น ก่อนที่จะหันหลังให้ร่างที่สูงกว่า
ร่างสูงมองเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มและคำพูดตัดพ้อนั้น...มันเกือบที่จะทำให้เขาหลุดปากออกไป ยังดีที่อีกฝ่ายหันหน้าหนีไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงแย่
" ชั้น... "
" ช่างเถอะ !! จะยังไง...ชั้นมันก็แค่เด็ก นายคงไม่ต้องการฟังอะไรที่ชั้นพูดหรอก ชั้นมันโง่เองที่น่าจะรู้ว่าไม่มีค่าพอที่นายจะเสวนาด้วย...ชั้นไปล่ะ. . . .ผู้พัน!! "
ปัง!!
เอ็ดเวิร์ดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ผู้พันหนุ่มมองประตูบานที่ปิดลงนั้นด้วยแววตาเจ็บปวด นิ้วที่ห้อเลือดนั้นถูกยกขึ้นขย้ม...จิกลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตนเองจนเปื้อนเปรอะด้วยรอยเลือดแดง....ตรงหัวใจ

เด็กหนุ่มเดินกระแทกปัง ๆ ด้วยความโมโหระคนความรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจ เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงได้พลอยเศร้ากันไปเสียหมด....ก็เจ้าตัวก่อเรื่องนั่นเป็นไปได้ถึงขนาดนั้น มันจะไปแปลกอะไรกัน!!
" เป็นยังไงบ้างครับพี่ ? "
อัลฟอนส์คนน้องเอ่ยถามขึ้น แม้จะพอเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ลาง ๆ ว่าเป็นไปในทางใด
" ไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง....ไม่มีใครเดาออกเลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ "
เด็กหนุ่มหันไปถามลิซ่าด้วยแววตากลัดกลุ้ม แต่สิ่งที่ได้รับคือแววตาหม่นกับอาการส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างจนปัญญา
เด็กหนุ่มยกมือข้างที่เป็นออโต้เมลขึ้นกุมขมับด้วยความปวดหัว ก่อนจะกัดฟันกรอด ๆ กระแทกฝ่ามือเข้ากับผนังอย่าเหลืออด แล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที ท่ามกลางความตกใจของทั้งอัลฟอนส์และริซ่า
- ก็จะไม่ให้โมโหได้ยังไงกัน....ไอ้คำพูดแทงใจนั่นมันกวนใจออกอย่างนั้น!!-
เด็กหนุ่มคิดอย่างฉุน ๆ ด้วยเมื่อครู่เกิดนึกถึงประโยคที่เขาไม่ชอบใจที่สุดขึ้นมา....
" มันไม่ใช่ธุระอะไร...ที่เด็ก ๆ อย่างเธอจะต้องมาตะโกนใส่หน้าฉัน...เอ็ดเวิร์ด "
" ชิ!! ไม่ใช่ธุระ!! .... "
คราวนี้เจ้าเหล็ก....เด็กหนุ่มที่พยายามใจแข็งเหมือนเหล็กกลับน้ำตาซึมนั่งลงก้มหน้านิ่งงัน ไหล่เล็ก ๆ สั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร....

กลับกันนั้น...อัลฟอนส์ซึ่งเดินออกตามหาพี่ชายกลับบังเอิญเดินผ่านห้องของผู้พันหนุ่ม ประตูไม้บานหนาแง้มไว้เล็กน้อย แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะมองเห็นอะไรได้ บังเอิญที่ความพยายามจะแง้มประตูออกอีกนิด กลับทำให้ประตูเปิดออกกว้างกว่าที่ต้องการ ผู้พันหนุ่มซึ่งกำลังเหม่อลอยหันมามองร่างกายที่เป็นเกราะเหล็กซึ่งทำอาการเก้อ ๆ อย่างไม่ได้ยินดียินร้าย ปลายนิ้วของร่างที่นั่งเงียบนั้นก็ยังคงมีเลือดไหลซึมอยู่
" ขอโทษจริง ๆ ครับ เอ่อ....แผลนั่น "
" ไม่มีอะไรหรอก เธอไปซะเถอะ "
ร่างสูงพูดตัดบททันทีอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาเหงาหงอยแปลก ๆ หันกลับไปมองด้านนอกหน้าต่างดังเดิม นิ้วมือที่ซิบเลือดนั่นก็ถูกปล่อยไว้...โดยเจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการใส่ใจใยดีแม้แต่น้อย
" เอ่อ...อาจจะรบกวน แต่ว่า...ผมคิดว่า การที่ผมไม่มีร่างกาย ไม่มีโอกาสได้รู้สึกถึงสายลมและแสงแดด มันดู...หดหู่ ผมคิดอยู่ตลอดว่าสิ่งที่ผมเจอ อาจจะทำให้ผมเป็นบ้าได้ถ้าหากไม่มีพี่คอยเป็นห่วงผมเสมอ ๆ ผม...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า... "
อัลฟอนส์เอ่ยตะกุกตะกัก พยายามอธิบายถึงสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ตลอดมา หวังว่าจะช่วยให้ผู้พันหนุ่มรู้สึกดีขึ้นบ้าง สายตาคมรีแลกลับมายังผู้มาเยือนอีกครั้ง ร่างสูงรับฟังถ้อยคำต่าง ๆ แล้วเหมือนกับเริ่มคิดถึงอะไรบางอย่าง
"เธอเองก็ลำบากมากสินะ...อัลฟอนส์"
ผู้พันหนุ่มเริ่มพูดขึ้นบ้าง ถึงแม้จะยังดูอาการเรียบ ๆ เนือย ๆ อยู่ก็ตาม
"ครับ..."
" แต่ว่า...เรื่องของชั้นมันเป็นสัญชาตญาณของตัวเอง ที่นับวันมันก็ยิ่ง.....รุนแรง ชั้นเองก็...ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่ว่า....ชั้นรู้แต่ว่านับวันมันก็ยิ่งจะยากที่จะควบคุม มันแก้ยากลำบากเกินกว่าที่ชั้นจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปอีกได้น่ะ.... "
" เอ๋ ? "
ยิ่งฟัง...อัลฟอนส์ก็ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ อาจจะไม่เข้าใจก็ตามแต่ เขาคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กอย่างเขาจะเข้าใจเป็นแน่แท้ จึงได้ก้มหน้าอย่างหมดปัญญาทำเอาผู้พันหนุ่มซึ่งเงียบเฉยมาตลอดยิ้มที่มุมปากแว่บหนึ่งก่อนที่จะหันกลับไปมองท้องฟ้านองหน้าต่างบานกว้างดังเดิม
" แต่ว่า....พี่ชายของผมคงอยากให้ผู้พันเล่าให้ฟังนะครับ "
" ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้นล่ะ ? มันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่เขาอยากจะฟังหรอก พวกเธอนั้น....ยังเด็กนัก "
ร่างเกราะเหล็กนิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิด ถึงบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่จะโผล่งขึ้นถึงภาพที่เห็นเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา
" ที่ผมคิดอย่างนั้น...ก็เพราะว่าผมเห็นพี่ร้องไห้ครับ "
ทันใดนั้นเอง นิ้วมือที่ยังห้อเลือดกระตุกเกร็งขึ้นในทันที ผู้พันหนุ่มหันขวับกลับไปมองคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว แววตา...เหมือนกับไม่เชื่อถึงสิ่งที่ได้ยิน
" อะไร...นะ "
" ก็...หลังจากที่คุยกับผู้พัน เค้าคุยกับผมอยู่พักนึงก็วิ่งออกจากห้อง ผมตกใจมาก ก็เลยเดินตามไป....แล้วก็เห็น "
คนพูดเงียบไปเล็กน้อยก่อนสรุปในตอนท้ายถึงสิ่งที่ได้เห็น
" พี่ชายเค้านั่งลงร้องไห้อยู่คนเดียวตรงระเบียง ผมเองก็เผลอเรียกไป พอพี่เห็นผมก็เลยวิ่งหายไปไหนอีกก็ไม่รู้ครับ ผมก็กำลังตามหาอยู่พอดี "
ร่างสูงผลุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าแสดงถึงความตกใจแบบที่คนเล่าเรื่องเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย !

ผู้พันหนุ่มยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น เขาก้มลงมองปลายนิ้วที่เกิดแผลแล้วก็เดินตรงออกจากห้องทันที อัลฟอนส์จึงถือโอกาสตามไปติด ๆ และอยู่ดี ร่างกายสูง ๆ ที่กำลังก้าวฉับ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น แต่ก็แฝงด้วยความไม่มั่นใจในน้ำเสียงอย่างไม่น่าเชื่อว่าผู้พันหนุ่มคนนี้จะเป็นไปได้
"ชั้นควรจะพูดใช่ไหม ? ตอบสิอัลฟอนส์ ? "
ถ้าหากยิ้มได้ ร่างเกราะเหล็กคงยิ้มอย่างยินดี เขาคิดดังนั้นอย่างเสียดายก่อนที่จะเอ่ยตอบไป
" ครับ!! "


ไม่นานจากนั้น ผู้พันหนุ่มก็หยุดยืนมองร่างเล็ก ๆ ที่นั่งคู้อยู่ในสวน ดวงตาสีทองจ้องมองลงไปในบ่อน้ำพุด้วยแววตาเศร้าสร้อย เด็กหนุ่มใช้นิ้วมือข้างที่เป็นออโต้เมลไล้ผิวน้ำเล่นเบา ๆ อยู่เพียงลำพัง
" เจ้าเหล็ก... "
ร่างสูงเอ่ยเรียกเบา ๆ เด็กหนุ่มจึงหันควับด้วยความตกใจ
" นาย...มาทำไม ? "
ตอนแรกเด็กหนุ่มแปลกใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความยินดีจนเผลอจะถลันเข้าไปหา แต่ความขุ่นใจจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ท้ายประโยคเอ่ยด้วยเสียงห้วน กระด้าง
" ขอโทษ...ที่พูดแบบนั้น "
ผู้พันหนุ่มเดินเขาหาร่างที่เล็กกว่าพร้อม ๆ กับเอ่ยขอโทษ เด็กหนุ่มสังเกตว่าน้องชายของตนที่ตามร่างสูง ๆ มานั้นหลบหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
" ช่างเถอะ ยังไงชั้นมันก็เด็ก "
ผู้พันรอย มัสแตงค์ อยากจะสาบานว่าไม่เคยอึดอัดใจเท่านี้มาก่อนในชีวิต ร่างกายสูงเอื้อมมือไปจับไหล่เล็ก ๆ บีบเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น แต่ความสั่นของน้ำเสียงก็แสดงความประหม่าออกมาไม่น้อยเลยทีเดียว
" ชั้น...ขอโทษ ไม่ได้คิดจะพูดให้เธอเสียใจหรอกนะเจ้าเหล็ก แต่ว่า....ชั้นค่อนข้างสับสน แล้วก็เลยคิดว่าถ้าหากพูดตัดบทไป เด็ก ๆ อย่างนายก็คงเลิกสนใจเรื่องนี้ไปเอง เพราะยังไงชั้นคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะเล่า... "
เด็กหนุ่มหันไปสบตาคมคู่เดิมนั้น ก่อนที่จะถอนใจช้า ๆ ราวกับตลอดเวลาที่หนีเข้ามาในสวนนั้น เด็กหนุ่มได้ครุ่นคิดเสียจนเหนื่อยอกเหนื่อยใจ
" ไม่เล่าก็ไม่เป็นไร... "
เด็กหนุ่มตัดบทพร้อมกับเบือนหน้าหลบสายตาคมๆ นั้น เพราะเขาก็รู้สึกว่าร่างสูงตรงหน้าคงไม่พร้อมจริง ๆ ที่จะเล่าอะไรทั้งนั้นในตอนนี้
" ไม่อยากฟังเรื่องของชั้นแล้วเหรอ ?.... "
" ก็นายไม่อยากเล่า...ก็ไม่ต้องเล่าตอนนี้ก็ได้ "
น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยถาม ทำให้ร่างเล็ก ๆ ตอบเสียงอ่อนโยนลงมาก
ผู้พันหนุ่มยกนิ้วมือข้างที่ยังซึมเลือดนั้นขึ้น...ไล้ปลายนิ้วที่เลือดยังซึมอยู่นั้นที่แก้มเล็ก ๆ อย่างแผ่วเบา เด็กหนุ่มรู้สึกตกใจกับรอยแผลที่ปลายนิ้วนั้นแต่ในขณะเดียวกันหัวใจก็รู้สึกสะท้านอย่างบอกไม่ถูก
" เรื่องที่เธออยากฟัง...มันเป็นเรื่องของ รอย มัสแตงค์ ผู้ชายบ้า ๆ คนนี้... ที่ไม่ใช่ผู้พันคนที่ใคร ๆ ก็ฝากความหวังไว้บนไหล่มากมายพอ ๆ กับดาวที่ประดับบนไหล่คนนั้นนะ แน่ใจเหรอ ? ว่าอยากฟังน่ะ ? "
" อะ... "
ความรู้สึกแปลก ๆ นั้นทำให้ร่างเล็ก ๆ ประหม่าอย่างช่วยไม่ได้
เด็กหนุ่มคว้านิ้วที่บาดเจ็บเอาไว้ช้า ๆ อดที่จะลูบเบา ๆ ก่อนเอ่ยถามออกไปไม่ได้
" ตอนที่ทะเลาะกับชั้นสินะ...แผลนี่น่ะ ขอโทษนะ ชั้นน่าจะรู้ว่านายก็ผู้ชายคนนึง ไม่ได้เป็นอะไร ๆ ที่ใคร ๆ ยัดเยียดให้แบบนั้น ชั้นน่าจะพูดกับนายดีกว่านั้น... "
ใบหน้าของผู้พันหนุ่มมีสีเรื่อเล็กน้อยขึ้นไปจนถึงใบหูเมื่อเด็กหนุ่มพูดขึ้น มือข้างที่ว่างค่อย ๆ ยกขึ้นจับแก้มของร่างเล็ก ๆ อย่างถนอมพร้อม ๆ กับเอ่ยถามประโยคเดิม แม้ไม่ได้คาดคั้น แต่มันก็ทำให้เด็กหนุ่มสั่นน้อย ๆโดยไม่รู้ตัว
" ไม่อยากฟังเหรอ ? เรื่องของ รอย มัสแตงค์ ผู้ชายโง่ ๆ คนนี้น่ะ "
ดวงตาคมรีจ้องลึกลงไปในดวงตาสีทอง สายตานั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ที่ทำให้เด็กหนุ่มตกประหม่าเสียจนแทบทนไม่ไหว...

เด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างเงียบ ๆ สายฝนที่ตกปรอย ๆ ยิ่งเสริมให้บรรยากาศยิ่งจะดูเหงาประหลาด เด็กหนุ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะก้มลงมองร่างสูงของผู้พันหนุ่มช้า ๆ แววตายังบ่งบอกถึงความกังวลที่เด็กหนุ่มไม่สามารถสลัดออกจากหัวใจได้เอาไว้อย่างชัดเจน

ร่างกายสูงหลับสนิทโดยเจ้าตัวซบใบหน้าลงบนตักของเด็กหนุ่ม วงแขนกว้างโอบรอบเอวเล็ก ๆ ไว้อย่างแน่นหนา เด็กหนุ่มใช้นิ้วข้างที่เป็นออโต้เมลเขี่ยเส้นผมสีดำสนิทซึ่งปรกใบหน้าคมออกไปช้า ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอนั้นแสดงอาการหลับสนิทผู้พันหนุ่มจึงไม่รู้สึกตัวถึงสิ่งที่เอ็ดเวิร์ดกระทำแก่เขาแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะวางมือลงบนไหล่กว้าง ๆ ลูบ เบา ๆ คล้ายปลอบประโลมแผ่วเบา ก่อนจะหวนคิดถึงคำบอกเล่าของหลาย ๆ คนเกี่ยวกับร่างสูง ๆ ในช่วงระยะหลังนี้

- ผู้พันไม่ค่อยนอน...อันที่จริงคือน่าจะนอนไม่หลับมากกว่า คล้าย ๆ ฝันแปลก ๆ หอบหายใจรุนแรง แล้วก็ตกใจตื่นอยู่บ่อย ๆ -
นั่นเป็นสิ่งที่ลิซ่าบอกเล่าแก่เด็กหนุ่ม

เด็กหนุ่มคิดถึงคำพูดนั้น ขณะเดียวกันนั้น ร่างที่ซุกตักเล็ก ๆ หลับสนิทอยู่นั้นก็ขยับลุก สายตาที่เงยขึ้นสบดวงตาสีทองมีอาการง่วงงุน มือใหญ่ ๆ ยกขึ้นกุมขมับคล้ายยังมึนงงอยู่มาก

" อือ.... "
" เป็นไงบ้าง นอนหลับสนิทเลยสินะ ? "
ผู้พันหนุ่มหันมาสบตาเด็กหนุ่มงงๆ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสับสน
" เกิดอะไรขึ้นเหรอ ? จำได้ว่าอยู่ในสวน แล้ว.... "
เด็กหนุ่มยิ้มน้อย ๆ พลางปัดเส้นผมที่ปรกลงมากั้นดวงตาคมออก
" พอฝนทำท่าจะตก นายก็ทรุดลงไป...หลับสนิทเลยนะ "
" อะไรนะ ? อา...มันมึน ๆยังไงบอกไม่ถูก "
ผู้พันหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อหู แต่อาการมึนงงก็บอกเขาได้เป็นอย่างดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
" เห็นคุณลิซ่าบอกว่า...นายนอนไม่ค่อยหลับ ร่างกายมันคงอดทนมาจนถึงที่สุดแล้วล่ะนะ ถึงได้สลบลงไปแบบนั้น...เพราะถึงยังไง คนเรามันก็ต้องพักผ่อน "
เด็กหนุ่มปลอบพร้อม ๆ กับลูบไหล่กว้างเบา ๆ ดวงตาคมมองร่างเล็กก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อม ๆ กับเอ่ยถามคำถามดิมอีกครั้ง
" แล้วเรื่องของชั้น เธออยากฟังเมื่อไหร่ล่ะ? "

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 06 ก.พ.48 เวลา 04:32:37 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 11 จากทั้งหมด 11 Reply

Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)

++ Rabbit Of Blue Clover ++

++ ตอนที่ 2 ++

- แล้วเรื่องของชั้น เธออยากฟังเมื่อไหร่ล่ะ? -
หลังจากที่เด็กหนุ่มถูกทวงถามด้วยประโยคนั้น นี่ก็ผ่านมา4วันมาแล้ว และ...ผู้พันของเขาก็กลับมาทำงานตามปรกติเรียบร้อย รอย มัสแตงคนนั้น ดูเหมือน จะเป็นคนเดิมอย่างที่ผ่านมา มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า...สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้นั้น มันไม่ใช่ความจริง!!

" เป็นไงล่ะเจ้าเหล็ก มัวเหม่ออะไรอยู่ ? ...รึว่าแอบมองสาวที่ไหนเรอะ!! "
อยู่ดี ๆ คนที่อยู่ในห้วงคำนึงของเด็กหนุ่มก็เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ แถมท้ายประโยคนั่นยังแซวเล่นเสียอีก ร่างสูงยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะหัวเราะออกมา เด็กหนุ่มรู้สึกชากระตุกที่ริมฝีปากของตนในทันที จนสุดท้ายต้องหลบสายตาช้า ๆ
" วันนี้...อารมณ์ดีจังเลยนะผู้พัน "
เด็กหนุ่มฝืนหัวเราะก่อนจะหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ให้ร่างสูงดูพลางพูดกลบเกลื่อน
" ชั้นอ่านหนังสือนี่น่ะ...มันบอกว่าผู้ชายมีโอกาสเจริญเติบโตได้มากสุดอาจจะถึงอายุ25เชียวนะ ชั้นยังมีเวลาอีกถมถืดที่จะสูงให้ทันนายเลยล่ะ ฮ่าๆๆ "
" งั้นเหรอ ? ดีจังน้าเด็ก ๆ นี่น่ะ "
เด็กหนุ่มหัวเราะ ดวงตาสีทองเป็นประกายแวบหนึ่งก่อนจะจางลงเพราะแม้ว่าอีกฝ่ายจะยิ้มตอบ แต่สายตาที่มองมายังตนนั้นแฝงความรู้สึกร้าวรานอย่างบอกไม่ถูก...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการที่เขาทรยศร่างสูงในวันนั้น...
" อะ...โอ๊ะ!! ชั้นต้องไปแล้วล่ะ นัดอัลเอาไว้ "
ร่างเล็ก ๆ ตัดบททันทีพลางเก็บหนังสือขึ้นถือแนบอก
" ดะ...เดี๋ยวสิ เจ้าเหล็ก "
" ไปล่ะครับผู้พัน "
เด็กหนุ่มฝืนยิ้มก่อนที่จะอุ้มหนังสือวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่รั้งรอให้ผู้พันหนุ่มพูดจบ ไม่ใช่ว่าเด็กหนุ่มเกลียดร่างสูง แต่ว่ามันคือความรู้สึกผิดต่างหาก!

ผู้พันหนุ่มมองตามหางเปียสีทองและร่างเล็ก ๆ ซึ่งวิ่งจากไปด้วยสายตาเศร้าสร้อย เขาหยิบบางสิ่งออกมากำไว้แนบอกกว้างของตนก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้นอยู่นานอย่างเงียบงัน
" นี่ชั้นขอร้องนายมากไปรึเปล่านะ ? เจ้าเหล็ก "
หยดน้ำพรายลงบนพื้น พร้อม ๆ กับไหล่กว้าง ๆ ที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด แต่ผู้พันหนุ่มหารู้ไม่ คนที่วิ่งจากไปนั่นก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มวิ่งมาจนเหนื่อยหอบ ร่างเล็ก ๆ อุ้มหนังสือหยุดหอบหายใจแรงอยู่กลางทางเดินหลังจากวิ่งออกจากห้องมาได้ไกลพอสมควร เจ้าของเรือนผมสีทองปาดเหงื่อด้วยมือข้างที่ว่าง หัวใจยังไพล่คิดไปถึงคนที่ตนวิ่งจากมา แล้วก็ย้อนนึกถึง...เหตุการณ์ในวันนั้น

" แล้วเรื่องของชั้น เธออยากฟังเมื่อไหร่ล่ะ? "
ในตอนนั้น น้ำเสียงทุ้มต่ำถามอย่างอ่อนโยนระคนเว้าวอน สายตาที่ก้มลงมองลึกลงไปในดวงตาสีทองนั้น ก่อให้ร่างเล็ก ๆ รู้สึกร้อนรนอย่างประหลาด
" ชะ...ชั้น "
เด็กหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก

แม้ในทีแรกตั้งใจว่าอยากจะรับรู้เรื่องราวของร่างที่สูงกว่า แต่เมื่อคิดถึงความพร้อมของจิตใจก็ไม่อยากเร่งเร้าเจ้าของดวงตาคมนั้น แม้ว่าในหัวใจยังตะโกนก้องซ้ำซาก
- อยากรู้...ชั้นอยากรู้-

แต่ว่าพอมาถึงในตอนนี้ ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นฉับพลันในวินาทีนี้ กลับทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกกลัว...กลัวที่จะรับรู้โดยไม่รู้สาเหตุ
หรืออาจจะเป็นเพราะสายตาที่มองเขาราวกับจะดิ่งลึกถึงข้างในคู่นั้น หรือว่า...อ้อมแขนกว้างนั้นให้ความรู้สึกดีและอบอุ่นอย่างประหลาดนั่นเสียก็ไม่รู้ ที่ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มสับสน
แต่ในขณะที่ในหัวของร่างเล็ก ๆ ยังไม่ทันหาคำตอบได้ในทันทีนั้นเอง
ร่างสูง ๆ นั้นก็เอ่ยคำถามเดิมซ้ำ...ด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงอ่อนหวานกว่าที่เคย
" ได้โปรด...ตอบชั้นทีได้ไหม ? "

ในตอนนั้นเองที่ร่างกายสูงรวบเด็กหนุ่มกอดรัดหวงแหน แม้ว่าอ้อมกอดนั้นมันช่างทำให้เอ็ดเวิร์ดอบอุ่นเหลือเกิน...แต่ว่า ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เคยสัมผัสเป็นครั้งแรก ได้รู้สึกเป็นครั้งแรก กับคน ๆ นี้เป็นคนแรกนั้น...มันแปลกใหม่เกินไป! มันชวนให้หัวใจเต้นมากเกินไป จนสมองสับสนจนเกินไป และนั่นเองที่ทำให้เด็กหนุ่มทำสิ่งที่ตนเองก็รู้ดีว่า...ไม่ควรทำออกไป แม้ว่าจะด้วยความสับสนตื่นเต้น แต่มันก็ทำให้อีกฝ่าย...คงรู้สึกเจ็บปวดที่สุด
" มะ...ไม่นะ!! "
เจ้าของดวงตาสีทองดันร่างสูงออกอย่างตกใจ ทำให้ผู้พันหนุ่มชะงักงัน ในสายตาแฝงแววเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย แม้ว่าริมฝีปากจะยิ้มน้อย ๆ และเอ่ยขึ้นในตอนสุดท้าย
" ขอโทษนะ...เจ้าเหล็ก ชั้นคงเอาแต่ใจเกินไปหน่อย "
เขาขยับลุกจากเตียงนอนกว้างอย่างเงียบ ๆ และเดินจากไปอย่างช้า ๆ
ในทันทีที่ประตูห้องนอนบานหนาปิดลง เด็กหนุ่มก็เหมือนเพิ่งรู้สึกตัว
" เดี๋ยว...ชั้นไม่ได้...ไม่ได้ตั้งใจนะ "
ร่างเล็ก ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดริมฝีปาก แล้วก็ปล่อยน้ำตาไหลออกมาในตอนนั้นเอง
- ชั้นทำผิด !! ชั้นทำอย่างนั้นไปได้ยังไงกัน !! ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นเจ็บปวดมาขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่ดวงตานั้นขอร้องขนาดนั้น !! -
" ชั้นไม่ได้ตั้งใจ... "
เด็กหนุ่มรำพัน รู้อยู่เต็มอกว่าการกระทำของตนนั้น...ทรยศความรู้สึกของผู้พันหนุ่มอย่างรุนแรง!!

ผู้พันหนุ่มยืนเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ในมือถือนาฬิกาพกของเด็กหนุ่มซึ่งเขากำลังนึกถึงไว้พร้อมกับใช้ความคิดไปเรื่อย ๆ ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น กลุ่มควันลอยละล่องเป็นกลุ่มสีดำหนาทึบจากสวนกลางเมือง ผู้พันหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเก็บนาฬิกาพกใส่กระเป๋าทันทีแล้วหมุนกายสูงไปคว้าเสื้อโค้ตสีดำคู่กายมาสวมอย่างแคล่วคล่อง

ในขณะเดียวกันนั้นประตูห้องก็เปิดผางออกพร้อม ๆ กับลิซ่าที่ก้าวเข้ามาอย่างรีบเร่ง

" ผู้พันคะ มี.... "
" ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยรายงาน ว่าแต่เอ็ด....กับอัลฟอนส์ล่ะ ? "
ร่างสูงตัดบททันที แล้วก้าวออกจากห้องพร้อม ๆ กับหญิงสาวที่เดินตามแล้วเอ่ยรายงานทันที
" ล่วงหน้าออกไปแล้วค่ะ "

คำที่เอ่ยรายงานนั้นทำเอาผู้พันหนุ่มชะงักงัน เขาถามขึ้นอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
" อะไรนะ!! "
แม้หญิงสาวจะตกใจกับสีหน้าขอผู้พันหนุ่ม แต่ก็ยังรายงานยืนยันหนักแน่นเช่นเดิมตอบกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ ทำเอาคนฟังหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที ช่วงขายาว ๆ ก้าวฉับ ๆ อย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่สน และไม่มีทางรั้งรออีกต่อไปแล้ว

หญิงสาวสังเกตว่าชายหนุ่มสถบเบา ๆ อย่างร้อนใจตลอดทาง ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนจนอดที่จะแปลกใจไม่ได้

ในขณะเดียวกันนั้นเอง เด็กหนุ่มผมสีทองวิ่งห้อไปพร้อม ๆ กับน้องชายอย่างรวดเร็วและไปถึงยังจุดหมายในเวลาไม่นานนัก เสียงผู้คนแตกตื่นดังอย่างต่อเนื่อง เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปเห็นต้นปัญหาได้ในทันที
" เจ้านั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย!! "
เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างรำคาญใจ หลังจากที่พบว่าตัวปัญหาเป็นกลุ่มต่อต้านซึ่งถูกใครบางคนเผาร่างซะเกรียมมาเมื่อไม่นานมานี้เอง

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ลูกปืนรัวใส่ทั้ง 2 คนพี่น้องอย่างไม่รอช้า ราวกับจะบอกว่า - ใครเร็วใครได้ -
เด็กหนุ่มเรียกกำแพงหนาขึ้นกั้นร่างตนและน้องชายจากห่ากระสุนทันที พร้อม ๆ กับปรากฎใบมีดแหลมที่แขนขวา เอ็ดเวิร์ดหันไปบอกแผนการณ์แก่ผู้เป็นน้องทันทีอย่างไม่รอช้า

" อัล!! โยนนี่ใส่มันซะ แล้วชั้นจะพุ่งออกไปจัดการมันเอง!! "
เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับชี้ไปที่ก้อนหินขนาดเท่าลูกฟุตบอล อัลฟอนส์พยักหน้ารวดเร็วก่อนจะคว้าก้อนหินมาถือให้ถนัดมือ ก่อนที่จะโผล่ออกไปโยนเข้าหาเจ้าบ้าที่รัวกระสุนมาไม่ยั้งอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้นเองที่ผู้พันหนุ่มและลิซ่ามาถึงพอดี ร่างสูงร้องตะโกนห้ามด้วยเพราะมองเห็นแววตาสีทองเป็นประกายขึ้น เขาก็รู้ทันทีว่า ร่างเล็ก ๆ เตรียมจะพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างไม่ลังเล
" อย่าทำแบบนั้น!! "
เด็กหนุ่มพุ่งออกจากเกราะกำบังโดยไม่ได้สนใจคำเตือนแม้แต่น้อย แต่โชคไม่ดีนักที่อีกฝ่ายหลบก้อนหินที่หมายเหวี่ยงไปโดนนั่นได้อย่างสุดจะเป็นปาฏิหารย์ มันหันปืนเล็งมายังร่างเล็ก ๆ ที่พุ่งเข้าไปหาทันที
" แย่แล้ว!! "
ลิซ่าอุทานขึ้นอย่างตกใจ แต่ในวินาทีนั้น เธอก็เห็นร่างสูงซึ่งเคยยืนตะโกนอยู่ข้าง ๆ พุ่งออกไปราวกับลูกธนูรบ!!

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดด

คนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์กรีดร้องขึ้น เด็กหนุ่มหลับตาลงอย่างหวาดกลัวในช่วงเสี้ยววินาทีที่กระบอกปืนหันมาสู่ตน

แต่....แทนที่จะได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส หรือบาดแผลฉกาจฉกรรที่อาจจะแสกหน้าตน แต่กลับรู้สึกถึงการโอบอุ้มอย่างฉับพลันในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็น...และความตาย

ร่างสูงของผู้พันหนุ่มพุ่งออกไปอย่างไม่ลังเล เขาคว้าร้างเล็ก ๆ แล้วโอบไว้แน่น กระสุนที่ถูกรัวเข้าใส่ทั้งชุดนั้น แทนที่จะฝังเข้าสู่ร่างเล็ก ๆ แต่กลับกลายเป็นช่วงไหล่กว้างที่พุ่งเข้ามาป้องกันเขาเสียแทน กระสุนทั้งชุดนั้น ส่วนใหญ่ไม่โดนคนทั้งคู่ แต่ก็มีนัดหนึ่งที่ฝังสู่ไหล่กว้างของร่างสูง ๆ

ร่างของคนทั้งคู่ไถลไปอีกทางหนึ่ง แต่เมื่อตั้งหลักได้ในวินาทีต่อมา ผู้พันหนุ่มก็ยกมือข้างที่ยังสามารถยกขึ้นไหวนั้นขึ้น.....

บรึมมมมมมม!!!

ปรากฎประกายไฟและก่อให้เกิดการระเบิดในเวลาต่อมาทันที ลิซ่าซึ่งตั้งสติได้รัวกระสุนเข้าใส่คนร้ายอย่างไม่รั้งรอ พร้อม ๆ กันนั้น อัลฟอนส์ก็โยนก้อนหินขนาดเท่าลูกบอลเข้าใส่อีกแรง

เมื่อกลุ่มควันสีเทาจากการระเบิดจางหายไปก็พบว่าผู้ก่อการร้ายที่ร่างถูกเผาเกรียม ทรุดลงนอนนิ่งไปเรียบร้อยแล้ว

ร่างของผู้พันหนุ่มทรุดลงทันทีหลังจากที่การต่อสู้รู้ผล เลือดสีแดงสดไหลออกจากบาดแผลตรงไหล่ด้านหลังหยดลงบนพื้นหินหยาบทำให้ร่างเล็กในอ้อมแขนเบิกตาโพลง น้ำตาจากดวงตาสีทองไหลออกมาด้วยความตกใจ และที่เหนือสิ่งอื่นใด....ความกลัว!!

" ผู้พัน....นาย.... "
" ชั้นไม่เป็นไรหรอก เธอไม่บาดเจ็บตรงไหนสินะ.... "
ดวงตาคมมองมายังเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน แม้จะแฝงด้วยความโรยล้า
" ไม่...ไม่!! ชั้นไม่เป็นไร แต่ว่านาย....นาย "
ร่างเล็ก ๆ สั่นสะท้าน พยายามพยุงร่างที่โรยแรงของผู้พันหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย ร่างสูง ๆ ยิ้มตอบแม้เหนื่อยล้า
" ดีแล้ว....ที่เธอไม่เป็นอะไร......ฉัน.... "

ตุบ!!!!!

ร่างสูงล้มลงกระแทกพื้นทันทีโดยไม่ทันพูดจบ เลือดไหลออกจากบาดแผลเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ลิซ่าซึ่งรีบวิ่งมานั้นใบหน้าซีดเผือดทันที เด็กหนุ่มสัมผัสที่ใบหน้าของผู้พันด้วยนิ้วมือที่สั่นสะท้าน ริมฝีปากบาง ๆ สั่นระริก จนกว่าจะเอ่ยคำใดออกมาได้ก็ยากเย็นเหลือเกิน

" อย่าเป็นอะไรนะ!....ชั้นขอโทษ.....ลืมตาขึ้นมาก่อนสิ อย่าหลับไปแบบนี้สิ "

ร่างเล็ก ๆ พูดพร้อม ๆ กับน้ำตาที่ไหลพราก ความรู้สึกต่าง ๆ ประดังประเดเข้าสู้สมองน้อย ๆ เสียจนพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดออกมาจนหมด

" ขอร้องล่ะ!! ....จะแลกกับอะไรก็ได้ อย่าตายนะ!! นายอย่าตายนะ!! "

ชายหนุ่มรู้สึกร่างลอยคว้าง และเบาโหวงราวกับไร้น้ำหนักอย่างไม่น่าเชื่อ และ
ภายในความรู้สึกเลือนลางนั้น ชายหนุ่มมองเห็นเงาของเด็กหนุ่มเจ้าของผมเปียสีทองกำลังเดินจากไปช้า ๆ

" อยะ....อย่าพึ่งไป กลับมาก่อน...."

ชายหนุ่มพยายามร้องเรียก แม้ว่าการส่งน้ำเสียงแผ่วล้าออกจากลำคอนั้นจะยากเย็นเสียเหลือเกิน ร่างสูงรู้สึกถึงความแห้งผากของลำคอที่แทบจะกลายเป็นผุยผง เขาพยายามแค่นตะโกน แต่ร่างเล็ก ๆ ที่เคยคุ้นก็ยังคงก้าวห่างออกไปจนไกลลิบตา

" อย่าไป!! กลับมาก่อน กลับมาก่อน......เอ็ด!! "

ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวพร้อม กับที่ความเจ็บตรงไหล่ด้านหลังนั้นก็ได้ดึงเขาออกจากความฝันอันเคว้งคว้างนั้นไปด้วยพร้อม ๆ กันอย่างกระทันหัน ดวงตาคมเรียวรีสีเข้มของชายหนุ่มมองกวาดไปรอบ ๆ ร่างสูงมีอาการหอบสะท้านด้วยความตกใจ

" ฟื้นแล้วเหรอคะ ? ผู้พัน "

ลิซ่าเดินเข้าหาร่างที่กุมไหล่ตนเองด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว ฮาวอคซึ่งเข้ามาในห้องพอดีในตอนนั้นรีบวางอ่างน้ำอุ่นลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้ามาสมทบกับหญิงสาวพร้อม ๆ กัน

" จริงสินะ....ชั้นโดนยิง โอย...นี่ชั้น...หลับไปนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย "

ผู้พันหนุ่มเอ่ยรำพึงหลังจากเรียงลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ในที่สุด แต่ความสับสนและมึนงงก็ทำให้เขาไม่รู้วันและเวลารอบกายเลยแม้แต่น้อย

" 2 วันค่ะ .... เสียเลือดพอสมควรแล้วก็เป็นเพราะความอ่อนเพลียจากก่อนหน้านี้ ด้วยก็เลย.... "

" งั้นเหรอ ?.... 2 วัน แต่รู้สึกเหมือนกับหลับนานเป็นเดือน ๆ แน่ะ ร่างกายก็...แปลก ๆ "

ผู้พันหนุ่มเอ่ยพลางกุมขมับอย่างอ่อนล้า ร่างสูงยังนั่งหอบเล็กน้อยในขณะที่ฮาวอคเดินเข้ามาเห็นรอยเลือดบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด เขากระซิบบอกหญิงสาวข้างกายก่อนจะไปหยิบอ่างน้ำอุ่นสำหรับเช็ดทำความสะอาดบาดแผล

" แล้ว...เอ็ดล่ะ ? "

แทนที่จะห่วงอาการของตนเอง แต่หัวใจที่จดจ่ออยู่กับร่างเล็ก ๆ เหนือเรื่องอื่นใดก็ทำให้ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นทันที ทำให้ลิซ่าที่กำลังเตรียมตัวเช็ดบาดแผลให้ร่างสูง ๆ ชะงักมือนิ่งก่อนจะหันไปหาฮาวอคราวกับจะขอความช่วยเหลือ

" พูดไปเถอะ...ผมคิดว่าปิดบังไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา "

อีกฝ่ายนั้นแทนที่จะช่วยหาวิธีกลบเกลี่อน กลับพูดโพล่งออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
ทำเอาผู้พันหนุ่มทำหน้ายุ่ง สายตาคมที่มองมายังหญิงสาวมีแววดุดัน...คาดคั้น

" คือ....ทั้ง2คน ไปแล้วค่ะ "

คำตอบทำเอาผู้พันหนุ่มลุกพรวดขั้นจากที่นอนทันที พร้อม ๆ กับน้ำเสียงแหบห้าวเพราะพิษไข้ตวาดถามลั่นอย่างเผลอตัว

" ไปไหน!! ใครสั่ง!! "

ทั้งลิซ่าและฮาวอคสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าจะถูกตวาดกลับด้วยเสียงอันดังและแววตาดุดันเช่นนี้มาก่อน และที่สำคัญ....จากคนที่ทั้งคู่เองก็ไม่คาดคิดอีกเช่นกัน ทำเอาคนทั้งคู่ทำอะไรไม่ถูก

" เอ่อ....คือ เอ็ดเวิร์ด บอก....เอ่อ บอกว่าเค้าทำงานประมาททำให้บุคลากรระดับสูงได้รับอันตราย แล้ว....ก็ทำตรา....เอ่อออ ทำนาฬิกาพกของที่ทางการมอบให้หายไปด้วยก็เลย....อยากรับผิดชอบ อย่างน้อย ๆ ก็ขอหยุดปฏิบัติหน้าที่และสำนึกตน.....เอ่อ "

หญิงสาวเอ่ยรายงานตะกุกตะกัก ส่วนฮาวอคที่เป็นคนเริ่มเรื่องก็ยิ่งพูดไม่ออก เหงื่อกาฬไหลโซมด้วยความกดดัน

ผู้พันหนุ่มยืนกุมหลังหัวไหล่ข้างที่บาดเจ็บนั้นนิ่งงัน แต่ปลายนิ้วนั้นกลับจิกลึกลงบนผิวเนื้อตนเองเป็นการแสดงออกถึงอารมณ์โกรธกรุ่นอย่างสุดกลั้น เขากัดฟัดกรอดก่อนจะก้าวฉับไปคว้าเสื้อนอก เตรียมตัวเดินออกไปทันทีหากไม่ถูกคำพูดของลิซ่ารั้งเอาไว้ทัน

" ผู้พันคะ....ผู้พันยังไม่สบายนะคะ ถ้าออกไปอาการจะยิ่ง... "

ยังไม่ทันพูดจบ น้ำเสียงห้าวของร่างสูงกลับตวัดตอบห้วนสั้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

" ช่างมัน!! "

*****************************************************************************

เด็กหนุ่มผมสีทองแกะผมเปียของตนขณะนั่งเหม่อลอยอยู่ข้าง ๆ ลำธารเล็ก ๆ บนก้อนหินใหญ่ ดวงตาสีทองเหม่อมองไปไกลลิบและไร้ซึ่งจุดหมาย

" แล้วพี่นึกออกรึยังครับ ว่าทำนาฬิกาหายไปตอนไหน ? "

อัลฟอนส์ถามพร้อมกับช่วยนึกไปด้วยอีกแรง แต่เอ็ดเวิร์ดกลับตัดบทง่าย ๆ ราวกับไม่ได้ใส่ใจอันใด หรือที่ถูก...เป็นเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าทำหล่นไว้บนเตียงนอนกว้าง...ของใคร

" ช่างมันเถอะ...ผ่านไปแล้วนี่ ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่เราได้พักกันน่ะ หือ ? "

เด็กหนุ่มสะบัดผมให้คลายออกจากกัน เส้นผมสีทองสะท้อนแสงตะวันยามเย็นเป็นประกายระยับ ก่อนจะปรกลงเคลียไหล่อย่างช้า ๆ เจ้าตัวเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้คนเป็นน้องอย่างอบอุ่น

" จริงด้วยสิ....ดีจังเลยครับ เลยได้กลับมาที่นี่กันอีกครั้งจนได้ "

อัลฟอนส์เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพาดพิงไปถึงบุคคลที่ ร่างเล็กฝังในใจ

" ไม่รู้ผู้พันจะเป็นยังไงบ้าง...ก่อนมาก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเสียด้วย "

คำพูดของคนเป็นน้องทำให้เด็กหนุ่มเงียบไปนาน สายตาเหม่อมองไปยังเส้นขอบฟ้าแต่ในดวงตาสีทองกลับเต็มไปด้วยความสลดเศร้า

" อ้า....กลับกันเถอะอัล ก่อนที่วินรี่จะมาตาม "

เอ็ดเวิร์ดตัดบทง่าย ๆ น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเหมือนอารมณ์ดี .....แต่ในหัวใจนั้น คนเป็นน้องไม่อาจมั่นใจได้ว่ารื่นรมย์

ขณะที่กำลังจะกระโดดลงจากก้อนหินที่นั่งอยู่นั้น เด็กหนุ่มกลับต้องสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบห้าวดังมาจากด้านหลัง

" เจ้าเหล็ก !! "

ทันทีที่ทั้งคู่หันกลับไปเห็นผู้มาเยือน เอ็ดเวิร์ดกลับรู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านของตน ดวงตาคมของร่างสูงที่มองมานั้นทำให้เจ็บในอกแปรบปราบอย่างไม่เข้าใจ

" ผู้พันเองเหรอครับ ? "

ในขณะที่อัลฟอนส์เอ่ยขึ้นนั้น ผู้พันหนุ่มกลับไม่ตอบ ร่างสูง ๆ หอบน้อย ๆ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าของร่างสูง ๆ เสื้อเชิร์ตสีขาวเปียกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อที่ไหลโซมทั่วร่างกาย

แต่ก่อนที่จะเอ่ยอันใดออกไปนั้น ร่างสูงกลับเห็นว่าเด็กหนุ่มก้าวถอยหลังเล็กน้อย ดวงตาสีทองฉายแววสับสนระคนไม่เข้าใจก่อนที่จะพบว่า....หยดน้ำตาจากดวงตานั้นร่วงรินลงเป็นสาย พร้อม ๆ กับอาการสะอื้นฮัก แม้จะพยายามใช้ฝ่ามือปิดริมฝีปากไว้แน่น แต่เสียงสะอื้นก็ยังเล็ดลอดออกไปจนได้

อัลฟอนส์มองคนเป็นพี่อย่างไม่เชื่อสายตา น้ำเสียงที่พยายามใช้ปลอบประโลมพี่ชายของตนก็ระคนความตกใจ

" พี่ครับ....เป็นอะไรรึเปล่า ? "

ร่างสูง ๆ ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าหาร่างเล็ก ๆ บนก้อนหิน เด็กหนุ่มคล้ายพยายามกระถด...ถอยหนี แต่สุดท้าย นิ้วและฝ่ามืออบอุ่นก็คว้าร่างเล็กเอาไว้ได้

แม้จะกลัวว่าร่างเล็กจะตกใจ แม้กังวลเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะตื่นกลัว แต่ผู้พันหนุ่มก็ตัดสินใจกอดร่างเล็ก ๆ ที่กำลังสะอื้นฮักเอาไว้แนบอกอย่างแน่นหนาในที่สุด

" ขอร้องล่ะ...อย่าหนีชั้นไปไหนอีกเลย "

ผู้พันหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนหอบ นิ้วมือแข็งแรงลูบไล้เส้นผมสีทองที่เคลียไหล่ของร่างเล็กอย่างเบามือ ถนุถนอม และพยายามกอดรัดร่างที่สั่นไหวเอาไว้ให้แนบแน่นที่สุด ไม่ต้องการให้หลุดมือจากไปไหนอีกแล้ว....

ความมืดโรยตัวลงมาทีละเล็กทีละน้อย พร้อม ๆ กับสายลมที่พัดแผ่ว ๆ นั้นเย็นสบายเสียจนร่างกายสูงนั่งหลับตาพริ้มในขณะที่ภายในบ้านร็อคเบลนั้น วินรี่พยายามจัดเตรียมพื้นที่ในห้องนอนแขกให้สามารถปูที่นอนเพิ่มได้อีก1ที่ สำหรับผู้พันหนุ่มซึ่งมีอาการเหนื่อยล้า

เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยัดที่นอน3ที่ในห้องเดียวโดยมีอัลฟอนส์คอยช่วยเหลือ แต่อัลฟอนส์ก็ช่วยเธอไม่ได้มากนัก เพราะมัวแต่เก็บลูกแมวออกไปจากห้องนั้น เพื่อให้วินรี่ได้ทำงานอย่างสะดวกนั่นเอง

ผู้พันหนุ่มมองร่างเจ้าเหล็กของเขาที่เห็นอยู่ไกล ๆ ดวงตาคมกริบสังเกตการกระทำของเด็กหนุ่มเงียบ ๆ โดยไม่คิดจะกรายใกล้ หรือแม้แต่เข้าไปหา ทั้ง ๆ ที่ภายในใจกลับกำลังพลุ่งพล่าน และเขาพยายามอย่างมากที่จะเก็บกลั้นความเอาแต่ใจไว้ เพราะหากทำอะไรตามหัวใจตัวเองออกไป มันก็เท่ากับทำให้อีกฝ่ายต้องหวาดกลัวเขามากไปกว่านี้

" ผู้พันครับ.....เตรียมที่นอนเสร็จแล้วครับ "
อัลฟอนส์ตะโกนมาจากด้านใน หลังจากที่วินรี่คงจัดที่จัดทางลงตัวได้ในที่สุด

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พลางทอดสายตาเหงาไปยังร่างเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลลิบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปด้านในอย่างเงียบ ๆ

ในระหว่างนั้น เด็กหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไกลจากบ้านร็อคเบลไม่มากนักนั้น เจ้าตัวพยายามครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรู้สึกอย่างเอาเป็นเอาตาย

หลายวันมาแล้ว นับตั้งแต่กลับมายังที่แห่งนี้ เด็กหนุ่มก็รู้สึกตัวดีว่าไม่เคยเลยแม้แต่ซักคืน ที่จะไม่คิดถึงภาพร่างสูงที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นหินหยาบกลางเมือง และเหนือสิ่งอื่นใด ภาพหยดเลือดไหลเป็นสีแดงฉานก็ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มมิอาจหักใจลืมภาพนั้นได้ลง

แม้จะพยายามหักห้ามความคิดคำนึงสักเท่าใด แต่ในที่สุดภาพเหตุการณ์นั้นก็ยังคงฝังลึกในหัวใจพร้อม ๆ กับความกังวลที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

หากจะเอ่ยถึงผู้พันหนุ่มในสายตาของเอ็ดเวิร์ดแล้วนั้น ช่างเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ เป็นจอมออกคำสั่งที่ไม่เคยสนใจคำโวยวายของตนเลยสักครั้ง

แต่สิ่งที่ติดตาอยู่เสมอก็เห็นจะเป็นรอยยิ้มบาง ๆ กับน้ำเสียงทุ้มต่ำซึ่งเอ่ยเรียกเขาอย่างอ่อนโยนเสียทุกครั้ง....เอ็ด ยามหยอกล้อก็มักจะหัวเราะเบา ๆ แล้วเรียกขานตนว่าเจ้าเหล็กทุกทีไป
ฟังดูอ่อนโยน ราวกับภาพความฝัน.....

แม้บางครั้ง ดวงตาคมกริบที่มองมาดูหม่นหมองโดยไม่รู้สาเหตุในพักหลัง ๆ ก็ตาม แต่เขาก็นึกอะไรไม่ออก เพราะร่างที่สูงกว่ามีแววตาเช่นนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในวันนั้นเสียอีก แล้ว....มันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ ?

เด็กหนุ่มครุ่นคิดมาจนถึงตรงนี้ แล้วก็นิ่งงั้นไปสักพัก คิ้วคม ๆ ขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

" โธ่เอ๊ย!! ไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด "

เด็กหนุ่มบ่นอย่างวุ่นวายใจ เพราะไม่ว่าจะคิดเท่าไร ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งกับตนเองและแม้กระทั่งท่าทีของผู้พันหนุ่มกันแน่

~เมี๊ยวววว
พร้อม ๆ กับเสียงร้องเบา ๆ ......ลูกแมวตัวเล็กก็คลอเคลียอยู่ตรงขาซ้ายของเด็กหนุ่ม แม้จะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มของเส้นขนปุกปุยแต่ก็ทำให้รู้สึกเอ็นดูเสียจนเด็กหนุ่มยกเจ้าเหมียวขึ้นอุ้ม

เจ้าแมวขนสีดำนุ่มนิ่มจ้องตอบเอ็ดเวิร์ดด้วยดวงตาสีทองวาว เด็กหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะอุ้มเจ้าตัวเล็กแนบอกเดินพามันกลับไปยังบ้านร็อคเบล
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน อัลฟอนส์ที่ทำท่าเหมือนกำลังค้นหาอะไรสักอย่างก็หันมาร้องอย่างยินดี

" อ๊ะ!! อยู่นั่นเองเจ้าแมวน้อย "

คนเป็นพี่ยิ้มละมุนพลางถอนใจเบา ๆ ระหว่างที่เอ่ยขึ้น

" บอกตั้งกี่หนแล้วฮึ...ว่าอย่าเก็บอะไรมาเลี้ยง เอ้า!! "

เจ้าตัวบ่นเสร็จก็ส่งเจ้าเหมียวคืนให้คนเป็นน้องพร้อม ๆ กับรอยยิ้มบาง ๆ

" ผมจัดที่นอนไว้แล้วนะพี่ แต่เดี๋ยวผมเอาเจ้าเหมียวไปกินนมก่อน ถ้าพี่เหนื่อยก็นอนก่อนเถอะ "

อัลฟอนส์บอกก่อนจะอุ้มเจ้าแมวขนปุยหายไปอีกห้องหนึ่ง เด็กหนุ่มมองตามพลางถอนใจเบา เขาค่อย ๆ เดินตรงไปยังห้องเดิมที่เขาเคยใช้นอนมาหลายวันพลางถอดรองเท้ากองไว้นอกห้อง

เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับพบร่างสูงของผู้พันหนุ่มนอนอยู่ในความมืดอย่างเงียบ ๆ มีเพียงเสียงหายใจเบา ๆ เท่านั้นที่ดังเป็นระยะจากร่างสูงนั้น เด็กหนุ่มค่อย ๆ ปิดประตูแล้วเดินมายังที่ของตนช้า ๆ

เด็กหนุ่มนั่งนิ่งงันอยู่สักพักก็อดไม่ได้ที่จะหันไปสังเกตคนตัวโตที่นอนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาสีทองจ้องใบหน้าคมที่นอนหายใจแผ่ว ๆ บนใบหน้าของร่างสูงปรากฎเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่อากาศกำลังเย็นสบาย หน้าต่างห้องก็ถูกแง้มไว้น้อย ๆ ให้สายลมเย็น ๆ ยามราตรีพัดเข้ามาเบา ๆ

- เป็นเพราะบาดแผลรึเปล่านะ....ที่ทำให้เหมือนเป็นไข้แบบนี้น่ะ -

เด็กหนุ่มค่อย ๆ โน้มกายเข้าหาร่างที่นอนสงบนิ่งก่อนจะใช้เรียวนิ้วสัมผัสที่ใบหน้าคมช้า ๆ เพื่อตรวจดูอุณหภูมิ แต่ในวินาทีนั้นเองที่ฝ่ามือใหญ่คว้าข้อมือของเอ็ดเวิร์ดเอาไว้ได้ทันที!! พร้อม ๆ กับดวงตาคมกริบของร่างสูงลืมขึ้นมามองผู้ที่ปลุกตนจากห้วงนิทราด้วยสัมผัสเบาบางจากเรียวนิ้วนั้น.....

ผู้พันหนุ่มยึดข้อมือของร่างเล็กไว้แน่น ภายในอกร้อนเร่าแบบนี่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ดวงตาคมมองลึกลงไปในดวงตาสีทองที่สดใสแม้ในแสงจันทร์เบาบางของยามราตรีนี้

" นาย...เป็นอะไรรึเปล่า ? "

เด็กหนุ่มเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายจ้องตอบอย่างไม่ละสายตา เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกประหลาดไปเสียทุกครั้งที่ถูกสายตาคมกริบมองตอบมายังเขา เสียงของหัวใจในอกของร่างที่เล็กกว่าเต้นเร่าราวกับเสียงกลองรัว ระรัวจนภายในห้วงความรู้สึกไหวระริกอย่างประหลาด....จนทำเอานิ้วมือที่ถูกคว้าไว้เริ่มสั่นน้อย ๆ อย่างช่วยไม่ได้

" นาย.... "

.......ตุบ!!

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยอะไรต่อไปนั้น...ร่างสูงกลับตวัดร่างที่เล็กกว่าลงบนที่นอนอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเข้มถ่ายทอดอารมณ์สั่นไหวของตนส่งผ่านไปยังดวงตาของเด็กหนุ่ม และสิ่งนั้นก็มีความหมายมากมายเสียยิ่งกว่าคำบอกเล่าใด ๆ ทั้งมวลที่เอ็ดเวิร์ดรอคอย

" นี่นาย...อุ๊!! "

วินาทีนั้นริมฝีปากคมประทับลงบนกลีบปากของเด็กหนุ่มเบา ๆ หยุดยั้งถ้อยคำราวกับจะรู้ทันนั้นให้กลืนหายลงไปในลำคอของเด็กหนุ่มในทันที ผู้พันหนุ่มไล้ปลายลิ้นอุ่นบนเรียวปากบางช้า ๆ และกระทำอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่หัวใจของเขาจะอดกลั้นความดิบเถื่อนของตนเอาไว้ได้...

" จะทำอะไร....น่ะ อย่า.... "

เอ็ดเวิร์ดร้องขึ้นอย่างกระท่อนกระแท่น เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังหน้ามืดคล้ายกับสติจะหลุดลอยหายไป...เพราะรสชาติสัมผัสที่ริมฝีปากอุ่นชื้นของร่างสูงมอบให้นั้น มันทำเอาหัวใจน้อย ๆ แทบจะเต้นกระดอนออกมานอกอกเสียตั้งแต่วินาทีนั้น!!

แต่ด้วยน้ำเสียงที่ปนอาการหอบและฟังดูกระเส่า ระริกไหวของเด็กหนุ่มนั้นเอง...มันทำเอาใบหน้าของผู้พันหนุ่มมีสีเลือดขึ้นทันที

นิ้วมือหนาค่อย ๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อของเด็กหนุ่มอย่างรุกเร้า พร้อม ๆ กับริมฝีปากอุ่นนั้นประทับลงบนกลีบปากที่สั่นน้อย ๆ ของร่างที่เล็กกว่าอย่างไม่ปราณีปราศัย จงใจบดเบียดอย่างไม่หวั่นว่าริมฝีปากบางนั้นจะเจ็บปวดสักเท่าใด.....ผู้พันหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าไม่สามารถเก็บกักความต้องการอันรุนแรงและรุกเร้าเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ถึงแม้จะรู้สึกตัวดีว่าเป็นเช่นนั้น แต่ก็มิอาจหยุดยั้งการกระทำของตนได้!!

" อิ๊...อยะ อย่า "

เด็กหนุ่มเอ่ยห้ามผู้พันหนุ่มพลางพยายามกัดริมฝีปากของตนไว้แน่น เพื่อข่มความหวามไหวที่เข้าจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว พยายามอย่างที่สุดที่จะเก็บเสียงร้องของตนไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าการรับสัมผัสอันเร่าร้อนของร่างสูงนั้น จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้หลุดเสียงร้องออกไปมากขึ้นทุกที...ทุก ๆ ที

ร่างกายเล็ก ๆ สั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว เรี่ยวแรงที่เคยมีหายสูญไปอยู่ที่ไหนหมดแล้วก็มิอาจรู้ เอ็ดเวิร์ดพยายามผลักดันร่างที่ไล้ปลายลิ้นอุ่นจนร้อนไปทั่วร่างตนแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ดวงตาคมโตเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาเมื่อความรู้สึกรุ่มร้อนจากการถูกสัมผัสเข้าจู่โจมอย่างไม่หยุดหย่อน

แม้ว่านิ้วมือหนาจะสัมผัสช้า ๆ ไปทั่วร่างเล็ก ๆ พร้อม ๆ กับริมฝีปากที่ไล้บนผิวเนื้ออย่างแผ่วเบาก็ตาม แต่เด็กหนุ่มกลับรู้สึกถึงความหนักแน่นและอบอุ่นเสมอกันอย่างแสนประหลาด

" หยุดเถอะ...นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ "

เอ็ดเวิร์ดพยายามร้องห้าม แต่น้ำเสียงปนหอบนั้นกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกดิบเถื่อน รวมทั้งความรู้สึกอยากครอบครองของร่างสูงยิ่งถูกกระตุ้น นิ้วมือที่เคยลูบไล้อย่างอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นการสัมผัสอย่างรุนแรงและรุกเร้า มากเสียจนร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความกลัว ริมฝีปากที่เคยจูบไล้อย่างอ่อนบางกลายเป็นริมฝีปากที่กดทับบนกลีบปากเล็ก ๆ อย่างหนักหน่วง ยังผลให้เด็กหนุ่มตื่นตระหนกและสั่นกลัวเสียจนพูดไม่ออก ดวงตาสีทองคลอหยดน้ำตาและรินไหลอาบสองข้างแก้มด้วยความรู้สึกอึดอัดสับสนและหวาดผวา...

" ขอโทษ...ขอโทษ...ขอโทษ "

ร่างสูงเอ่ยซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้น พร้อม ๆ กับสัมผัสของหยดน้ำตาอุ่นที่ได้มอบให้เด็กหนุ่ม ความรู้สึกถึงหยดน้ำตาที่หยดลงบนเนื้อตัวของตนนั้น ชักจูงให้ร่างเล็ก ๆ มองใบหน้าคมซึ่งอาบน้ำตาอย่างไม่เชื่อสายตา ร่างเล็ก ๆ จดจำได้เพียงแค่นั้น...จากนั้นร่างกายของเอ็ดเวิร์ดก็พาเอาสติสัมปชัญญะลอยหายไปไกลลิบ....


แสงจันทร์ส่องผ่านเข้ามายังห้องนั้นด้วยแสงสว่างเบาบาง ราวกับจะมาลอบฟังคำหวานจากเหล่าคนรักยามค่ำคืน แต่สำหรับคนทั้งคู่แล้ว มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แสนสับสนมากกว่าความดื่มด่ำอย่างคนรัก...ร่างกาย2ร่างเคลื่อนไหวใต้แสงจันทร์เบาบาง พร้อม ๆ กับเสียงหายใจที่ดังผะแผ่วราวกับเสียงกระซิบเล่าเรื่องหรือลำนำในหมู่พราย....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เด็กหนุ่มขยับกายช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงนกร้องในยามของเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ทอประกายสว่างลอดผ่านม่านสีขาวที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บแปร่บขึ้นในทันทีที่ขยับกาย และก็ลำดับได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนยาวนานที่ผ่านมา

เด็กหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยเพราะอาการเจ็บล้าและปวดแปร่บนั้นลั่นรวดร้าวทั่วทั้งร่างกายเล็ก ๆ ของตนอย่างไม่ปราณี เด็กหนุ่มมองใบหน้าของร่างสูง ๆ ซึ่งยังหลับสนิทด้วยแววตาเหม่อลอย

เอ็ดเวิร์ดรู้สึกตัวดีว่าทั่วร่างกายของตนถูกทิ้งร่องรอยเป็นสิ่งยืนยันอย่างชัดแจ้งถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น...ถูกประทับแม้กระทั่งรอยน้ำตาเอาไว้จนทั่วร่าง ไม่มีแม้แต่สักที่ ๆ จะไม่สามารถรู้สึกถึงหยดน้ำตาอันอบอุ่นนั้น

" เพราะอะไร ? นายถึงร้องไห้...ชั้นไม่เข้าใจจริง ๆ ...ทั้ง ๆ ที่ทำกับชั้นรุนแรงขนาดนั้น... "

เด็กหนุ่มไล้ปลายนิ้วที่ใบหน้าคมเบา ๆ และในตอนนั้นเอง ผู้พันหนุ่มก็ค่อยรู้สึกตัวตื่นขึ้น

ดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้นมองร่างเล็ก ๆ แล้วเมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วน เขากลับจ้องมองร่างเล็ก ๆ อย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่จะผลุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ในดวงตาสีเข้มนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ

" นี่...ชั้นไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? "
ผู้พันหนุ่ม รอย มัสแตงค์ เอ่ยขึ้น ใบหน้าของร่างสูงนั้นพลันหม่นหมองลงด้วยความรู้สึกผิด

เอ็ดเวิร์ดเสมองไปอีกทางหนึ่งในทันที โดยไม่อาจจ้องมองดวงตาสีเข้มได้อีกต่อไป ด้วยจะไพล่ให้นึกถึงเหตุการณืเมื่อคืนวาบขึ้นมาให้ห้วงความทรงจำ ใบหน้าของเด็กหนุ่มมีสีเรื่อขึ้นจนเกือบจะถึงใบหู...ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี

ในทันใดนั้นเอง วงแขนกว้างพลันตวัดร่างเล็ก ๆ โอบกระชับไว้แน่น ในทันที ผู้พันหนุ่มกอดเจ้าเหล้ก -ของเขา- เอาไว้แนบอกพลางลูบไล้ที่เส้นผมสีทองอย่างเบามือที่สุด

" ชั้นขอโทษ...อย่า...อย่าเกลียดชั้นเลยนะ ทั้ง ๆ ที่พยายามอดทนมาตลอด...แต่ว่าสุดท้ายชั้นก็ทำร้ายเธอจนได้...ไม่ควรเลย ชั้นน่าจะยับยั้งตัวเองได้ดีกว่านี้!! "

ร่างสูงกดริมฝีปากคมลงบนหน้าผากมนของร่างในอ้อมแขน พลางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงอันเจ็บปวด เขาเอ่ยคำขอโทษซ้ำ ๆ พร้อม ๆ กับน้ำตาอุ่น ๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตาคมช้า ๆ
เด็กหนุ่มที่ได้ฟังคำพูดต่าง ๆ แล้วนั้น แทนที่จะรู้สึกเจ็บปวดหรือโกรธแค้น แต่กลับกลายเป็นรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แทรกเข้มาแทนที่

เด็กหนุ่มตัดสินใจเอื้อมมือโอบรอบลำคอของร่างสูงช้า ๆ ริมฝีปากบางพลันคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่ผู้พันหนุ่มกลายเป็นคำตอบของเรื่องราวทั้งหมด...

เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาเพียงแค่กระซิบน้ำเสียงนั้นฟังดูอบอุ่นเหลือเกิน

" ไม่เป็นไร...เพราะชั้นรักนาย แต่ก็โง่มาตลอดที่ไม่ยอมเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกตลอดมา... "

ผู้พันหนุ่มเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าคมมีสีเรื่อขึ้นทันตาเห็น

" หมายความว่า... "

ทั้ง ๆ ที่ได้ยินชัดเจนตั้งแต่แรก แต่ร่างสูงก็ยังทวนคำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง พร้อม ๆ กับหัวใจที่เต้นรัวในอกกว้างอย่างกลั้นไม่อยู่

เด็กหนุ่มได้ฟังก็ยิ้มหวานให้ พลางซบใบหน้าลงกับอกกว้างด้วยความอายก่อนจะเอ่ยกระซิบตอบร่างสูงอีกครั้งอย่างแผ่วเบา

" ชั้นรักนาย... "

**************************************************************

สวัสดีค่ะ อะแฮ่มมม พอดีว่าเพื่อนที่รู้จักกันแอบเคืองที่ไม่เอาฟิคมาลงในนี้มั่งเลย ก็เลยแอบเอามาลงไว้

เรื่องนี้แต่งเน้นสำนวน ไม่ได้ต้องการให้ลูกเด็กเล็กแดงเสียนิสัยแต่อย่างใด (จิงอ่ะ) คิดว่าคนรักFMAคงได้มีโอกาสอ่านกันคราวนี้ จะได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองกันมั่งก็เป็นไปได้ (หัวเราะ)

มาลงไว้2ตอนก่อน แล้วถ้ามีแรงจะแว่บมาลงไว้ให้อ่านกันเล่น ๆ อีกนะคะ
>3<

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.48 เวลา 04:39:23 น.

furin_a
Cruel Silencer

หง่า Y แบบ FMA เรอะ เหอๆ เอ๊ดกะรอยอีกตะหาก (ยังไงก็ไม่พ้นคู่นี้)

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.48 เวลา 08:13:21 น.

Lunae
จอมนางแห่งวังY

นึกว่าจะลงจบสักอีก ไม่เห็นเลขตอนที่หัวกระทู้ เหอ เหอ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 06 ก.พ.48 เวลา 22:12:26 น.

Firodendon
พระอาทิตย์สีเขียว

เฮือก!! มาลงที่นี่ด้วยรึ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 07 ก.พ.48 เวลา 07:35:26 น.

Garfieldผู้ขนร่วง
secret(ary)

อ๊ากกกก~~~( ร้องทำไมยังไม่ได้อ่านเลย) อ้าว....

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 07 ก.พ.48 เวลา 21:13:52 น.

mana
Member

โอ ไอซังเอามาลงที่นี่ด้วย

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 08 ก.พ.48 เวลา 13:34:22 น.

Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)

++ Rabbit Of Blue Clover ++

มาต่อให้นะคะ

ตอนที่3

แสงแดดส่องเข้ากระทบใบหน้าของผู้พันหนุ่มอย่างอบอุ่น ในขณะที่ร่างสูง ๆ กำลังเหม่อลอยพลางงึมงำในลำคอ หากฟังดูก็อาจจะรู้ได้ทันทีว่ากำลังร้องเพลงเบา ๆ อยู่คนเดียว

" ผู้พันคะ...ช่วยดูเอกสารนี้ด้วยค่ะ "

ลิซ่าเปิดประตูเข้ามาช้า ๆ หลังจากเคาะอยู่นานแต่ร่างสูง ๆ ที่เหม่ออยู่นั้นก็ไม่ยอมตอบ เธอจึงเข้ามาเองเสียเลย ทำให้ผู้พันหนุ่มออกจากภวังค์ได้ในที่สุด

" อ๊ะ!!...อืม "

เขารับเอกสารมาตรวจอ่านอย่างละเอียดแล้วจึงเอ่ยสั่งการคร่าว ๆ ในตอนท้ายก่อนจะส่งเอกสารคืนให้หญิงสาว

" อ๊ะ ลืมไปค่ะ พี่น้องเอลริคบอกว่าจะเข้ามาตอนบ่าย ๆ นะคะ "

เธอเอ่ยบอกผู้พันหนุ่มพลางยิ้มอบอุ่นก่อนจะออกจากห้องไป เพราะเธอสังเกตได้ว่าระยะหลังเมื่อเอ็ดเวิร์ดมาหา ร่างสูง ๆ จะอารมณ์ดีเหลือเกิน และก็ยิ้มไปทั้งวันเหมือนเป็นเด็ก ๆ

เพียงแค่ได้ยิน ชายหนุ่มก็หน้าตาชื่นบานขึ้นมาในทันที เขามองไปนอกหน้าต่างพลางยิ้มน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดี

เขารู้สึกว่าโลกสดใสตั้งแต่เช้าวันนั้นเป็นต้นมา วันที่เขาได้ยินคำนั้น.....

" ชั้นรักนาย... "

คำพูดที่เอ่ยด้วยท่าทีเขินอายของร่างเล็ก ๆ ในอ้อมกอด โดยที่วงหน้าของเด็หนุ่มมีสีระเรื่อราวกับผลเชอรี่นั้น...น่ารักหนักหนาเสียจนเขาเก็บไปฝันบ่อยครั้ง
แค่คิดก็แสนจะมีความสุข....จนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ทบทวนซ้ำ ๆ เรื่อยไปอย่างมิรู้เบื่อ
.............................................................

หลังจากที่ได้ฟังน้ำเสียงสั่น ๆ ของเด็กหนุ่ม เอ่ยถ้อยคำที่เขาคิดว่าชั่วชีวิตนี้เขาไม่มีทางได้รับมันอย่างแน่นอน ชายหนุ่มรั้งร่างเล็ก ๆ กอดกระชับแนบแน่น ใบหน้าของผู้พันหนุ่มแดงซ่านไปถึงใบหูอย่างไม่ต้องสงสัย
ภายในหัวใจของเขารู้สึกราวกับมีบางสิ่งถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วภายในวินาทีนั้น...และมันก็เอ่อล้นอยู่ภายใน!

" ชั้น...ไม่คิดว่าตลอดชีวิตนี้จะได้รับคำ ๆ นี้จากเธอ "
น้ำเสียงของผู้พันหนุ่มสั่นไหวราวกับระลอกคลื่นในสระกว้าง เขาแนบริมฝีปากอุ่น ๆ ลงปัดเบา ๆ ที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยนด้วยหัวใจที่เต็มตื้น

ดวงตาคมสบดวงตาโตสีทองด้วยกระแสสายตาแสนอ่อนหวานก่อนจะดุนปลายจมูกที่หน้าผากมนเบา ๆ อย่างหยอกเย้า ริมฝีปากคมเผยยิ้มอบอุ่นไปพร้อม ๆ กับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความสุขใจอย่างไม่ปิดบัง

" ชั้นรักเธอ "

เขาจ้องดวงตากลม ๆ ด้วยสายตาหวานเชื่อมจนหากว่าถ้าใครมาเห็นเข้าคงไม่เชื่อถือสายตาตัวเองเป็นแน่ เขาประทับรอยจูบที่ริมฝีปากของร่างในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ไม่รุกล้ำ เรียกร้องอย่างที่ทำในคืนที่ผ่านมา

..............................................................................

โครม!!!!

ด้วยความที่คิดไปจนเพลิน หน้าตาของผู้พันหนุ่มก็ค่อย ๆ แดงเถือก จนในที่สุดต้องหักห้ามความคิดลงเพียงเท่านั้น เขาก้มลงเก็บโทรศัพท์ที่ปัดตกอย่างใจลอยพลางยิ้มน้อย ๆ กับอาการบ้า ๆ บอ ๆ ของตนเอง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ

.................................................................................

" ในที่สุดก็เข้าใจกันดีจนได้สินะครับ "

จู่ ๆ อัลฟอนส์ก็เอ่ยถามคนเป็นพี่ขึ้นอย่างร่าเริง

" เอ๋ ? ...เรื่องอะไรเหรอ ? "

" ก็เรื่องพี่กับผู้พันสิครับ ผมเองก็ดีใจที่ปรับความเข้าใจกันได้ ตั้งแต่เห็นสีหน้าของผู้พันตอนเช้าวันนั้นก็รู้ทันทีเลย...ว่าพี่คงหายโกรธแล้วแน่ ๆ "

คำพูดของคนเป็นน้องฟังดูปรกติดี...แต่ว่า!! เขาเพิ่งนึกออกว่าคืนนั้นอัลฟอนส์ไม่ได้กลับเข้ามาในห้องนอนอีกหลังจากเอาแมวน้อยตัวนั้นที่เขาส่งให้พาไปให้นม เพียงแค่คิดได้ สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดก็ซีดเผือด

- หรือว่าคืนนั้น อัลจะกลับมาแล้วเห็น....เห็นเรากับผู้พัน.....เฮ้ยยยยย!!!!!! -

เด็กหนุ่มแทบตาค้าง มองหน้าคนเป็นน้องอย่างหวาดกลัว ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดเรียวหมดแรง

" อ๊า...เป็นอะไรไปครับพี่!! "

น้ำเสียงคนเป็นน้องเอ่ยอย่างห่วงใย พลางช่วยพยุงคนเป็นพี่ขึ้นจากพื้นช้า ๆ เอ็ดเวิร์ดรู้สึกหวาดกลัวที่จะถาม แต่ก็ไม่สามารถเก็บความสงสัยเอาไว้ได้ เขาจึงตัดสินใจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

" อัล...ทำไมคืนนั้นไม่ได้กลับมานอนในห้องล่ะ ? "

" อา...... "

อัลฟอนส์อึกอัก คนถามเลยเริ่มตัวสั่น ใบหน้าเรื่มมีรอยเรื่อขึ้นทันที

- เห็นแล้วจริง ๆ ด้วย!! โธ่เอ๊ย.....แย่เลย นี่อัลจะคิดยังไงเนี่ย!!!! -

ขณะที่กำลังโทษตัวเองอยู่ในใจอย่างดุเดือด คนเป็นน้องก็เอ่ยตอบในที่สุด

" ผมเอานมให้ลูกแมว แต่ดันทำถ้วยใส่นมหกแล้วลูกแมวก็มาย่ำอีก เลยต้องเช็ด เสียงดังไปหน่อย...วินรี่ก็เลยตื่นมาบ่น .... "

อัลฟอนส์เล่าเรื่องราวอย่างละเอียดเมื่อพี่ชายมีสีหน้าใคร่รู้อย่างมากจนออกนอกหน้า

" นายนี่น้า...ซุ่มซ่ามจัง "

วินรี่ว่าหลังจากเก็บกวาดเรียบร้อย จนห้องครัวสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้เรไร

" ขอโทษนะ "

ร่างเกราะเหล็กเอ่ยอย่างเกรงใจ ขณะที่ทั้งคู่พากันเดินไปที่ห้องนอนซึ่งเข้าใจว่าทั้งผู้พันหนุ่มและเอ็ดเวิร์ดต่างเข้าไปนอนกันเรียบร้อยแล้ว

" ไม่เป็นไรหรอก...ชั้น...อ๊ะ!! "

ขณะที่วินรี่ที่เดินนำหน้าอัลฟอนส์กำลังจะแตะลูกบิดประตูห้องนอนของคนทั้ง3 นั้น เธอกลับต้องชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังแผ่ว ๆ มาจากภายในห้อง เด็กสาวเบิกตาโพลงทันทีก่อนที่จะหันไปยิ้มแหยกับอัลฟอนส์ที่เดินตามหลังมา

" มีอะไรเหรอ? วินรี่ "

อัลฟอนส์ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของเด็กสาว

" อ่า...อัล ชั้นนอนไม่หลับน่ะ เธอเองก็คงไม่ง่วงใช่ไหม? "

" อ๋อ...อ่า ไม่ง่วงหรอก ทำไมเหรอ ? "

อัลฟอนส์ตอบอย่างงง ๆ

" อ่า....ดีเลย!! งั้นมาคุยเป็นเพื่อนชั้นหน่อยนะ ไปคุยกันที่ระเบียงด้านนอกดีไหม? ลมคงเย็นดี "

โดยไม่รอคอยคำตอบ วินรี่ทั้งดึงทั้งลากอัลฟอนส์ออกห่างจากห้องนั้นทันที ด้วยรู้ดีว่าคนทั้ง2ที่อยู่ข้างใน...ทำอะไรกันอยู่

เด็กหนุ่มในร่างเกราะเหล็กก็ไม่ขัด อยู่คุยกับคนชวนอยู่ทั้งคืนจนเช้า วินรี่เองก็ชวนคุยเรื่องต่าง ๆ เสียจนลืม กว่าจะรู้ตัวอีกทีผู้พันหนุ่มก็ตื่นขึ้นมาเอ่ยทักเขาตอนเช้าด้วยแววตาสดใส โดยอีกพักต่อมาเอ็ดเวิร์ดก็ตื่นออกจากห้องตามมาติด ๆ เช่นกัน

เอ็ดเวิร์ดที่ฟังเหตุการณ์ที่น้องชายเล่าอย่างละเอียดจนจบก็ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก

******************************************************************

ในห้องนอนกว้างที่คุ้นเคย เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างหน้าต่างด้วยความงัวเงีย การทำภาระกิจต่าง ๆ มาทั้งวัน โดยเฉพาะวันวุ่น ๆ แบบวันนี้ด้วยแล้ว เอ็ดเวิร์ดก็ยิ่งหมดเรียวหมดแรง เพราะถึงยังไงเขาก็ยังเด็กกว่าคนอื่น ๆ

ผู้พันหนุ่มมองร่างเล็ก ๆ ทรุดลงนั่งเงียบไม่นานก็เกิดอาการสัปหงกด้วยความเหนื่อยล้า เขามองเด็กหนุ่มพร้อมรอยยิ้มเจอแววตาเป็นประกายขบขันกึ่งเอ็นดู ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาร่างเล็กกว่าช้า ๆ พร้อมกับเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

" ไม่ไปนอนดี ๆ ล่ะ หรือไม่ก็ไปอาบน้ำซะก่อน เดี๋ยวชั้นจะเตรียมโกโก้อุ่น ๆ ไว้ให้...ดื่มแล้วจะได้นอนหลับสบาย ๆ ไง "

" อือ...อ๊ะ!! งั้นเหรอ อาบน้ำ... "

เสียงที่ตอบเต็มไปด้วยความง่วงงุน พร้อม ๆ กับพยายามลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องน้ำ ร่างสูง ๆ มองตามด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะหันกลับไปที่เคาท์เตอร์เล็ก ๆ ซึ่งไว้สำหรับชงชาหรือกาแฟตามปรกติ ดวงตาคมกวาดหากระปุกผงโกโก้ก่อนจะคว้าเอามาชงในน้ำร้อน โดยตัดสินใจใส่นมสดลงไปแค่นิดเดียวเท่านั้น...เพราะรู้ ๆ อยู่ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบนมเท่าไรนัก

" ง่วงจัง...น้ำอุ่นนี่ทำให้ตัวเบาโหวงเลย... "
เด็กหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเบาโหวงก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ร่างกายเล็ก ๆ ในเสื้อคลุมตัวโคร่งทำเอาเจ้าของเสื้ออดลอบหัวเราะมิได้

" เอ้า...นี่ ดื่มก่อนสิ แล้วทำไมไม่เช็ดผมล่ะฮึ เดี๋ยวก็เป็นหวัดไปหรอก "
ร่างสูงเอ่ยหลังจากสังเกตเห็นเส้นผมชุ่มด้วยหยดน้ำของเด็กหนุ่ม เขาจึงคว้าเอาผ้าขนหนูมาเช็ดให้เจ้าของเรือนผมสีทองช้า ๆ อย่างเบามือในขณะที่อีกฝ่ายกำลังละเลียดดื่มโกโก้จากแก้ว

" เหนื่อยมากเลยสินะ...วันนี้ก็ตั้งใจทำงานได้ดีมาก "
ผู้พันหนุ่มเอ่ยชม

" ...อ่า ไม่หรอก ก็เหมือน ๆ ทุกวันนั่นแหละ "
เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างเขิน ๆ หลังจากที่วางแก้วโกโก้ที่ดื่มจนแกล้งลงบนโต๊ะ เพราะไม่บ่อยนักที่จะถูกอีกฝ่ายชมเข้าให้

มือใหญ่ ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นแชมพูกรุ่นหอมด้วยใจสั่นน้อย ๆ เขามัวแต่ตั้งสมาธิจนกว่าที่จะรู้ตัวอีกทีก็กลับได้ยินเสียงหายใจดังสม่ำเสมอพร้อม ๆ กับดวงตาสีทองปิดสนิทลงไปแล้วด้วยความเหนื่อยล้า

" ให้ตายสิ!!...ช่างไม่ระวังตัวเอาซะเลยน้า... "
ผู้พันหนุ่มบ่นขำ ๆ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนิ่มแรง ๆ ทีหนึ่ง แล้วรวบร่างเล็ก ๆ ตรงไปยังเตียงนอน ชายหนุ่มมองคนที่รักหลับปุ๋ยอย่างแสนสบาย แถมท่าทางจะฝันดีเสียด้วย

หลังจากอาบน้ำ ร่างสูงก็สวมกางเกงขายาวเป็นผ้าเนื้อหน้าเพียงตัวเดียว ก่อนจะทิ้งกายลงนอนข้าง ๆ ร่างที่หลับอยู่ก่อนแล้วอย่างช้า ๆ
ร่างเล็ก ๆ ในชุดคลุมหายใจสม่ำเสมอ เส้นผมสีทองเป็นประกายแผ่สยายอยู่บนหมอนสีขาวใบโต มองดูน่ารักหนักหนาจนเขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนิ่ม ๆ อย่างเบา ๆ

" อื้อออ... "

เด็กหนุ่มครางเบา ๆ ราวกับลูกแมวเล็ก ๆ ก่อนจะคว้าเอาร่างสูง ๆ กอดไว้แน่นทำเอาพูดไม่ออก

" ไม่เอา...อยู่แบบนี้...เถอะ "

ใบหน้าผู้พันหนุ่มแดงซ่าน เพราะนิ้วมือที่โอบยึดแผ่นหลังกว้าง ๆ ไม่ยอมปล่อยให้ง่าย ๆ เลย เขาจึงต้องจัดท่าให้นอนตะแคงก่ายกันไว้อยู่เช่นนั้นอย่างช่วยไม่ได้

" เฮ้อ...นี่เห็นชั้นเป็นหมอนข้างไปแล้วสิเนี่ย "

เขานอนจ้องใบหน้ามนที่อยู่ใกล้แค่นิดเดียวนั้น ก็พลันนึกไปถึงเหตุการณ์ในคืนวันนั้น ที่เกิดขึ้นในห้องนอนบ้านร็อคเบล

หลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อมาคิดทบทวนดู ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ก่นด่าตัวเองทุกครั้งไป เพราะสิ่งที่เขาทำกับร่างในอ้อมกอดมันสุดแสนจะร้ายกาจจนแทบจะต้องเอาหัวไปโขกข้างฝาซะให้ได้

" ขอโทษนะ...เพราะอย่างนั้น ชั้นเลยไม่อยากทำแบบนั้นอีกเป็นหนที่สอง ชั้นกลัวเธอจะเจ็บ เพราะจะยังไง...ถึงไม่มีเรื่องพวกนั้น ชั้นก็ยังรักเธอได้ใช่ไหม... "

ร่างสูงเอ่ยเบา ๆ กับร่างที่หลับไหล ก่อนที่จะกระชับอ้อมกอดเข้ามา แม้จะแค่เล็กน้อย

" สำหรับชั้น...แค่นี้ก็พอแล้ว "

เขายิ้มกับตนเองหลังจากที่เอ่ยจบ ผู้พันหนุ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากที่ได้เอ่ยสิ่งที่คิดไว้ออกไป และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับรู้ข้อความเหล่านั้น แต่เขาก็สบายใจเหลือเกินแล้วในขณะนี้

นิ้วมือแข็งแรงลูบไล้เส้นผมสีทองแผ่วเบาพร้อม ๆ กับค่อย ๆ ปล่อยให้จิตใจล่องลอย เข้าสู้ห้วงนิทราอย่างช้า ๆ โดยไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะยังมีโอกาสได้นอนกอดคนที่รักได้อีกนานแค่ไหน...
***************************************************************

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 23 ก.พ.48 เวลา 22:40:04 น.

Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)

++ Rabbit Of Blue Clover ++

ตอนที่3
บรรยากาศรอบกายราวกับจะเป็นใจให้ห้วงรักของผู้พันหนุ่ม ร่างสูงปล่อยให้กระแสความสุขโอบล้อมห้วงใจอย่างไม่มีขัดขืน ลืมเลือนความจริงสิ่งบางอย่างไปสิ้น!!

" รอย... อยู่รึเปล่า ? "

ฮิวจ์เคาะประตูแล้วเปิดบานประตูหนานั้นออกอย่างไม่รอคอยคำตอบ ดวงตาสีเข้มมองลอดผ่านแว่นตาไร้กรอบไปยังโต๊ะทำงานตัวเดิมของผู้พันหนุ่ม และพบว่าเพื่อนสนิทของตนนั่งอ่านรายงานด้วยสีหน้าเป็นสุขจนเขาสามารถมองออกทะลุปรุโปร่งว่าแม้จะทำท่าตรวจงานอยู่แต่ในสมองคงคิดไปถึงไหน ๆ ....พูดให้ถูก

- ปล่อยกระแสความคิดลอยไปหาใคร...ถึงไหน ๆ แล้ว -

" เฮ้!! ตกลงจะทำงานหรือนั่งทำตาลอย เอาสักอย่างสิ "

ผู้มาใหม่ดุอย่างไม่เป็นการเป็นงานนักทำให้สายตาคมเงยขึ้นสบดวงตาสีเข้มใต้แว่นตากรอบบางอย่างร่าเริง

" ไปไงมาไง....เอ มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า ? "

" จะว่ามี...มันก็มี "

เมื่อได้ฟังคำพูดกำกวมของเพื่อนสนิทก็ทำเอาผู้พันหนุ่มทำหน้างง แต่ร่างสูงก็พอจะสามารถอ่านทางสีหน้าออกว่าเรื่องที่จะคุยนี้ จะต้องไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แน่นอน

- เพราะใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่า...บ่อยที่ไหนกันล่ะที่ฮิวจ์ปั้นสีหน้าเครียดเคร่งดังนี้ -

" มีเรื่องอะไรรึเปล่า ? "

ผู้พันหนุ่มถามด้วยสีหน้าเป็นการเป็นงานขึ้นมาแทบจะในทันทีที่รู้สึกถึงความบีบรัดของบรรกาศ

" ชั้นอยากคุยเรื่องเอ็ดเวิร์ด ....เป็นห่วงในสิ่งที่นายทำอยู่นี่แหละ เพราะว่ามัน... "

เขาเอ่ยเสียงเครียดเสียจนผู้พันหนุ่มมุ่นคิ้วยุ่งเหยิงอย่างไม่รู้ตัว เพราะตัวเขานี่แหละอาจจะรู้ดีที่สุดก็เป็นได้ว่าคนเป็นเพื่อนอยากจะเตือนเขาเรื่องอะไร

“ ชั้นรู้ว่าเด็กคนนั้นกำลังมีความสุข เขารู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่กับนาย แต่ว่า...กลับกันนั้นชั้นก็รู้ดี ว่าเด็กคนนั้นกำลังทรมานใจพอ ๆ กับที่ได้รู้สึกถึงความสุข ”

ผู้พันหนุ่มฟังเพื่อนเอ่ยต่อไป พร้อม ๆ กันนั้นเมื่อได้รับคำบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องทุกข์ของเจ้าตัวเล็ก...พลันสายตาที่ตวัดมองตอบเพื่อนรักนั้น แปรเปลี่ยนเป็นแววตาวุ่นวายใจระคนสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาโดยพลัน!!

“ เกิดอะไรขึ้นรึ ? นายบอกชั้นหน่อยได้ไหม ? ...รึว่า! มีใครทำอะไรทำอะไรเจ้าเหล็กของชั้น!! “

แม้ต้นประโยคจะดูเหมือนมีแค่ความรู้สึกห่วงใย แต่ปลายประโยคนั้นฟังดูคล้ายเจ้าตัวเกิดไพล่คิดไปคนละทาง แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น...คำว่า ‘ เจ้าเหล็กของชั้น ’ ก็ทำเอาฮิวจ์ยิ่งรู้สึกได้ถึงความห่วงหาอาทรของร่างสูงที่มีต่อเด็กหนุ่มได้อย่างชัดเจน

สำหรับตัวเขานั้น...เจ้าตัวเล็กก็เหมือนลูกเหมือนหลาน อดที่ทั้งตัวเขาและภรรยาจะห่วงใยไม่ได้
แต่กลับกันนั้น...รอย มัสแตงค์ คนนี้ก็เป็นเพื่อนรักของเขา

เป็นครั้งแรกที่คนอย่างเขา...จะรู้สึกลำบากใจถึงขนาดนี้

เพราะจะให้พูดว่าเพื่อนรักของเขาทำผิด...มันก็ไม่ใช่!!
แต่ไอ้จะว่าเอ็ดเวิร์ดตัวน้อยเป็นคนผิด...มันก็ไม่ใช่อีก!!
สิ่งที่ผิดสำหรับเขาแล้วคิดว่าเป็น...ชะตากรรม!!

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกอึดอัดใจสักเพียงไหน เขาก็คิดว่าการเตือนสติคนเป็นเพื่อนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความอ่อนหวานอาทรที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะบดบังรอยทุกข์ของเด็กหนุ่มเอาไว้จนเพื่อนรักมองไม่เห็น...และเขาก็เชื่อว่าเพื่อนรักของเขาย่อมไม่รู้สึกดีแน่ หากต้องมารับรู้หรือรู้สึกตัวเอาภายหลังว่าเอ็ดเวิร์ดเจ็บปวดเพียงไร

“ รอย...นายจำได้ไหมว่าเอ็ดเวิร์ด...ไม่สิ พี่น้องเอลริคที่ออกเดินทางไปทุก ๆ ที่ นั้นนอกจากจะเพื่อภารกิจแล้วพวกเขายังมีจุดประสงค์อะไรอีก? ”

ร่างสูงตวัดสายตาคมขึ้นประสานสายตากับเพื่อนรัก ดวงตาเบิกโพลงอย่างตกใจเพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าการที่ตนเองเหนี่ยวรั้งเจ้าเหล็กของเขาเอาไว้มันทำความทุกข์อย่างมหาสารแก่ร่างเล็กนั้นเพียงไหน!!

“ ฮิวจ์...ชั้น ชั้นมันบ้าจริง ๆ ชั้นน่าจะคิดได้ว่าเจ้าเหล็ก...กับอัลฟอนส์ออกไปหาข้อมูลต่าง ๆ ต้องลำบากลำบนออกไปทั่วทุกที่เพราะหาข้อมูล หาศิลานักปราชญ์ “

ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะท้าน ในหัวใจของผู้พันหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่สิ้นสงครามในครั้งโน้น

“ เด็กทั้งคู่ที่เป็นพี่น้องที่รักกันถึงขั้นนั้น...เจ้าเหล็กก็คงทรมานใจมากที่ต้องทนเห็นอัลฟอนส์ยังอยู่ในร่างของเกราะเหล็ก แต่เค้าเองกลับได้มาอยู่กับนายอย่างมีความสุข เพราะกับแค่ตัวเจ้าเหล็กเองตอนนี้แขนและขาอาจจะไม่จำเป็นอีกแล้วก็ได้ เพราะเขามีนายอยู่ด้วยแล้วทั้งคน...แต่สำหรับอัลฟอนส์มันไม่ใช่แบบนั้น “

ฮิวจ์สรุปเมื่อเห็นว่าคนเป็นเพื่อนนั้นเงียบไปด้วยความรู้สึกผิด กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็พบว่า รอยมัสแตงค์ เพื่อนรักของเขานั้นกำลังร้องไห้...แม้จะไม่ได้ออกเสียง

ดวงตาใต้แว่นไร้กรอบหม่นหมองลง แม้จะรู้ดีว่าเพื่อนรักจะต้องเสียใจมาก...แต่ว่าเขาก็ไม่อาจปล่อยให้เรื่องดำเนินไปในรูปแบบนี้ต่อไปได้

ฮิวจ์ใช้ท่อนแขนของตนคว้าศีรษะคนเป็นเพื่อนเข้ามาซบไหล่ช้า ๆ หลังจากเห็นว่าเจ้าของดวงตาคมนั้นปล่อยน้ำตาร่วงรินไปเรียบร้อยแล้ว

ร่างสูงแม้มิได้สะอื้น แต่น้ำตาอุ่น ๆ กลับไหลไม่หยุด เพราะภายในใจเจ็บปวดเหลือเกิน...เพราะเขาเองที่ทำให้เจ้าเหล็กเป็นทุกข์ เขาเองที่เห็นแก่ตัวจนทำให้ร่างกายเล็ก ๆ ปวดร้าว เพียงแค่คิดเท่านั้น...น้ำตาก็พลันไหลไม่หยุด

“ นายนี่น้า...ทั้ง ๆ ที่คนอื่นเค้ายัดเยียดให้เป็นคนเข้มแข็งแล้วแท้ ๆ แต่ไหงยังขี้แยไม่เปลี่ยนแบบนี้นะ “

ฮิวจ์คล้ายจะบ่น แต่น้ำเสียงนั้นมิได้จริงจังนัก เขาลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีดำสนิทนั้นอย่างหนักแน่น ตามประสาเพื่อนรักที่กำลังปลอบประโลมกันเอง

***************************************************************

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 23 ก.พ.48 เวลา 22:42:34 น.

Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)

++ Rabbit Of Blue Clover ++

ตอนพิเศษHappy My Valentine (เวอร์ชั่นรอยมัสแตงค์)

*****ปล..ตอนพิเศษนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องในฟิคตามปรกติแต่อย่างใด กรุณาปรับโหมดตามให้ทันน่อ เพราะเป็นความหวานแอบฮา ไม่มีสารก่อความเครียดเหมือนเนื้อเรื่องหลักของฟิคแต่อย่างใด******


วันที่ 12 / 2 / ????

คุณเคยรู้สึกตกหลุมรักไหม ?

ผมเองก็คิดว่าตัวเองพยายาม...จะตกหลุมรักสักหน ทั้ง ๆ ที่แล้วมานั้น...ใคร ๆ ก็พากันเชื่อว่าผมตกหลุมรักอย่างต่ำวันละ 1 ครั้ง ก่อนอาหารกลางวันเป็นอย่างช้า

แต่ความจริงแล้ว...ผมรู้ดีว่าตัวเองไม่เคยตกหลุมรักใครจริง ๆ สักที

แต่ว่า...แต่ว่า...ให้ตายสิ!!

แต่ไม่เคยเป็นอะไรที่มั่นอกมั่นใจขนาดนี้มาก่อน เพราะครั้งนี้ผมรู้ตัวแล้วว่าตกหลุมรักดังโครม!!

หลุมรักที่ลึกจนกลับตัวไม่ทันถอนตัวไม่ขึ้นเสียด้วย

ให้ตายเถอะ...วันนี้มันวันอะไรนะ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กที่ตะแง๊ว ๆ โหวกเหวกโวยวายเป็นนิจ วันนี้ดูน่ารักผิดหูผิดตา!!

พอเถอะ...บันทึกไม่ออกแล้ว

สงสัยวันนี้คงเป็นไข้หวัด...เพราะดันเห็นเจ้าเหล็กน่ารักน่าฟัดเป็นครั้งแรก

เป็นลางร้ายว่าตอนบ่ายต้องเจอเอกสารบานตะไทจากฮอร์คอายแน่ ๆ....ลางร้าย ๆ

เพราะงั้น....ต้องหนีออกไปเดินเล่นท่าจะดีกว่าสินะ?


บันทึกโดย :
รอย มัสแตงค์

...................................................................................

ชายหนุ่มสาวเท้าเอื่อย ๆ เดินเรื่อยไปกลางสวนสาธารณะของเมืองอย่างใจลอย ดวงตาคู่คมตวัดมองท้องฟ้าจนแทบเมื่อยคอ สุดท้ายผู้พันหนุ่มก็ก้มลงถอนหายใจเฮือก...รุนแรง

***วันนี้มันวันอะไรนะ ที่ต้องชวดช็อคโกแลตสาว ๆ แล้วต้องระเห็จมาเดินลอยชายอยู่ที่นี่ ชั้นควรจะต้องนั่งรอของขวัญสงบ ๆ ที่โต๊ะทำงานมากกว่า....ถ้าไม่เป็นเพราะความคิดสติแตกเมื่อเช้า แต่ก็ช่างเถอะ!! สาว ๆ คงรอได้เพราะนี่มันก็เพิ่งวันที่12 ไว้พรุ่งนี้ต้องตั้งสติใหม่ท่าจะดี...***

เขาคิดพลางถอนหายใจใหญ่

ผู้พันหนุ่มหยุดล้มกายลงนอนแผ่สบายอารมณ์กลางสวนสาธารณะที่เด็มไปด้วยบรรยากาศดี ๆ และไอแดดอันอบอุ่น

แต่ก็นั่นแหละ....เขาอดคิดไม่ได้เพราะตอนนี้สมองดันว่างจัด

***ทำไมปีนี้ฤดูหนาวมาช้านัก ??? ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเดือน2แล้วลมหนาวแค่พัดมา แล้วก็ยังไม่มีวี่แววของหิมะ***

อะไร ๆ ก็ดูวิปโยคไปหมด เขาหลับตาลงหลังสรุปในใจง่าย ๆ อย่างไม่เดือดร้อนอะไร

เพราะยังไงเขาก็เกลียดหิมะ...หรืออะไร ๆ ที่เป็นน้ำเปียก ๆ อยู่แล้ว

ในขณะที่ลมหนาวพัดเอื่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของแดดกลางวันกลางสวน อุณหภูมิจึงน่านอนกำลังดี...ผลักดันให้ร่างกายสูงที่นอนยืดกายอยู่บนพื้นหญ้าเริ่มตาปรือ

บรรยากาศอภิมหาน่านอนแบบนี้ แถมยังไม่มีอะไรจะทำอีต่างหากส่งผลให้ในระยะไม่ถึง 5 นาที ร่างสูงก็หลับสนิทอย่างแสนสบาย

นานเท่าไหร่ไม่รู้....ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเฉดเป็นสีส้มหม่น แต่ร่างสูงก็ยังนอนหลับสนิทอีกทั้งยังหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบา

นอนน่าสบายจนใครบางคนที่ก้มมองวงหน้าคมแอบอิจฉา

" เชื่อเค้าเลย...มานอนแหมะอยู่นี่เอง ให้ชาวบ้านเค้าตามหากันเหนื่อยแทบตาย ดันมานอนหลับสบายให้เห็นซะนี่!! "

เอ็ดเวิร์ดบ่นพึม ๆ หลังจากริซ่าบ่นถึงวีรกรรมของร่างสูง...ที่ดันหนีกองเอกสารมาตั้งแต่เช้าราวกับรู้ทัน

" ก็นะ...อากาศน่าสบายจริง ๆ งั้น... "

เจ้าตัวเล็กพูดจบก็ล้มตัวลงนอนบ้าง เพราะตามหาผู้พันหนุ่มให้ริซ่ามาทั้งวัน...แถมเพิ่งมาเจอตัวเอาป่านนี้คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะลากกลับไปทำงาน

เจ้าตัวเล็กคิดในใจก่อนจะหลับตาลงบ้างเพราะรู้สึกอยากเอนพักมั่งเหมือนกัน

ชั่วระยะหนึ่งที่ร่างสูงขยับกายคล้ายเปลี่ยนท่านอน แต่ท่อนแขนดันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจนทำให้วิสัยระแวงแบบทหารที่เคยสมรภูมินั้นผลักดันให้เปิดเปลือกตาขึ้นมองดู

***หือ...เจ้าเหล็กเองหรอกเหรอ? อืม....***

ร่างสูงคิดในใจเมื่อเห็นร่างเล็กเจ้าของเรื่อนผมสีทองกำลังนอนตะแคงหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาเอง

เขาหลับตาลงด้วยความงัวเงียอยู่อึดใจหนึ่ง...ก่อนที่จะสะดุ้งพรวด!!

***เฮ้ยยยยย!! มาได้ไง!!***

ผู้พันหนุ่มแอบโวยวายในใจ ยังดีนะที่ตั้งสติได้...ไม่แหกปากออกมาจริง ๆ ไม่งั้นขืนไอ้ตัวเล็กตื่นมาเห็นว่าถูกกอดล่ะก็คงยุ่งกันไปใหญ่!!

***กอด....เรากอดเจ้าเหล็ก***

เจ้าตัวยกมือขึ้นกุมขมับเครียด ๆ

***ปัดโธ่เอ๊ย!! อุตส่าห์หนีมาแล้วยังโผล่มาจากไหนอีกล่ะนี่!!***

ร่างสูงบ่นในใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นหอสบูอ่อน ๆ จากนิ้วมือที่กุมขมับอยู่ เขาค่อย ๆ แตะนิ้วของตนที่ปลายจมูกก่อนจะดมดูช้า ๆ

***กลิ่นอะไรนะ....หอมๆ จะว่าไปเราไม่ได้ใช้สบู่กลิ่นนี้นี่นา***

ลางสังหรณ์สุดแสนจะเลวร้ายทำให้ใบหน้าคมพลันแดงซ่านหลังจากเริ่มสัณนิษฐานที่มาของกลิ่นได้ในวินาทีต่อมา

ผู้พันหนุ่มก้มลงใกล้ใบหน้าเยาว์วัยช้า ๆ ก่อนจะตั้งสติสูดกลิ่นสบู่ที่อายอวลอยู่จาง ๆ นั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ โดยไม่นึกสงสัยบ้างหรือไรว่าจะดมพิสูจน์ไปทำไมกัน!!

วินาทีเดียวกันนั้น...ร่างเล็กที่เคยนอนตะแคงหลับสบายก็ขยับพลิกนอนหงายพวดพราด!!

คิดเอาเองเถิด....ว่าเกิดอะไรขึ้น!!

ริมฝีปากบาง ๆ แถมนุ่มนิ่มนั้น แนบกับเรียวปากคมอย่างพอดิบพอดียังกับสวรรค์แกล้ง

*** !!!!!!!!!!! ***

ชายหนุ่มตาค้างใปในทันใด !!

ร่างกายสูงชะงักแข็งทื่อ อย่างกับร่างกายของเขากลับกลายเป็นรูปหล่อยสัมฤทธิ์ไปในบันดล

" อื้อ.....อย่าน่า แบล็คฮายาเตะ "

ร่างเล็กละเมอไปอีกทาง แต่เสียงนั้นก็พาให้สติสัมปชัญญะกลับคืนมาสู่ร่างสูงในทันที

***เฮือกกกก!!!!!***

ผู้พันหนุ่มเด้งกายพรวดเมื่อสติสตังกลับคืนมา ร่างกายสูงสั่นสะท้านและใบหน้าคมก็ท้งแดงซ่านและร้อนฉ่า

เขาลุกพรวดพราดขึ้นในทันทีโดยที่ไม่ทันต้องให้สมองมาสั่งการ ร่างสูงจ้ำพรวด ๆ ออกจากตรงนั้นในทันทีทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังร้อนและมีสีเรื่อ

*** นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเราเนี่ย!! โอย...หยุดเต้นทีสิว้อยหัวใจดื้อด้านเอ๊ย!! จูบกับผู้ชายด้วยกันมันน่าใจเต้นตรงไหน!! เราบ้าไปแล้วสิเนี่ย!! บ้าไปจริง ๆ สิเนี่ยยยยยยยย!!! ***

ร่างสูงบ่นดุเดือดในใจไปตลอดทางทั้ง ๆ ที่ริมฝีปากที่เมื่อครู่ได้สัมผัสนุ่มนิ่มนั้นกลับเอ่ยอะไรไม่ออก

รอย มัสแตงค์ ผู้สับสนมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงทั้งเสื้อคลุมและร้องเท้าบู๊ตที่เลอะดิน ก่อนจะคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงมิดกายราวกับอายจนไม่กล้าสู้สายตาหรือมองไปยังอะไรอีกแล้วแม้กระทั่งดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า!!
************************************************************************
555+ ตอนพิเศษที่บอกไว้คราวก่อน เอามาลงเพราะเห็นตรงกับวาเลนไทน์พอดี
ความจริงมี2แบบ คือภาคคุณรอยกับน้องเอ็ด

เนื่อเรื่องตอนพิเศษไม่ได้เกี่ยวกับwild dream เลยค่ะ เป็นแนวตลกแอบฮาความคิดของทั้งคู่ด้วยอีกต่างหาก เพราะคนเขียนเริ่มต๊อง ๆ ระยะหลัง

อาจจะมีภาษาวิบัติ กับประโยคซน ๆ แบบที่ปรกติไม่ค่อยได้ใช้ก็อย่าตกใจนะคะ เพราะแค่ปรับให้เข้ากับแนวเรื่องเท่านั้นเองค่ะ ^-^

คิดว่าคงไม่ยาวมาก แต่งพอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวคนอ่านWD จะรอนาน แค่เปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราวค่ะ
รู้ตัวว่าเขียนเรื่องตลกไม่เก่ง ถนัดแนวเครียด ๆ มากกว่า ถ้าอ่านแล้วไม่ขำก็ขออภัยอย่างแรงเลยค่ะ
(แต่พยายามจะทำให้ขำแล้วนะ)

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 23 ก.พ.48 เวลา 22:44:46 น.

Ai-BlueClover-!!
(Ai-Luvless-!!)

++ Rabbit Of Blue Clover ++

ตอนพิเศษHappy My Valentine (เวอร์ชั่นเอ็ดเวิร์ดเอลริค)

" หนอยยยย!! ไอ้ลูกชิ้นบ้าเอ๊ยยยย!! จะปลุกกันซักคำละไม่มี!! รู้งี้ลากไปให้โจทย์สำเร็จโทษที่ห้องทำงานก็ดีหรอก "

เด็กหนุ่มบ่นดุเดือดไปตลอดทางเดินโดยมีน้องชายเดินตามหลังด้วยท่าทางปริวิตกว่าพี่ชายของตนจะพาลไปฟาดปากกับผู้บังคับบัญชาตอนเช้านี้ให้รู้แล้วรู้แร่ด

" เอ่อ...พี่ครับ อย่าเพิ่งไปส่งรายงานเลยครับ ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า "

คนเป็นน้องพยายามเกลี้ยกล่อม เพราะกลัวว่าแทนที่จะได้ส่งรายงาน พี่ชายของเขาอาจจะถวายอะไรให้คนรับไปเป็นของแถมแบบลดกระหน่ำซัมเมอร์เซล...และดูท่าว่าจะไม่ใช่ของแถมที่ดีนักเสียด้วย

" น่าเสกเหล็กมาทับหัวเจ้าลูกชิ้นนั่นสักตัน!! มันน่านัก....มันน่านัก!! "

คนเป็นพี่ไม่ได้ฟังซักกะนิด แถมยังบ่นต่อไปอย่างดุเดือดเลือดแล่นจี๊ดดดดดด
คนเป็นรน้องได้ฟังแล้วก็ถอนใจเฮือก ๆ ไม่รู้จะทำยังไง...ได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มกบาลอีกฝ่ายให้รอดปลอดภัย

แต่ถ้าจะให้ดี ถ้าวันนี้ร้อยโทฮอร์คอายอยู่...ก็คงจะดีกว่าหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล่ะ!!

แต่ปรากฎว่า....

" อ้าว...มาส่งรายงานรึ ? เสียใจด้วยนะเพราะผู้พันไม่มา "

ฮาวอคเอ่ยบอกร่าเงจนทำเอาเด็กน้อยที่รอฟังเกิดปื้ดหนักกว่าเก่า แถมนึกอยากจะพาลใส่คนรายงานแทนซะท่าจะดี

***อะไรวะ...ทำยังกะรู้ว่าตูจะมาด่า เดี๋ยวนี้สกิลมันสูงนักรึไงนะ เจ้าลูกชิ้นถึงหนีได้กระทั่งกองงานของร้อยโทฮอร์คอาย...ไม่พอ!! หนีตูด้วย!!***

เอ็ดเวิร์ดด่าในใจอย่างดุเดือด ในขณะที่ริซ่าเดินหอบกองเอกสารเข้ามาพอดี นั่นแทบจะทำให้อัลฟอนส์แทบจะขอบคุณสวรรค์อยู่มะรอมมะร่อ เพราะว่าพี่ชายทำท่าจะอาละวาดในไม่กี่วินาที

" อ้อ...ผู้พันไม่สบาย ไม่ได้หนีหรอก เห็นว่าเมื่อวานตากลมจนไข้ขึ้นจ้ะ "

เด็กหนุ่มฟังแล้วถึงกับอึน!!

***ลูกชิ้นประเทศไหนเป็นหวัดได้มั่งวะ...มารยารึเปล่าวะเนี่ยยยย!!***

เจ้าตัวมุ่นคิ้วอย่างหงุดหงิดแกมสงสัย หลังจากที่ฟังคำบอกเล่า เด็กหนุ่มก็เดินไปที่ห้องพักของร่างสูง กะว่างานนี้จะไปดูสภาพลูกชิ้นเปื่อย แต่ถ้ามันไม่เปื่อยจริงล่ะก็......

ระหว่างที่คิดในใจ รังสีมาคุก็แผ่ขจายพร้อม ๆ กับการแสยะยิ้มของเด็กน้อย ทำเอาคนเป็นน้องที่เดินตามยังแอบกลัว...ว่าผู้พันจะรอดไหม?

" เอ่ออออ พี่ครับ เอาเป็นว่าผมกลับไปรอที่ห้องละกันนะครับ "

" ฮือ ? "

ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร น้องสุดที่รักก็วิ่งหนีหายไปจากสายตาของเอ็ดเวิร์ดเสียแล้ว...ทำเอาเด็กหนุ่มแอบงง เจ้าตัวเกาหัวแกร่ก ๆ ก่อนจะเดินมาถึงห้องเหยื่อ ???

เด็กหนุ่มรู้สึกลังเลโดยไม่มีสาเหตุคล้ายรู้สึกได้ถึงรังสีแห่งความระแวงระวังในบรรยากาศ แต่ก็ตัดสินใจเคาะบานประตูเบา ๆ

นาน...นานหลายอึดใจ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มฉงนฉงาย

" ไม่มีคนอยู่ ? ...สรุปแล้วเจ้านั่นไม่ได้เปื่อยแต่หนีไปหลีสาวที่ไหนแล้วสินะ "

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงกุกกักก็ทำให้เจ้าตัวเล็กที่เพิ่งจะนินทาขาดปากไปนั่นต้องสะดุ้งโหยง

แอ๊ดดดดดดดดดด

**เอื๊อก!!**

เจ้าตัวเล็กแอบกลืนน้ำลาย จนกระทั่ง....

ดวงตากลมราวลูกแก้วประกายวามนั้นเพ่งมองเข้าไปในความมืด ดวงตาสีทองก็สบกับดวงตาของร่างสูง

ร่างสูง...ที่สภาพตอนนี้ลบคำกล่าวหาของเอ็ดเวิร์ดไปทั้งหมด ดวงตาคมที่เคยทอประกายยั่วเย้าหยอกล้อกลับกลายเป็นดวงตาเลื่อนลอยคล้ายคนสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ส่วนสภาพ...ก็ยากจะกล่าวว่าเป็นปรกติ เพราะเสื้อผ้าหลุดรุ่ย...เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นอยู่ในสภาพที่กระดุมถูกปลดเผยให้เห็นแผ่นอกสะท้อนไหวตามจังหวะหายใจ จังหวะหายใจ...ที่เหนื่อยหน่าย

" อ๊ะ!!...เฮ้ย!! "
คล้ายกับร่างสูงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าแขกกลายเป็นคนที่เขาไม่พร้อมจะพบหน้ามากที่สุดไปซะนี่!!
และแทบจะในทันทีนั้น ร่างสูงก็ดันบานประตูปิดลงอย่างรวดเร็วซึ่งอการเช่นนั้นทำให้คนที่ไม่เข้าใจอะไรอย่างเจ้าตัวเล็กเป็นอันฉุน!!
ชายหนุ่มได้ยินเสียงโหวกเหวกข่มขู่ดังลั่น ๆ ขณะที่กำลังพยายามสงบจิตสงบใจให้ได้

" มาปิดประตูใส่หน้าชาวบ้านแบบนี้อยากถูกขังไว้ในห้องรึไงฟะ!! หนอยยย เดี๊ยะ!! เอาเหล็กมาทับประตูสักตันไหมห๊ะ~!! "

เอ็ดน้อยโวยวายพร้อมกับทำท่าประสานมือเอาจริง ๆ ส่วนผู้พันหนุ่มก็ได้แต่พยายามสงบจิตสงบใจ แต่ก็ยังไม่วายคิดตอบคำพูดของร่างเล็กไปจนได้

**ออกประตูไม่ได้หน้าต่างก็ยังมี ไม่เห็นเดือดร้อนเลย อีกอย่าง...ถ้าต้องออกประตูจริง ๆ ก็ระเบิดทิ้งซะก็ได้นี่!!**

" เฮ้ยยยยย!! จะออกไม่ออก ไม่งั้นล่ะก็.... "

แปะ!!

**ห๊ะ!!! นี่เอาจริงเรอะ!!!!!**

แกร่ก!!

ผู้พันหนุ่มเปิดประตูทันที เพราะได้ยินเสียงเหมือนเจ้าตัวเล็กประกบมือดังลั่น และด้วยความเผลอตัวนั้นทำเอาเขาเองนี่แหละต้องหน้าซีด เพราะสุดท้ายกลายเป็นว่า...เขาถูกหลอก!!!!

เสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงเด็กหนุ่มตบฝ่ามือลงบนหน้าขาด้วยความโมโหเท่านั้น ไม่ใช่เสียงจากอาการที่เขานึกกลัวไว้แต่แรก

" อ๊ะ!!...อา เข้า เข้ามาสิ "

แม้จะรู้สึกตัวขึ้นได้ แต่ก็ต้องเลยตามเลย ร่างสูงนึกด่าตัวเองในใจอย่างดุเดือด เพราะดันไปหลงคิดว่าอีกฝ่ายจะทับประตูให้เขาอดตายในห้องจริง ๆ

**ปัดโธ่เอ๊ย!! ทำไมถึงได้โง่อย่างงี้นะเรา ทั้ง ๆ ที่ถ้าหากว่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เจ้านี่ก็คงถอดใจกลับไปเองแท้ ๆ **

ผู้พันหนุ่มกุมขมับพลางตีหน้าเครียด ไม่รู้จะพูดอะไร

" นี่ตกลงป่วยแน่เรอะ ? "

เจ้าหนูเอลริคก็ยังเป็นเจ้าหนูนักแปรธาตุปากเสียคนเดิม แม้จะเหมือนรู้แล้วว่าเขาไม่ค่อยสบายก็ยังอุตส่าห์เอ่ยกัดขึ้นมาจนได้

" ก็....แน่สิ "

" เหรอ ?? " เจ้าตัวทำหน้ายียวนก่อนจะหลิ่วดวงตากลมสีทองก่อนเอ่ยต่อ " ไม่คิดนี่!! ว่าลูกชิ้นก็ไม่สบายเป็นกับเขาด้วย "

ปื๊ด!!

เหมือนขีดความยั๊วะของเขาจะกระตุก แต่ ผู้พันหนุ่มยังพยายามตีหน้าเฉย

" เหรอ ?? ชั้นก็ว่า...ไม่ได้เจอกันพักใหญ่ คิดว่าน่าจะสูงขึ้น...แต่ดูดี ๆ สงสัยชั้นจะดูผิด "

ปื๊ดดดดด!!

รู้สึกเหมือนเจ้าตัวเล็กจะเส้นกระตุกพอกันเลยสะบัดหน้าพรืดพลางคิดในใจ

**หนอยยยเพราะไอ้จะให้ด่าคนป่วย ก็เดี๋ยวจะหาว่ารังแก...นี่ปราณีนะยังจะมา....**

ขณะที่นึกด่าในใจตอกกลับร่างสูงอย่างดุเดือด เจ้าตัวเล็กก็สังเกตว่าตั้งแต่เข้าห้องมา อีฝ่ายไม่ยอมมองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อยทำเอาอดสงสัยไม่ได้จนต้อถามขึ้น

" เป็นอะไรไป ? หน้ามืดเรอะ!! "

ร่างสูงชะงัก....แทบจะทรุดลงเอามือกุมขมับในท่าตูพลาดซะอย่างนั้น

**อะไรฟะ!! แทนที่จะรีบ ๆ ออกไปดันมาพุดอะไรแบบนี้ห๊ะ!!**

กว่าจะรู้สึกตัว...คนที่เขาอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ ด้วยเหตุผลบางประการนั้น...กลับยื่นหน้าเข้ามาหา พลางใช้มือข้างที่เป็นออโต้เมลจับแขนของเขาอ่อนโยนคล้ายเป็นห่วงทำเอาหัวใจของคนร่างสูงเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ

" ชั้นว่า...ไปนอนดีกว่าน่า เดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมขึ้นมาชั้นแบกไปที่เตียงไม่ไหวนะ "

**เฮือกกกก!!! เด็กอะไรพูดจาไม่ระวังเอาซะเลย ให้ตายเหอะ!! ชั้นน่ะ...ชั้นน่ะ...**

ผู้พันหนุ่มคว้าแขนของร่างเล็กหมับ ส่วนอีกแขนก็ช้อนร่างเล็ก ๆ ลอยขึ้นในทันทีจนทำเอาคนที่ถูกอุ้มโวยวายลั่น

" อะไรเนี่ย!! ไหนว่าไม่สบาย ทำเป็นหน้าซีด ๆ หนอยยยยย!! มารยาเรอะเจ้าลูกชิ้น!!!!! "

ตุ้บ!!!!!

ชายหนุ่มกดร่างเล็ก ๆ ในอ้อมแขนลงบนเตียงก่อนจะจ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาสีทองแวววามด้วยแววตาประหลาดในแบบที่ร่างเล็กไม่เคยเห็นมาก่อน

" นายนั่นแหละทำให้ชั้นหน้ามืด!! หน้ามืดชนิดที่ไม่จำเป็นให้นายต้องลำบากแบกชั้นมาที่เตียงหรอกจะบอกให้รู้ไว้!! "

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น...แม้คนฟังจะยังไม่ทันถึงบางอ้อ แต่ลางสังหรณ์มันชวนให้พาตัวเองออกจากอ้อมแขนนี้แบบด่วนที่สุดทีเดียว เพราะรู้สึกเหมือนว่าถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปต้องแย่ด้วยประการใดประการหนึ่งแหง๋ๆ

ขณะเดียวกัน....ในหัวสมองของร่างสูงนั้นดูเหมือนจะไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจอย่างสิ้นเชิง

**ก็เพราะใครใช้ให้พูดอะไรแบบนั้นเล่า!! เขาก็ทนไม่ไหวน่ะสิ!! เพราะนั่งคิดมาตลอดคืน...จนมาสรุปได้เอาจนเวลาแทบสว่างนั่นแหละ เขาถึงต้องโทรไปลาป่วยแบบเร่งด่วน!!...เพราะคำตอบที่ได้รับหลังจากถามตัวเองมาตลอดคืนนั่นแหละที่น่ากลัว!!**

ขณะที่ร่างสูงยื่นหน้าเข้าใกล้เจ้าตัวเล็ก ๆ ที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนนั้นเอง เหมือนจะได้ยินเสียงอัลฟอนส์แว่ว ๆ แต่ผู้พันหนุ่มก็ไม่นึกอยากจะสนใจอีกต่อไปแล้ว

" พี่ครับ...อยู่รึเปล่า??? "

อัลฟอนส์ที่เป็นห่วงสวัสดิภาพของคุณผู้พันจนต้องย้อนกลับมาอีกหนร้องเรียกพี่ชายของตนพลางเปิดประตูเข้าไปในห้องพักช้า ๆ และในวินาทีนั้นเขาก็ได้ยินเสียงผัวะพร้อม ๆ กับเสียงบานประตูที่เปิดออก

สภาพที่คนเป็นน้องเห็นนั้นคือพี่ชายของตนถือนาฬิกาหัวเตียงของผู้พันหนุ่มในมือ กับร่างสูง ๆ ที่นอนสลบฟุบอยู่บนร่างเล็ก ๆ แบบลืมตื่น

" เจ้าบ้าเอ๊ย!! "

เด็กหนุ่มสถบพลางวางนาฬิกาหัวเตียง...ซึ่งบัดนี้หน้าปัดแตกเละไปเรียบร้อยโรงเรียนเอลริค เขาพยายามออกจากน้ำหนักตัวของร่างสูงที่กดทับ...พลางจัดเสื้อแสงที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่เข้าทาง เด็กหนุ่มหอบสะท้านทั้งที่ใบหน้ายังคงก่ำแดงราวกับผลมะเขื่อเทศสุกก่อนจะหันมาทางน้องชายที่รักซึ่งยืนตะลึงอยู่ก่อนหน้าแล้ว

" อัล...ไปเอากล่องพยาบาลมาให้ที หมอนี้ไข้กินจนหน้ามืดไปอีกแล้ว "

คำแก้ตัวของคนเป็นพี่...อัลฟอนส์ไม่รู้สึกเก็ตตามแม้แต่น้อย ไข้กินจนสลบ...แน่ใจรึ???

" อ่า...ครับ "

แต่สุดท้ายถ้ามานั่งถามกันตอนนี้เห็นทีผู้พันคงเลือดออกหมดตัวตายเสียก่อน คนเป็นน้องจึงไม่อยากซักไซ้ ยอมไปเอากล่องพยาบาลมาแต่โดยดี

เหตุการณ์หลังจากนั้นทำเอาคนรอบข้าง ทั้งฮาวอค หรือแม้แต่ริซ่าเองก็ยังตั้งปุจฉาอยู่ในใจ

....เกิดอะไรขึ้นกันแน่???

ทั้งหมดลอบมองผ้าพันแผลที่หน้าผากผู้บังคับบัญชาอย่างสงสัยใคร่รู้ ส่วนเจ้าตัวนั่น...หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับตัวเองโดยไม่ยอมพูดยอมจา หัวก็ปวด ชวดของหวานอีก ใครมันจะไปอารมณ์ดีไหว!?

" โอ้ย ๆๆ เอารายงานมาส่ง!! "

ร่างเล็กเปิดประตูผลัวะเข้ามาพร้อมการทักทายอย่างร่าเริง...แต่ร่างสูงกับหมุนเก้าอี้หนีหน้าอย่างเคือง ๆ เพราะวันวาเลนไทน์แบบนี้เขาต้องมาอดช๊อคโกแล็ตจากสาว ๆ ไม่พอ!! หัวก็เจ็บ!! แล้วคนที่ไม่อยากเจอก็ยังมาหาจนเขานึกอยากจะเหมาเอาว่าฟ้าส่งเจ้าตัวเล็กมาเป็นอริกับเขารึไงนะ!!

ความจริงเป็นเพราะหน้าบูด ๆ นั่นแหละ...สาวๆ ที่ตั้งใจจะเอาช็อคโกแล็ตมาให้ ก็ถอยร่นไปโดยไม่กล้าตอแยด้วย

**ถึงจะชอบก็เหอะ!! แต่ถูกฟาดหัวแบบนี้แล้วยังมาระรื่นยังงี้มัน....**

เขาบ่นในใจโดยไม่ยอมหันไปมองร่างเล็กแม้แต่น้อย แม้ว่าจะไม่ถึงกับโกรธขนาดหนักเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงตกใจกับอาการรุกไล่ของเขาเมื่อวานนี้ แต่ไอ้ที่เคือง...ก็ตรงที่อีกฝ่ายไม่อยู่ดูจนถึงตอนที่เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

**คิดดูสิ!! ตื่นขึ้นมาก็เจอแต่หัวเจ็บๆ กับความมืด...นายนี่ใจร้ายจริง ๆ ให้ตาย!!**

ขณะที่ร่างสูงบ่นดุเดือดอยู่นั่น มือเล็ก ๆ ก็ยื่นรายงานส่งให้เขาตรงหน้าพร้อมกับยิ้มระรื่น

" เอ้า!! รายงาน แล้วก็ที่เหลือ...คิดซะว่าชั้นอยากตามแฟชั่นแล้วกัน!! "

ท้ายประโยคเจ้าตัวเอ่ยเสียงสั่น ๆ แก้มเนียน ๆ เกิดแดงระรื่อขึ้นจนต้องกลับลำคว้าแขนคนเป็นน้องที่ตามมาส่งงาน...ลากถูลู่ถูกังออกไป

" เหอ....อะไร?? "

เขาแกะซองเอกสารอย่างงุนงง ล้วงเอารายงานปึกบะเริ่มออกมาพลางทำหน้างง ๆ แต่ว่า...

**เอ...เดี่ยวก่อน อะไรในซองอีกล่ะ ?**

เจ้าตัวนึกสงสัย ก่อนที่จะล้วงเข้าไปในถุงกระดาษหลังจากสัมผัสได้ว่ามีอะไรสักอย่างยังหลงเหลื่ออยู่ในซองสีน้ำตาลนั้นเอง

และในวินาทีนั้น...ทุกคนในห้องกลับชี้ชวนให้คนข้าง ๆ มองไปยังใบหน้าของผู้บังคับบัญชาหนุ่มกันเป็นทิวแถว จะไม่ให้มองได้ยังไง ก็ใบหน้าคม ๆ ที่ทำหน้าบูดมาตั้งแต่เช้านั้น...ในตอนนี้แดงซ่าน

ร่างสูงถือห่อขนมสีชมพูหวานจ๋อยที่ประดับด้วยริบบิ้นสีทองแวววาว...ในขณะที่ใบหน้านั้นเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่อีกต่อไป

" เดี๋ยวมา!! "

ร่างสูงบอกคนในห้องห้วน ๆ แล้วก็วิ่งฝุ่นตลบออกไปทั้งอย่างนั้นโดยที่คนในห้องออกอาการปนงงอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเห็นผ้พันหนุ่มเดี๋ยวหน้าแดงเดี๋ยวหน้าเขียว แล้วก็วิ่งออกไป...ใครมันจะไปตามทัน!!

ร่างสูงวิ่งพรวด ๆ มาจนถึงตัวของร่างเล็กที่พยายามสาวเท้าจ้ำอ้าว ๆ แบบไม่ลืมหูลืมตานั้นแบบทันอกทันใจ...ก็นะ ช่วงขามันผิดกัน!!

เขาคว้าแขนเล็ก ๆ ให้หันมาสบตา ก่อนที่จะงัดไม่ตายออกมาตรง ๆ

" ของนี่ ? "

เขาถามดื้อ ๆ

" อือ...ให้ วันหลังอย่าทำอะไรแบบนั้นอีกนะ!! "

เจ้าตัวก้มหน้างุด ๆ หลังจากเอ่ยจบในตอนท้าย...ร่างสูงแกะห่อช็อคโกแล็ตออกอย่างบรรจงในขณะที่ฝ่ายคนตัวเล็กกว่ามองอย่างสงสัย ก่อนที่คนแกะจะหยิบช็อคโกแล็ตก้อนหนิ่งโยนใส่ปากเอาดื้อ ๆ

" งั้น...ก็กินด้วยกัน!! "

ผู้พันหนุ่มคว้าไหล่เล็กยึดไว้ก่อนที่จะก้มลงประทับริมฝีปากคงเรียว และพร้อม ๆ กันนั้นก็ส่งรสหวานจัดในปากสัมผัสปลายลิ้นของร่างเล็กไปพร้อม ๆ กัน ทำเอาเจ้าของเส้นผมสีทองตัวแข็งค้าง

" ขอบใจ... "

เจ้าตัวถอนริมฝีปากพลางยิ้มกริ่ม ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงทำอะไรไม่ถูกต่อไป
แม้จะนานหลายอึดใจก็ตาม แต่ร่างเล็กก็เริ่มโวยวายแบบที่เคยทำ แต่ใบหน้านั้น....แดงแจ๋ไปหมดแล้ว

สงสัย...อีแบบนี้คุณผู้พันคงหาเรื่องแกล้งทุกวัน...ซะละมั้ง ?
*****************************************************************************
ทีนี้ก็ลงจนครบถึงตอนล่าสุดสักที
ช่วงนี้สอบมะรอมมะร่อ วิชากดหมายอันน่าสะพรึงกัวก็หลอกหลอนจนไข้จับ งี้ดดดดด เค้าเบื่อข้อสอบบบบบ

Edit by Ai-BlueClover-!! - 23 ก.พ.48 เวลา 22:48:11 น.

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 23 ก.พ.48 เวลา 22:46:54 น.

Lunae
จอมนางแห่งวังY

พี่ว่าหนูแยกกระทู้เป็นตอนๆ ไปจะดีกว่าน้าเพราะที่นี่runตามวันที่ลงเป็นdefaultน่ะค่ะ คนเข้ามาก็จะได้เห็นว่ามีตอนใหม่มาโพสแล้วน่ะ

Quote : Ai-BlueClover-!!
วิชากดหมาย

--->วิชานี้สอนอะไรเนี่ย' ' วิธีจับกดเป้าหมายให้สัมฤทธิ์ผลไม่ติดตะรางเร้อ เหอ เหอ

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 24 ก.พ.48 เวลา 17:35:27 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 11 จากทั้งหมด 11 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ