K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Ragnarok Fiction - The legend of descendant - ตอน 77 แผนการขั้นต่อไป

Ragnarok Fiction - The legend of descendant - (ตำนานรักอามัตสึภาค2)

ตอน 77 แผนการขั้นต่อไป
------------------------------

            การรบกับกลุ่มปีศาจในหนนี้มีเรื่องที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้น จนทำให้ต้องยกเลิกกำหนดการบุกไปถึงเมืองกลาสต์เฮลม์ซ้ำยังต้องร่นถอยกลับมาแทนเสียเอง
            สาเหตุก็คือการปรากฎตัวของดาร์คลอร์ดพร้อมกับลูกน้องที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการนำทัพทั้งเก่าและใหม่จำนวนมาก อันประกอบไปด้วย

            1. สามแม่ทัพ ซึ่งเป็นแม่ทัพในชุดเดิมกับที่เคยทำศึกมาเมื่อครั้งยี่สิบปีก่อน อันได้แม่ทัพหัวเมืองลอร์ดออฟเดธ แม่ทัพกองทหารเวทแห่งกลาสต์เฮลม์อีวิวดรูอิด และแม่ทัพกองทหารเกราะเหล็กแห่งกลาสต์เฮลม์บลัดดี้ไนท์
            2. รองขุนพลทั้งแปด ซึ่งเป็นกองทัพปีศาจกลุ่มย่อยที่จัดตั้งแยกออกมาเป็นพิเศษเข้ากับหมวดปีศาจของตนเอง ซึ่งการจัดตั้งทัพย่อยนี้สามารถอนุมานได้ว่ายังอาจมีปีศาจอยู่อีกมากซึ่งไม่ควรประมาทในการวางแผนการรบครั้งต่อไป
            โดยกองร้อยปีศาจจะมีทั้งหมด 10 กลุ่มได้แก่
            - ทัพปีศาจราตรีมายา คุมทัพโดย อินคูบัส
            - ทัพปีศาจสัตว์อสูร คุมทัพโดย มาโจรูรอส
            - ทัพปีศาจนกแห่งรัตติกาล คุมทัพโดย โอว์บารอน
            - ทัพปีศาจนักฆ่า คุมทัพโดย อินจัสติส
            - ทัพปีศาจเพชรฆาตปกป้องกลาสต์เฮลม์ คุมทัพโดย ไรบีโอ
            - ทัพปีศาจโครงกระดูก คุมทัพโดย สเกลเลตันเจเนอรัล
            - ทัพปีศาจผีดิบ คุมทัพโดย ซอมบี้มาสเตอร์
            - ทัพปีศาจจอมยุทธแห่งความมืด คุมทัพโดย วันเดอร์เรอร์
            - ทัพปีศาจการ์กอยส์ คุมทัพโดย การ์กอยส์ (***เสียชีวิตก่อนหน้านี้***)
            - ทัพปีศาจเรธ คุมทัพโดย เรธเด๊ด (***เสียชีวิตก่อนหน้านี้***)

            * หมายเหตุ - สองในสิบรองขุนพลถูกสังหารไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยที่เรธเด๊ดถูกจัดการโดยมิยูกิที่หมู่บ้านไวด์วินด์ การ์กอยส์ถูกจัดการโดยมิยูกิที่เหมืองป่าสนเขา

            หลังจากที่ดาร์คพรีสต์ใช้ประตูมิติวงกว้าง (Dimention Portral) นำทัพปีศาจตามที่ว่ามาในข้างต้นรวมทั้งสิ้นหนึ่งกอง รูปแบบสงครามก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
            แม้ทางเกฟเฟนจะมีทหารถึงสองกองพันที่มากกว่าเป็นเท่าตัว แต่ความหลากหลายและแปลกแตกต่างของกองพันปีศาจชุดใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนถือเป็นปัญหาใหญ่กับวิธีการรบ ซึ่งทางกองทัพไม่เคยรบกับศัตรูที่แปลกใหม่เช่นนี้มาก่อน


            ภายหลังการปะทะ ทัพเกฟเฟนสามารถทำลายกองพันผสมของปีศาจลงได้กว่าครึ่งและจัดการรองขุนพลปีศาจลงได้สองตนคืออินคูบัสและสเกลเลตันเจเนอรัล แต่ทว่าทางทัพเกฟเฟนเองก็สูญเสียไปมากถึงหนึ่งกองพันเช่นกัน...

            ที่สำคัญที่สุดการที่ดาร์คลอร์ดได้ตัวดาร์คพรีสต์มิลล่าไปยิ่งทำให้การรบของเผ่าปีศาจมีมิติที่ลึกล้ำยิ่งขึ้น จนเป็นที่มาของการสูญเสียครั้งใหญ่... กับการจากไปของทรัพยากรบุคคลคนสำคัญของเกฟเฟน มิลาโน่ อาริแยร์
            ในขณะที่ทางเซรอสเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีครั้งนั้น แต่ยังเป็นโชคดีที่พอรักษาได้ทันท่วงทีจนช่วยชีวิตไว้ได้ในเวลาต่อมา

            แม้จะดูเป็นรองในหลายๆด้าน ภายใต้การกดดันที่ทำเอาตั้งตัวแทบไม่ติดโดยทัพปีศาจที่ยิ่งใหญ่และดุดัน แต่เราก็ได้พบว่ามนุษย์เองก็ยังมีบุคคลแห่งความหวังอยู่เช่นกัน
            บุคคลผู้นั้นก็คือมิยูกิ แลนด์ฟอร์ด... ผู้เป็นบุตรีของอัศวินแห่งพรอนเทร่า อิมิค แลนด์ฟอร์ด

            มิยูกิแสดงให้เห็นถึงความสามารถทั้งการรบและความเป็นผู้นำได้ไม่ด้อยไปกว่าอัศวินผู้ยิ่งใหญ่อย่างอิมิค อีกทั้งยังมีพลังแฝงของเทพที่ทำให้เหล่าปีศาจต้องหวาดเกรง
            ก่อนหน้านี้มิยูกิได้จัดการเรธเด๊ดและการ์กอยส์ลงด้วยตนเองตามลำพัง และในสงครามครั้งที่ผ่านมาเธอก็ได้สังหารสเกลเลตันเจเนอรัลลงด้วย กล่าวคือรองขุนพลปีศาจที่เก่งกาจทั้งสิบได้ถูกกำจัดลงไปถึงสามตนด้วยฝีมือของเธอเพียงคนเดียว...
            นอกจากนี้แล้ว การต่อสู้กับดาร์คพรีสต์นั้นได้แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถขนาดใช้ 'ทเวนครอส' เวทแขนงใหม่ที่ผสมพลังด้านมืดและสว่างเข้าด้วยกัน จัดสายวิชาที่อันตรายที่แม้แต่เทพและปีศาจไม่เคยทำได้มาก่อน

            ตามความเห็นส่วนตัวแล้ว...
            แม้จะมีความสามารถที่น่ากลัวแต่มิยูกิก็ต้องใช้เวลาและแรงกระตุ้นจากปีศาจเสียก่อน ซึ่งต่างจากคุณอิมิคที่สามารถระเบิดพลังออกมาเพียงพบกับปีศาจชั้นสูงเท่านั้น น่าเสียดายที่ต้องบอกว่ามิยูกิเป็นได้เพียงแค่นักล่าปีศาจทางสายเลือดแต่โดยนิสัยแล้วเธอไม่ใช่นักรบ...
            มิยูกิจึงเหมาะสมกับตำแหน่งผู้สนับสนุนการบุกมากกว่าที่จะเป็นการนำทัพเอง เธอสมควรอยู่แนวสนับสนุนที่ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้เธอใช้ความสามารถได้เต็มที่ และในอนาคตอันใกล้นี้เชื่อว่าพลังของเธอจะเป็นกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการกำจัดดาร์คลอร์ด


            อีกประเด็นสำคัญในเรื่องของการสะสมศิลาแห่งความหวาดกลัวนั้น...
            เมื่อพิจารณาว่าดาร์คลอร์ดเป็นปีศาจที่ถนัดในเวทอัญเชิญดวงดาวผ่านมิติในชื่อว่าเมเทโอสอตร์มและตามข้อสันนิษฐานที่คาดการณ์ได้จากคำบอกใบ้เรื่องดวงดาวจากปากคำของดาร์คลอร์ดเอง
            ข้อสรุปอันน่ากลัวจะมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            นั่นก็คือ... ดาร์คลอร์ดกำลังคิดจะเรียกอุตกาบาตมาชนโลก...

            ความเป็นไปได้ก็คืออุกกาบาตนั้นอาจเป็นลูกขนาดใหญ่และบีบเส้นทางให้ลงที่บริเวณทะเลตะวันออกของพรอนเทร่า ซึ่งนั่นก็สามารถสร้างคลื่นยักษ์ที่ใหญ่พอจะกวาดล้างเมืองพรอนเทร่าถึงครึ่งเมืองได้ในคราวเดียว...
            ไม่เพียงแต่เมืองหลวงพรอนเทร่าเท่านั้น แม้แต่หัวเมืองของพรอนเทร่าที่ติดทะเลอย่างสเตรทครอสก็จะถูกเล่นงานไปด้วย หนักที่สุดคืออิซรูดที่เป็นกองทัพเรือหลวงอาจลูกซัดหายไปจากแผนที่ แม้แต่ประเทศเกาะทั้งหลายที่อยู่ห่างไกลก็อาจตกอยู่ในพื้นที่วิกฤตการโจมตีด้วย คลื่นยักษ์จะสร้างความเสียหายไม่มากก็น้อย
            ถ้าเหตุการณ์ที่คาดเดาเกิดขึ้นจริงก็เท่ากับว่าดาร์คลอร์ดสามารถลดกำลังทัพมนุษย์ไปได้ชุดใหญ่ด้วยการเล่นงานเพียงทีเดียวเท่านั้น ซึ่งมันร้ายแรงยิ่งกว่าการสร้างเขตแดนปีศาจเมื่อยี่สิบปีที่แล้วแบบเทียบไม่ติด...

            คำกล่าวที่คาดเดามานี้อาจดูเป็นเรื่องที่เกินจริง แต่อย่าทิ้งความเป็นไปได้
            เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงว่าดาร์คลอร์ดจะใช้เวทขยายขอบเขตปีศาจ ซึ่งมันก็เกือบทำได้สำเร็จแบบสมบูรณ์จริง ยังเป็นโชคดีที่ทัพผสมพรอนเทร่า เกฟเฟนและจูโน่บุกเข้าประชิดกลาสต์เฮลม์และหยุดยั้งได้ทัน ความรุนแรงที่อาจครอบคลุมได้ทั้งรูนมิดการ์ดตอนบนจึงลดลงเหลือพื้นที่รอบเมืองหลวงกลาสต์เฮลม์เท่านั้น

            ในหนนี้ดาร์คลอร์ดคงไม่คิดจะยอมให้เกิดความผิดพลาดเป็นครั้งที่สองแน่
            มองจากทัพของโคบอล์ทและก็อบลินที่ลดจำนวนไปจากระแวกชายแดนเกฟเฟนแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกผนวกรวมเข้ากับทัพของดาร์คลอร์ด
            มันเป็นไปได้ที่สองเผ่าพันธุ์นี้ซึ่งเกลียดมนุษย์จะถูกเผ่าปีศาจเป่าหูแล้วรวมพวกเข้าด้วยกัน และถ้ามองด้วยเงื่อนไขเดียวกันแล้วถือว่ามีความเป็นไปได้เช่นกันว่าดาร์คลอร์ดอาจวางแผนเข้าดึงเผ่าออร์คเข้าร่วมทัพด้วย

            หากผนวกทุกทัพที่เกลียดมนุษย์มารวมกับทัพปีศาจแล้ว ประมาณการได้ว่าทัพผสมปีศาจชุดนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าสามแสน...
            เป็นตัวเลขจำนวนที่มากกว่าจำนวนทหารของทั้งพรอนเทร่าเกือบสองเท่าเสียด้วยซ้ำ

            ยิ่งมีการนำทัพของปีศาจชุดใหม่และรองแม่ทัพที่แข็งแกร่งด้วย ถึงทางเราจะรวมทัพพรอนเทร่า เกฟเฟน จูโน่เข้ามาก็ใช่ว่าจะชนะได้ง่ายๆ
            อย่างดีที่สุดโอกาสชนะก็มีเพียงห้าสิบเปอร์เซนต์เท่านั้น และชัยชนะที่ได้มาอาจแลกด้วยการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพ
            ในทางกลับกันถ้าดาร์คลอร์ดคิดจะปกป้องกลาสต์เฮลม์ขณะที่อัญเชิญอุกกาบาตมานั้น ด้วยกำลังรบที่มีอยู่นี้ เราไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงได้เหมือนเช่นอดีตอีก ไม่ว่าจะด้วยแผนการใดๆก็ตาม...

            หากต้องการเข้าชนกับปีศาจจริง เราจำเป็นต้องหาพันธมิตรให้มากกว่านี้...

            มอร็อค
            พาย่อน
            อัลเบอร์ต้า
            อัลเดอบาลัน
            โคโมโด

            เราจำเป็นต้องผูกสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้เพื่อรวมกองกำลังขนาดใหญ่แห่งรูนมิดการ์ดขึ้นมาเข้าชน
            จำนวนที่มากขึ้นกับความสามารถเฉพาะตัวของสายอาชีพอื่นๆจะทำให้เราสามารถสู้กับทัพของดาร์คลอร์ดไปดียิ่งขึ้น

            อย่างไรก็ตาม ดาร์คลอร์ดเองก็ไม่คิดรอให้การผนึกกองทัพระหว่างประเทศเป็นไปได้อย่างง่ายดาย สังเกตได้จากการที่มอร็อคส่งมือสังหารมาลองปลงพระชนม์ท่านคิงเด็น ในขณะที่พาย่อนเองก็เป็นกลุ่มเอลฟ์ซึ่งไม่คิดเป็นมิตรกับเผ่ามนุษย์เสียเท่าไหร่
            งานรวมพันธมิตรจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่อย่างไรแล้วเราก็ต้องทำ ดาร์คลอร์ดไม่รอเวลาให้ผ่านไปเปล่า ช่วงนี้ที่ยังสงบอยู่เพราะดาร์คลอร์ดต้องการเวลาในการค้นหาและสะสมศิลาแห่งความมืด

            ทางออกสำหรับพวกเราในเวลานี้มีอยู่สองประการคือ หนึ่งระดมคนออกหาศิลาแห่งความมืดตัดหน้าดาร์คลอร์ดให้ได้ หรือสองรวมกองกำลังให้ได้โดยเร็วที่สุด
            แต่ขอให้ตัดหนึ่งทิ้งไปได้เลย แม้ว่ามันจะให้ผลลัทพ์ที่ดีกว่าวิธีที่สอง แต่โอกาสทำสำเร็จนั้นต่ำมากๆ เพราะทางดาร์คลอร์ดมีสมุนร้ายกาจอย่างดาร์คพรีสต์อยู่ ความฉลาดหลักแหลมและฝีมือของเธอนั้นคาดว่าจะสามารถค้นหาศิลาแห่งความหวาดกลัวได้ก่อนเรา และทางปีศาจเองก็มีข้อมูลเรื่องนี้มากกว่าทางเราด้วย

            สรุปคือไม่มีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้นอกจากผนวกทั้งรูนมิดการ์ดให้เป็นหนึ่งเดียวและต้องเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
            สถานการณ์เวลานี้เสมือนกับคลื่นใต้น้ำที่ดูสงบนิ่ง แต่ยามใดที่เวลานั้นมาถึง คลื่นใต้น้ำจะโถมเข้าใส่เป็นคลื่นยักษ์ซึนามิ
            พึงสังวรณ์ไว้ว่าถ้าดาร์คลอร์ดรวบรวมศิลาแห่งความหวาดกลัวได้สำเร็จก่อนที่พวกเราจะรวมตัวกันได้ล่ะก็ เวลานั้นเราทุกคน เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด ชีวิตทุกชีวิตไม่ว่าจะประเทศใดก็ตาม จะถึงคราวจบสิ้น...


            โอลิเวียร่า ราสฟอร์ด อเลน.
            ผู้วิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการรบ


            ...................................................................


            อเลนบรรจงคัดลอกรายงานการต่อสู้และความเห็นลงกระดาษและสอดเข้าซองจดหมายอีกซองหนึ่ง
            รายงานนี้เป็นรายงานเสริมที่วิเคราะห์ด้วยความเห็นส่วนตัว โดยฉบับหนึ่งจะส่งให้โดโนแวนเจ้าเมืองเกฟเฟน ส่วนอีกฉบับส่งให้กับคิงเด็นกษัตริย์แห่งพรอนเทร่า

            เสร็จภารกิจหนักหัวของวันแล้วเซจหนุ่มผู้นี้ก็เดินออกมาจากห้องในบ้านพักเพื่อมารับลมยามดึก...
            แต่ปรากฎว่าที่ม้านั่งหินอ่อนหน้าบ้านพักก็มีนักดาบหนุ่มจากพรอนเทร่าในชุดเสื้อยืดกางกางขาสั้นกำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ก่อนแล้ว
            "เป็นไงบ้างเกรก?" อเลนถามพลางเดินเข้าไปหา "มานั่งนานแล้วเหรอ?"
            "สักห้านาทีได้น่ะ" เกรเกอรี่หันไปตอบแบบเป็นกันเอง "พอดีพึ่งไปเยี่ยมห้องพักแต่ละคนมา ก็เลยออกมาสูดอากาศคลายเครียดเสียหน่อย"
            "ถึงขนาดนายเครียดเลยเหรอ... เป็นไงกันบ้างล่ะ?"
            "ก็ไม่สู้ดี..." เกรเกอรี่หลับตาส่ายหน้า "พี่แคธี่ก็กำลังเคร่งเขียนรายงานอยู่ ดั๊กลาสกับพีซอยู่เงียบๆในห้องคงหนักใจที่เห็นอาจารย์มิลล่าแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจ มิยูกิเองก็ด้วย..."
            "อืม... ก็พอเข้าใจหัวอกพวกเขาล่ะนะ"
            "ส่วนเซรอสไม่อยู่ห้อง..." เกรเกอรี่กล่าวต่อ "ทั้งที่แผลพึ่งหายหมาดแล้วก็ยังอยู่ในสภาวะโลหิตจางเพราะเสียเลือดไปเยอะแต่เขาก็ขอไปโบสถ์... เพื่อไปอยู่เคียงข้างเฝ้าศพมิลาโน่..."

            อเลนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งพิงเก้าอี้ยาวตรงข้ามเกรเกอรี่แล้วแหงนหน้าดูท้องฟ้าตาม
            "ช่วยไม่ได้นะ... ก็สองคนนั้นรักกันจนแยกไม่ได้นี่นา มิลาโน่เป็นคนที่สนิทกับเซรอสมากที่สุด เป็นคนที่ปรึกษาปัญหาได้ทุกเรื่อง... สองคนเป็นคู่หมั้นที่ฉันว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาลงเอยในรูปแบบนี้... ฉันเองก็อยากไปปลอบเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะไปพูดกับเขายังไงดี..."
            "ทำไมคิดอย่างงั้นล่ะ ดูท่านายสนิทกับพวกเขามากกว่าฉันอีกนะ?"
            "เพราะถ้าหากเรื่องที่ดาร์คลอร์ดพูดมาเป็นความจริง นั่นก็เท่ากับว่าคนที่จะต้องตายควรเป็นฉัน... แต่ก็เป็นมิลาโน่ที่ต้องมาตายแทน แบบนี้รู้สึกเหมือนตัวเองผิดเลยยังไงไม่รู้" อเลนก้มหน้าพลางใช้มือขวาลูบใบหน้าและบีบขมับปวดเศียรเวียนเกล้า
            "ไม่เอาน่า ถ้านายคิดแบบนั้นมิยูกิก็จะคิดหนักกว่าอีกนะ เพราะเธอเป็นคนทำให้ลำดับการตายเลื่อนขึ้นมา" เกรเกอรี่ปลอบและออกตัวเสร็จสรรพ "อย่ากังวลเลยอเลน... ไว้ให้ผ่านไปสักพักแล้วฉันจะเข้าไปให้กำลังใจเซรอสเอง"
            "อืม..."

            ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่ จากนั้นอเลนก็เงยหน้าขึ้นมองเกรเกอรี่แล้วถามต่อ
            "ว่าแต่ส่วนตัวแล้วนายคิดยังไงกับสงครามครั้งนี้น่ะเกรก?" อเลนขอความเห็นส่วนตัวในมุมมองของเพื่อนมากกว่ามุมมองของสายอาชีพ
            "ฉันเองก็ผ่านศีกมาเยอะน่ะนะ โดยมากก็เป็นพวกมอนสเตอร์ทั่วไป ยอมรับเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันออกรบแล้วพบกับความพ่ายแพ้จนต้องถอยทัพครั้งใหญ่น่ะ... พูดไม่ออกจริงๆกับสงครามปีศาจแบบนี้"
            "งั้นเหรอ..."
            "แต่ว่านะฉันไม่นึกเสียใจในความปราชัยที่ได้รับเลย อย่างน้อยพวกเรายังกลับมากันได้จากศึกที่โหดร้ายแบบนั้น... แม้ว่าจะต้องเสียไปหนึ่งชีวิตก็เถอะนะ" เกรเกอรี่กล่าวต่อเนื่อง "การพ่ายแพ้หนนี้ทำให้รู้ว่าเราไม่พร้อมจริงๆ ปีศาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการทัพใหม่หมดแล้ว ยิ่งได้ตัวอาจารย์มิลล่าไปยิ่งน่าจะรู้โครงสร้างเราดีกว่าเดิมด้วย เราเองก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างแผนการรบให้ทั้งหมด... ไม่งั้นแล้วครั้งหน้าต่อให้มีทหารที่มากกว่าสามหรือเท่า... เราก็ตายเรียบอยู่ดี"

            ได้ยินเช่นนั้นเข้า อเลนจึงเต็มใจที่จะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้กับเกรเกอรี่ได้อ่าน
            "ลองอ่านดูสิเกรก... ถ้าเป็นนายที่มีวิสัยทัศน์ดีขนาดนี้ ฉันเองก็อยากให้นายได้รู้เรื่องล่วงหน้าเหมือนกัน" เซจหนุ่มยื่นซองจดหมายให้
            "อืม... ขอดูหน่อยละกันนะ"

            เกรเกอรี่รับจดหมายมาและหันไปทางเสาโคมไฟรับแสงตะเกียงจากนั้นก็เปิดอ่านอย่างละเอียดและตั้งใจ...
            จดหมายที่รายงานผลการรบและการสรุปผลการประเมินสถานการณ์จากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยความเห็นส่วนตัวของอเลน

            บรรยากาศยามค่ำเพียงสองทุ่มแต่ความที่เป็นหัวเมืองเล็กๆที่มีเฉพาะกองทัพทหารนั้นทำเอาเงียบสงัดจนเกิดแรงสมาธิจดจ่อมากยิ่งขึ้น
            ด้วยเนื้อหาที่น่ากลัวได้ทำให้เกรเกอรี่ตามอ่านแบบละสายตาไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียวจนจบ...
            "นี่มัน... นายคิดว่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้จริงเหรอ...?" เกรเกอรี่กำจดหมายไว้แน่นขณะที่ใบหน้าก็หันไปมองอเลนช้าๆ "ฉันว่ามันดูเกินจริงยิ่งกว่าเรื่องเมื่อยี่สิบปีที่แล้วอีกนะ?"
            "ถ้าเป็นปีศาจที่มีความทะเยอทะยานสูงและไม่ยึดติดกับรูปแบบฉบับเดิมๆอย่างดาร์คลอร์ดล่ะก็... มีความเป็นไปได้สูง" อเลนตอบกลับ "ยิ่งตอนที่เจ้านั่นบอกว่า ถึงคราวที่เราต้องระวังดวงดาว ฉันยิ่งมั่นใจ"
            "เตรียมการทั้งอัญเชิญเวททำลายล้าง ทั้งกองทหารของพวกโคบอล ก็อบลิน ออร์ค... มันคิดได้ถึงขนาดนี้เชียวเรอะ?"
            "เราเองก็ต้องรีบเตรียมตัวให้เสร็จก่อนมันให้ได้"
            "ฮึ่ม... ช่างคิดนักนะ!" เกรเกอรี่บีบจดหมายไว้แน่นด้วยความหงุดหงิด

            อเลนเห็นเข้าก็ตีสีหน้าตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยประโยคสั้นๆที่ทำเอาเกรเกอรี่สะดุ้งโหยงได้ในทันที
            "ว่าแต่คลายมือหน่อยดีกว่ามั้งยับหมดแล้วนะ... จดหมายนั่นน่ะว่าจะฝากนายส่งให้ท่านคิงเด็นโดยตรงนะ"
            "หา!?" เกรเกอรี่ผวาสุดตัวรีบกางมือทันที "จดหมายนี้เป็นรายงานถึงท่านคิงเด็นเหรอ!?"
            "ใช่น่ะสิ... คิดว่าฉันจะลงทุนเสียเวลาเขียนขึ้นมาเพื่ออะไรกันล่ะ?"

            เกรเกอรี่ก้มหน้าใช้มือรีดกระดาษให้เรียบกลับคืนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่ปากก็บ่นไม่พอใจขึ้น
            "ว่าแต่ทำไมถึงให้ฉันอ่านจดหมายราชการลับสำคัญแบบนี้ล่ะ?"
            "ท่านคิงเด็นเป็นกษัตริย์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ฉันเชื่อว่าท่านต้องเรียกนายเข้าไปคุยเพื่อถามความเห็นเป็นการส่วนตัวแน่ ถึงตอนนั้นก็ว่าจะให้นายช่วยมอบจดหมายนี้ให้ท่านด้วย"
            "ถึงอย่างงั้นก็เถอะเรื่องใหญ่แบบนี้ฉันคิดว่าน่าจะให้กองทัพรู้ก่อนนะ"
            "มันเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานนะเกรก ฉันใช้ข้อสันนิษฐานในการสั่งตัดสินใจการรบไม่ได้ อีกอย่างมันจะเป็นการกระพรือความตกใจและหวาดกลัวปีศาจแทนด้วย... แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากให้เบื้องบนเริ่มมีการเคลื่อนไหวเผื่อไว้ โดยที่ไม่เกิดความวุ่นวาย แล้วถ้าสมมติมันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดแต่ว่าเรารวมเป็นปึกแผ่นได้มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?"
            "มันก็จริงหรอก..."

            เกรเกอรี่ก้มหน้าดูซองจดหมายที่ยังคงยับยู่ยี่อยู่ แต่ก็คืนสภาพเดิมมาได้กว่าครึ่ง
            "ส่งให้ท่านคิงเด็นน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันสงสัยอีกข้อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องลับมากทำไมนายถึงให้ฉันรู้ด้วย?" เกรเกอรี่เหลือบสายตาไปมองคู่สนทนา
            "เพราะฉันมั่นใจว่านายจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้ชุดสานสัมพันธ์ได้น่ะสิ" อเลนยิ้มเล็กๆเชื่อมั่นขึ้นมา "พรอนเทร่าเองก็มีโครงการจะคัดเลือกตัวแทนทหารเป็นฑูตสานสัมพันธ์กับประเทศบนรูนมิดการ์ดอยู่นี่ นายเองก็สมัครไม่ใช่เหรอ... ถ้าเป็นฝีมือระดับนายล่ะก็หายห่วง"
            "แหม... นายก็พูดได้สิ เรื่องนี้โหดกว่าที่คิดเยอะเลยนะ"
            "เอาน่า ถึงจะมีพลังประสบการณ์และจิตสังหารแต่อาจารย์เรย์เองก็เป็นคนเหมือนกันนี่นา นายเองก็มีพรสวรรค์สูง ถ้าตั้งใจสู้อย่างน้อยก็ดึงเสมอได้แน่"

            คำกล่าวให้กำลังใจของอเลนทำเอาเกรเกอรี่เงียบปากลงไปต่อหน้าต่อตา
            "ทำไม... นายรู้ได้ล่ะ?" เกรเกอรี่มองอเลนด้วยความประหลาดใจยิ่ง "เรื่องนี้ยังเป็นความลับทางทหารที่เพียงทหารชั้นสูงกับทหารที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่รู้..."
            "หึ... อย่าดูถูกสายสืบกับแหล่งข่าวของฉันสิ วิเคราะห์ข้อมูลคืองานหลักของฉันนะเกรก" อเลนยิ้มภูมิใจ

            คำกล่าวที่ยกยอตัวเองนั้นก็คือความจริงทั้งหมด ไม่เพียงแค่เรื่องการสอบของเกรเกอรี่ แต่แม้กระทั่งเรื่องการลอบสังหารคิงเด็นที่เป็นความลับสุดยอด อเลนก็ยังสืบรู้มาแทบจะในช่วงวันรุ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ
            "นายนี่มันซ่อนรูปจริงๆ เห็นใสๆแต่น่ากลัวเป็นบ้า" เกรเกอรี่ยอมซูฮกให้กับเพื่อนร่วมรบจากต่างแดน
            "น่าๆ ยังไงตอนรวมทีมแล้วก็ต้องบอกอยู่ดี สู้ให้รู้ตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องอธิบายหลายรอบไง"
            "เล่นให้กำลังใจแบบนี้ฉันก็มีแต่ต้องสอบยกระดับให้ผ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้นสินะ" เกรเกอรี่ก้มหน้าขำและส่ายศีรษะประชด
            "ใช่ นายไม่มีทางเลือกอื่น"
            "ฮะๆ ก็ตั้งใจอยู่แล้วล่ะ ฉันไม่ยอมให้มิยูกิแซงง่ายๆหรอก" เกรเกอรี่ยิ้มชอบใจพลางเก็บจดหมายเข้ากระเป๋ากางเกง "ตกลงฉันจะรับผิดชอบเรื่องจดหมายนี้เองนะ"
            "ขอบใจมาก" อเลนยิ้มรับ


            ...................................................................


            ในเวลาเดียวกัน...

            ที่ห้องพักชั้นสองอันเงียบสงบและมีแสงตะเกียงสลัวที่มุมห้อง
            มิยูกิที่อยู่ในห้องพักคนเดียวเงียบๆ เธอนอนตะแคงมองผ่านหน้าต่างดูแสงดาวระยับไม่พูดอะไร ขณะที่มิยูกิอีกคนหนึ่งก็ปรากฎตัวออกมาแต่ก็เงียบด้วยเช่นกัน

            การมีเวลาว่างยิ่งทำให้มิยูกิคิดสับสนหนักกับเรื่องอาจารย์ที่เคารพรักของตนแปรเปลี่ยนไปเป็นปีศาจ และเป็นปีศาจชั้นสูงที่สมบูรณ์ไปเสียสนิท...
            "นี่มิยูกิ... จนถึงป่านนี้ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยว่าอาจารย์มิลล่าจะเป็นปีศาจได้น่ะ..." มิยูกิกล่าวรำพันกับร่างแฝดที่เป็นปีศาจ
            "อืม... ฉันเอง... ก็ตกใจ... เหมือนกัน..." มิยูกิอีกคนก็อยู่ในสภาพอารมณ์ที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
            "แล้วนี่จะเป็นยังไงต่อไปนะ...?"
            "ฉันก็... ไม่รู้..."

            มิยูกิและมิยูกิอีกคนหนึ่งต่างรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เรื่องเหล่านี้ล้วนเกี่ยวโยงกับตนเองอย่างถึงที่สุด ยิ่งมิลล่าประกาศชัดเจนแล้วว่าสนใจในตัวมิยูกิ
            เป็นที่แน่นอนว่าสองมิยูกิพร้อมที่จะเลือกเส้นทางสายนักบวชจนถึงสุดปลายทาง ฉะนั้นแล้วหากได้ออกเดินทางผจญภัยอีกครั้ง ท้ายที่สุดจะต้องมีสักช่วงเวลาที่ลูกศิษย์และอาจารย์จะต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในฐานะ ศัตรูที่ต้องกำจัด...

            มิยูกิคว้าหมอนมากอดไว้แน่นและเอ่ยปากกล่าวความต้องการที่แท้จริงออกมา
            "ฉันอยากช่วยอาจารย์มิลล่า... พอมีทางไหมนะที่จะช่วยให้อาจารย์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้งน่ะ...?"

            มิยูกิอีกคนไม่ตอบกลับ ที่จริงแล้วทั้งสองรู้อยู่แก่ใจว่าการไล่วิญญาณของปีศาจชั้นสูงนั้นเป็นเรื่องยากมากจนแทบไม่มีความหวัง
            ยิ่งร่างที่ถูกสิงเป็นถึงนักบวชอัจฉริยะของวงการ เพียงแค่จะสู้เอาชนะให้เธอยอมอยู่นิ่งๆเพื่อทำพิธีขับไล่ยังแทบเป็นไปไม่ได้ โดยผลการประลองที่แพ้ยับทั้งตนเอง ทั้งเกรเกอรี่คือคำตอบที่เห็นชัดแจ้งที่สุด...

            ห้องตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่ แต่ทั้งสองก็ยังคงลืมตาคิดอะไรอยู่เรื่อยเปื่อย...

            จนกระทั่งมิยูกิอีกคนหนึ่งนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นได้
            "จริงสิ... มิยูกิ...!" มิยูกิอีกคนหนึ่งทักขึ้น "ใช่เลย... นึกออกแล้ว... ต้องใช่แน่...!"
            "มีอะไรเหรอ?"
            "เธอจำ... ได้ไหม... ตอนที่... อาจารย์... มิลล่า... แทรกจิต... เข้ามา... ในฝัน... ของเราน่ะ..." มิยูกิอีกคนนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่มิลล่าหายตัวไปในวัดร่าง แล้ววันหนึ่งมิลล่าก็ได้โทรจิตเข้ามาเพื่อคุยเรื่องอนาคตของมิยูกิ
            "อืม... จำได้ไม่ลืมเลย"
            "โดยเฉพาะ... ตอนสุดท้าย..."
            "ตอนสุดท้ายเหรอ..." มิยูกิลองเค้นความจำแล้วพูดรูปประโยครวมขึ้นมาอีกครั้ง "หากเจอกันคราวหน้าเราเป็นศัตรูกัน ถึงตอนนั้นให้ช่วยปลดปล่อยจากพันธนาการมืด..."
            "นั่นคือ... คำขอร้อง... ของอาจารย์... ช่วงที่... ยังมีสติ... อยู่ล่ะ..."
            "จริงสิ..."

            มิยูกิอีกคนจุดไอเดียได้ถูกเวลาและสถานการณ์ที่สุด
            นึกได้เช่นนั้นมิยูกิก็ลุกพรวดและนึกย้อนไปอีกถึงประโยคสำคัญที่สุดที่จะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การช่วยเหลืออาจารย์จากความมืดที่สิงสู่
            "ตอนนั้นอาจารย์พูดว่า อย่าลืมเรียนวิชาขับไล่อย่างเอ็กซ์โซซิส กับแม็กนัสเอ็กโซซิมัสไว้... เพราะมันจะช่วยครูได้..."
            "นั่นล่ะ... อาจารย์... มิลล่า... เจาะจง... มาแล้วว่า... ต้องเป็น... สองคาถา... นี้เท่านั้น..."
            "แต่ว่าคิดดูดีๆแล้วมันไม่เข้าท่าเลยนะ จริงอยู่ที่ว่าคาถาเอ็กซ์โซซิสจะใช้ไล่วิญญาณร้ายได้ แต่ว่ามันก็เบาเกินไปสำหรับวิญญาณชั้นสูงขนาดที่สิงอาจารย์ได้น่ะ... แล้วเวทแม็กนัสเอ็กโซซิมัสก็ไม่ใช่แค่วิชาไล่ผีเท่านั้นนะ แต่ยังทำลายทั้งร่างและวิญญาณของปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายด้วย ยิ่งอาจารย์กลายเป็นร่างปีศาจแบบนั้นด้วย ถ้าใช้จริงมันจะไม่ใช่ไล่น่ะสิ แต่จะเป็นการฆ่าอาจารย์เสียมากกว่า แล้วเราเองก็โดนผลย้อนด้วยสิ"
            "ฉันก็คิด... อย่างเธอ... เหมือนกัน... แต่ว่า... อาจารย์... ไม่ใช่คน... ที่พูด... อะไร... ส่งเดชนี่... ต้องมี... อะไรที่... อาจารย์... อยากสื่อ... ให้เราแน่..." มิยูกิอีกคนฉุกคิดพร้อมเสนอความเห็น "ก่อนจะถึง... วันที่ต้อง... เผชิญหน้า... กันอีก... เราต้องไข... ปริศนา... นั้นให้ได้..."
            "อื้ม... นั่นสินะ... ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องช่วยอาจารย์ให้ได้"

            มิยูกิผงกศีรษะรับคำ เวลานี้สายตาเธอมองไปนอกหน้าต่างดูดวงดาวพราวฟ้าด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง...
            ความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมที่จะช่วยเหลืออาจารย์ที่รักและเป็นแรงบันดาลใจให้รอดมาจากเงื้อมมือของดาร์คลอร์ดให้จงได้...


            ...................................................................


            เวลาล่วงผ่านมาอีกหลายชั่วโมงจนเลยเที่ยงคืนได้ไม่นานนัก

            ณ ชั้นใต้ดินของบริเวณที่ๆเป็นที่ตั้งของหอคอยสูงตระหว่าน เมืองหลวงเกฟเฟน...
            ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม โดยเฉพาะชั้นล่างสุดของตัวหอคอย ที่มีประตูลงสู่ชั้นใต้ดินขนาดบานโตแต่ถูกล็อคด้วยโซ่เส้นโต ไม่เพียงเท่านั้นก็ยังมียันต์และเชือกอาคมแปะและพันอยู่จนประตูเหล็กบานสีน้ำตาลกลายเป็นลายยันต์พาดเชือกไปเสียสนิท
            นอกจากนี้แล้วยังมีทหารจอมเวทสองนายและทหารนักดาบสองนายเฝ้าอยู่บริเวณหน้าประตู คอยสับเปลี่ยนเวรทุกกะอย่างเคร่งครัด

            หอคอยแห่งสมาคมจอมเวทเป็นทั้งค่ายทหารและศูนย์บัญชาการการรบกลางของประเทศเกฟเฟน การป้องกันโดยรวมแน่นหนาและแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าการคุ้มครองปราสาทของเมือง
            แต่ทว่าในการป้องกันที่แน่นหนานี้ กลับมีการป้องกันที่รัดกุมมากในส่วนล่างของตัวหอคอยที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญหรืออันตรายใดๆ...

            เหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่าลึกลงไปใต้หอคอยเกฟเฟนนั้นคือดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณที่ถูกปิดตาย...
            สถานที่ๆอดีตเคยเป็นเมืองแห่งความตาย ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่สงบสุขตั้งอยู่ในซอกภูเขา จนกระทั่งมาถูกลูกหลงจากการทำลายล้างในสงครามเทพอสูรจนยับเยิน
            ด้วยความที่บริเวณเป็นแหล่งพลังชั้นเลิศเหมาะแก่การดึงกระแสมาน่าธรรมชาติมาใช้ได้จึงเป็นเหตุให้มีการสร้างเมืองขึ้นทัพเมืองเดิมที่อยู่ข้างใต้ลงไป

            แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผลที่ปิดตายทางเข้าก็เพราะว่าดินแดนภายใต้หอคอยนี้มีกลุ่มปีศาจที่อยู่หลังประตูที่ปิดผนึกไว้ความอาคมอันแรงกล้า ปีศาจที่สะสมตัวเป็นกองทัพขนาดย่อมประชากรนับพันนับหมื่น แม้จะเป็นจำนวนที่ทหารเกฟเฟนรับมือได้ แต่มีอยู่สองเหตุผลที่ไม่อาจกวาดล้างให้หมดสิ้นได้...
            อย่างแรกคือประตูทางลงสู่ดินแดนแห่งความตายใต้ดินนั้นถูกผนึกปิดตายไว้ด้วยอาคมที่แข็งแกร่งทั้งด้านนอกและด้านใน จนเป็นผลให้คนในไม่อาจออก คนนอกไม่อาจเข้าได้มาตลอดยี่สิบปี
            ถึงแม้ว่าหาทางเข้าจริง แต่ก็จะเจอเหตุผลอย่างที่สองตรงที่ผู้นำปีศาจภายใน อันเป็นปีศาจที่ร้ายกาจอย่างดอปเปอร์แกงเกอร์ อดีตครูดาบที่เป็นยอดฝีมือสามารถฆ่านักดาบของเกฟเฟนได้ง่ายดาย แม้แต่อัศวินอย่างอิมิคก็ไม่สามารถเอาชนะได้ นอกจากนี้ยังมีแดร็กคูล่ายอดปีศาจสายความมืดที่มีความสามารถทางร่ายกายพิเศษและความเร็วที่สูงจนไม่อาจจับเป้าได้อีกตนหนึ่ง...


            อย่างไรก็ตาม ในยามนี้... เวลานี้... ปัจจัยข้อที่หนึ่งได้ถูกทำลายลงไปหมดสิ้น...

            เมื่อประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกปิดตายและคุ้มกันแน่นหนาได้ถูกทำลายอาคมผนึกจนเปิดอ้าออกได้...

            ทหารยามสี่คนที่เคยทำหน้านี้ บัดนี้ทั้งหมดได้กลายเป็นร่างไร้ศีรษะและถูกของแหลมแทงเข้าจนทะลุหัวใจนอนเกลื่อนเลือดอาบนองพื้น โซ่เหล็กและกระดาษยันต์ร่วงกระจายไปคนละทิศละทาง
            บานประตูถูกทำลายอาคมเปิดอ้าเผยทัศนียภาพภายในที่มืดสนิท แสงสว่างของตะเกียงที่ส่องไปถึงทำให้เห็นเพียงแค่ภาพสลัวๆของแผ่นหลังนักบวชแห่งความมืดสองตนที่กำลังย่างก้าวเข้าไปโดยไม่ยำเกรง...


            ...................................................................


            ลึกลงไปในดินแดนที่ถูกปิดตายชั้นที่สาม...

            ใช้เวลาเพียงแค่สิบนาที นักบวชแห่งความมืดทั้งสองได้มายืนอยู่เบื้องหน้าผู้นำปีศาจวิญญาณอสูร... ดอปเปอร์แกงเกอร์...
            โดยมีอสูรกายร่างวิญญาณหลอนไนท์แมร์นับร้อยล้อมกรอบอยู่ ทว่าเจตนานั้นไม่ใช่เพื่อคุ้มกันหากแต่จะข่มขู่สองนักบวชผู้มาส่งข่าวให้หวาดกลัว...

            แต่การกระทำนั้นก็ไร้ความหมายต่อนักบวชผู้เก่งกาจและมากด้วยความสามารถอย่างดาร์คพรีสต์มิลล่า...
            "ยินดีที่ได้รู้จัก... ท่านดอปเปอร์แกงเกอร์..." ดาร์คพรีสต์มิลล่ากล่าวทักทายสุภาพนอบน้อม "พึ่งพบกันครั้งแรก... ขอแนะนำตัวก่อนตามธรรมเนียม... ดิฉันชื่อมิลล่า เลอ เอเมอรัล... ตำแหน่งดาร์คพรีสต์ผู้รับหน้าที่พิเศษโดยตรงจากท่านดาร์คลอร์ด... ตอนนี้ดิฉันมีงานละเลงเลือดที่อยากรบกวนฝีมือพวกท่านหน่อย..."

            ร่างนักดาบกำยำกำลังนั่งอยู่ที่ซากกำแพงแตก แขนข้างขวาท้าวกำแพงส่วนมือข้างซ้ายนั้นจับดาบเล่มยาวที่ปักดินเป็นหลัก
            นักดาบผู้นั้นมองตรงด้วยดวงตาแดงโรจน์มาที่ดาร์คพรีสต์ใบหน้าที่เยือกเย็นไม่แสดงอารมณ์ แสดงออกถึงความนิ่งของบุรุษผู้เป็นนายแห่งวิญญาณร้ายเช่นกัน

            ไม่นานนักก็มีเสียงขานตอบรับ แต่ทว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากนักดาบผู้น่ายำเกรง แต่หากดังมาจากดาบปีศาจในมือข้างซ้าย...
            "โฮ่... ดาร์คพรีสต์ผู้รับใช้คนสนิทท่านดาร์คลอร์ดถึงกับมาเองเลยเรอะ... ช่างน่าขำจริงๆ... รูนมิดการ์ดไร้คนเก่งขนาดต้องหาผู้หญิงมาทำงานแล้วเรอะนี่...?" เสียงแหลมลากยาวแต่เยือกเย็นดังออกมาจากด้ามดาบที่เปิดออกพูดคุยคล้ายปากฟันฉลาม
            "อ้อ... ลืมทักทายท่านไปเลย... ยินดีที่ได้รู้จักท่านด้วย... ท่านมิสเทลเทน...(Mysteltain)" ดาร์คพรีสต์มิลล่าทักทายด้วยวาจากึ่งล้อเลียนใส่ผู้ที่ไม่มีมารยาทให้ตนก่อน "เอ... หรือจะให้เรียกตามวิญญาณสิงดาบด้วยชื่อท่านกริม... อันไหนดีกว่ากันคะ... ระหว่างชื่อตอนก่อนตายกับชื่อตอนนี้น่ะ...?"

            สิ้นคำกล่าวดาร์คพรีสต์จบลง ปีศาจทั้งสองก็สบตาพร้อมเอาเรื่องซึ่งกันและกัน...

            การไม่พอใจเกิดขึ้นด้วยเหตุผลเดิม นั่นก็คือการข้ามหน้าข้ามตาของดาร์คพรีสต์ผู้เยาว์วัยซึ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่มีอำนาจสั่งการเป็นรองดาร์คลอร์ดหรือเทียบเท่าสามแม่ทัพผู้เกรียงไกร อีกทั้งดาร์คพรีสต์ผู้นี้ก็ไม่ใช่เป็นปีศาจมาแต่กำเนิด หากแต่เปลี่ยนสภาพมาจากมนุษย์... มนุษย์ผู้เคยเป็นเหยื่อของปีศาจมาช้านาน...
            ดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรับไม่ได้ของปีศาจชั้นสูงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของปีศาจตนอื่นที่ต้องมารับใช้หรือรับคำสั่งจากผู้ที่เด็กกว่านับร้อยปีแถมยังเป็นปีศาจที่เปลี่ยนสภาพมาจากมนุษย์ด้วย อีกทั้งได้รับตำแหน่งมาในแบบคลาแคลงใจ ไม่มีการพิสูจน์ถึงพลังที่เหนือกว่าซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ปีศาจชั้นผู้น้อยจะยอมรับได้แต่โดยดี...

            ในทางกลับกันดาร์คพรีสต์มิลล่าเองก็ไม่พอใจกับการดูถูกด้วยเหตุผลพวกนี้เช่นกัน ความที่เป็นมนุษย์และเหลือแนวคิดของมนุษย์ที่ค่อนข้างมีสิทธิมนุษย์ชนหรือพวกความเท่าเทียมกัน การถูกข่มและเหยียดหยามไม่เคารพของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยเหตุผลที่ว่าผู้เป็นนายนั้นเด็กกว่าและไม่ใช่ปีศาจจึงเป็นเรื่องที่ทำให้เธอหงุดหงิดไม่น้อย
            ดาร์คลอร์ดเองก็คาดคิดไว้เหมือนกันว่าอาจจะเกิดการเขม่นของปีศาจรับใช้มานานได้ แต่กระนั้นราชาปีศาจผู้นี้ก็ไม่กลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา เพราะรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของดาร์คพรีสต์ที่ตนเองยอมสละส่วนหนึ่งของชีวิตยึดครองมา...


            ในระหว่างที่กำลังเขม่นกันนั้นเอง
            ไนท์แมร์ ปีศาจที่มีลักษณะพิเศษคือตัวของมันเป็นวิญญาณม้าแต่จะมีร่างวิญญาณคล้ายร่างคนขี่มันอยู่และถือเคียวคมคริบปลายแหลมไว้...
            ไนท์แมร์กว่าสามสิบตัวล้อมกรอบดาร์คพรีสต์ทั้งสองเป็นวงแคบลง ขณะที่เคียวก็พร้อมจะฟันลงทุกเมื่อ เจตนาฆ่ารุนแรงชัดเจนจนสัมผัสได้
            "โฮ่... นี่ท่านคิดการใหญ่จะสังหารผู้บังคับบัญชาเชียวหรือ...?" ดาร์คพรีสต์ยิ้มมุมปากแสดงความมั่นใจที่เหนือกว่าและถามย้อนกลับ "จริงอยู่ที่ว่าปีศาจจะยอมรับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น... แต่ว่าผู้ที่มียศเหนือกว่าก็สามารถฆ่าปีศาจชั้นผู้น้อยที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งได้ทันที... แล้วการแข็งข้อของท่านคงทำให้ท่านดาร์คลอร์ดไม่พอใจแน่..."
            "โอ้... โอ้... อย่าด่วนสรุปอย่างนั้นสิ ข้าเสียหายนะท่านดาร์คพรีสต์..." ดาบปีศาจเองก็พูดจากยอกย้อนเจ้าเล่ห์ตอบกลับประสาปีศาจเฒ่าเช่นกัน "ข้าไม่ได้สั่งให้ลอบสังหารเสียหน่อย... ปีศาจพวกนี้ก็มีความคิดเหมือนกันนะท่าน... บางทีพวกนี้อาจจะไม่พอใจในตัวท่านอย่างเปิดเผยก็ได้นะ... ข้าต้องขอโทษด้วยที่เจ้าพวกนี้กล้าแสดงออกมากกว่าข้าน่ะ... ซึ่งข้าเองก็คงห้ามไม่ได้เสียด้วย..."
            "หึ... จะไม่ปัดความรับผิดชอบไปหน่อยหรือท่านมิสเทลเทน... ไนท์แมร์พวกนี้คือลูกน้องของท่านนะ..."
            "แหม... ลูกน้องข้ามีเป็นพันเป็นหมื่น... ข้าคงควบคุมทั้งหมดทุกตนไม่ไหวหรอก... ก็เหมือนกับที่ท่านกำลังมีปัญหากับข้าตอนนี้ไง..."
            "สมเป็นขิงแก่... รสชาติร้อนแรงดีนะ... เจ้าเล่ห์นัก..."

            ดาร์คพรีสต์มิลล่าอ่านเจตนาออก ยังไงซะเบื้องหลังของไนท์แมร์ฝูงนี้ย่อมถูกมิสเทลเทนสั่งการมาแน่นอน
            ไนท์แมร์รับคำสั่งมาให้จัดการฆ่าผู้บังคับบัญชาคนใหม่ที่นายแห่งดาบปีศาจไม่อาจยอมรับได้ กรณีที่ฆ่าได้สำเร็จจริงดาร์คลอร์ดก็ไม่อาจมีข้อโต้แย้งด้วยเรื่องพฤติกรรมการยอมรับของปีศาจ แต่ถึงหากจะเอาผิดจริงผู้ที่รักโทษสูงสุดก็ตกเป็นของไนท์แมร์แต่เพียงผู้เดียวไม่เหลือให้ซัดทอดไปถึงนายผู้สั่งการได้

            ที่สุดแล้วไนท์แมร์ก็เริ่มการโจมตี คมเคียวอันน่ากลัวพุ่งเป็นวงโค้งจากทิศทางด้านหลังดาร์คพรีสต์มิลล่า
            แต่เป็นดาร์พรีตส์มาร์คัสที่กางกรงเล็บแล้วพุ่งเข้ามาเป็นคนคุ้มกันเข้าสกัดไว้ก่อน

            ฉั๊วะ!

            ทว่าเคียวของไนท์แมร์ไม่เพียงแต่คมแต่ยังแข็งแกร่งกว่า การฟันกระแทงเพียงทีเดียวถึงกับทำให้กรงเล็บของดาร์คพรีสต์มาร์คัสขาดเตียนลงในทีเดียว
            อย่างไรก็ดีกรงเล็บในมืออีกข้างของมาร์คัสยังคงสมบูรณ์ดีอยู่ และมือข้างนั้นก็ชกตรงไปที่ไนท์แมร์ที่กำลังสู่อยู่ แต่...

            วูบ!

            หมัดนั้นทะลุผ่านเข้าไปในร่างไนท์แมร์ แต่ก็เหมือนกับการชกลม
            ไม่มีความเสียหาย ไม่มีบาดแผล ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประหนึ่งว่าชกเข้าไปในเงาหรือในร่างหมอก...

            ในขณะเดียวกันไนท์แมร์ก็สับเคียวลงใส่อีกครั้ง
            เคียววงโค้งตีอ้อมเข้าทางข้างหลังของดาร์คพรีสต์มาร์คัสในจุดที่ไร้ซึ่งการป้องกัน...

            สวบ!

            นักบวชหนุ่มถึงกับกระตุกขึ้นมาเมื่อถูกปลายแหลมของหัวเคียวแทงทะลุหน้าอก
            "ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าจะเก่งกว่านี้เสียอีก... ช่างเปราะบางเหมือนกับกรงเล็บลูกแมวที่เจ้าใช้เลยนะ..." ดาบปีศาจก็หัวเราะร่าขึ้นมา "ดูท่าดาร์คพรีสต์จะไม่มีน้ำยาอย่างที่คิดนะ..."

            เสียงหัวเราะข่มและถ้อยคำดูถูกเหยียดยามดังขึ้นไม่นานนัก ดาร์คพรีสต์มิลล่าก็เริ่มตอบโต้ตามสไตล์หัวเราะทีหลังดังกว่า
            ปีศาจสาวผมทองในชุดไฮพรีสต์เดินสืบเท้าไปหานักบวชหนุ่มคนรักที่ถูกปักตรึงอยู่ จากนั้นมือเรียวบางของเธอก็จับที่ด้านหลังของเคียวเล่มที่กำลังทำร้ายอดีตคนรักของเธอ...
            "ท่าทางพวกแกจะมั่นใจว่าอาวุธแกคมนักสินะ..." ปีศาจนักบวชหญิงถามขึ้น
            "ไม่เพียงแค่เคียวเท่านั้นที่ร้ายกาจ... แต่ตัวที่เป็นวิญญาณก็ถือว่ายอดเยี่ยมด้วย..." ดาบปีศาจตอบกลับทันควัน "ไม่มีทางที่การโจมตีปกติจะทำอะไรไนท์แมร์ได้... ในทางกลับกันอาวุธในมือไนท์แมร์สามารถปลิดชีพพวกเจ้าได้... ต่อให้เป็นใครหน้าไหนก็ต้องสิ้นชื่อเมื่อเจอกับกองทัพไร้พ่ายนี้..."
            "หึ... ท่านว่าลูกน้องของท่านทำลงไปโดยพลการใช่ไหม...?" ดาร์คพรีสต์มิลล่าถามอีกครั้งโดยไม่สนใจเรื่องที่ดาบปีศาจข่มมา "งั้นก็ดี... ดิฉันจะแสดงสิ่งที่คมกว่าให้ดู..."

            สิ้นคำรบมือดาร์คพรีสต์มิลล่าก็เอ่อด้วยมาน่าสีดำ จากนั้นเคียวที่ปักตรึงก็พลันหักลงอย่างง่ายดาย
            ดาร์คพรีสต์มาร์คัสดึงเคียวที่เหลือออกจากท้องแล้วทำการรักษาตัวเองอีกครั้ง เป็นการทำงานร่วมอย่างลงตัวโดยไม่ต้องมีคำนัดแนะ

            อย่างไรก็ดี เคียวที่คมและแข็งแกร่งถูกหักลงเพียงแค่มือบอบบางสัมผัส แต่ไม่ได้มีการออกแรงกดแม้แต่น้อย
            รอยหักที่เรียบเหมือนถูกตัดขาดด้วยของที่คมมากกว่าใช้แรงกดให้แตกออกจากกันดูจะเป็นเรื่องที่สร้างความฉงนและประหลาดใจแก่ทั้งดาบปีศาจและบรรดาไนท์แมร์

            ไนท์แมร์ตนหนึ่งตัดสินใจกล้าชนเพื่อพิสูจน์เรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น
            เคียวถูกเหวี่ยงจากทางด้านข้างหมายจะตัดคอของดาร์คพรีสต์ให้ขาดออกจากกัน

            ดาร์คพรีสต์มิลล่ายิ้มเยาะแล้วยกมือขวาที่เต็มไปด้วยไอความมืดขึ้นมาขวางทางไว้ จากนั้นก็ร่ายคาถาบางอย่างที่ไม่ใช่คาถาเกราะอาคมขึ้นมา

            แล้วเรื่องที่น่าประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อปลายแหลมของเคียวที่กำลังจะจ่อไปจิ้มเสียบที่คอหอยของดาร์คพรีตส์ได้หายเข้าในหมอกดำที่มือข้างขวาของดาร์คพรีสต์ไปกว่าครึ่ง
            "เอาล่ะ... ในฐานะผู้ที่มีอำนาจสูงกว่า... ดิฉันก็ต้องขอลงโทษลูกน้องที่คิดแข็งข้อ... ด้วยชีวิตล่ะน่ะ..."

            สิ้นคำกล่าวมือขวาก็บีบกำเข้า เคียวปลายแหลมก็ถูกความมืดกลืนไปหมดเหลือเพียงครึ่งเล่มเท่านั้น

            ดาร์คพรีสต์จ้องไนท์แมร์กลับไปด้วยดวงตาแดงวาวน่ากลัวกดดันให้ไนท์แมท์ต้องควบเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
            "ดิฉันจะแสดงให้ดูว่าอายุก็ไม่ได้เป็นตัววัดความสามารถเสมอไป... อย่างน้อยช่วงเวลาแค่สิบยี่สิบปีผ่านมา... ฉันก็ฆ่าปีศาจชั้นสูงมานับไม่ถ้วนแล้ว..." ดาร์คพรีสต์มิลล่าขู่เยือกเย็น ขณะที่มือข้างซ้ายก็ยกขึ้นมาและชี้ขึ้นที่บริเวณใกล้หน้าผาก

            เมื่อร่ายคาถาประกอบวงเวทก็ตีขึ้นมาที่พื้นพร้อมกับไอมืดที่รุนแรงและน่ากลัว

            ด้วยการโจมตีด้วยเวทที่ไม่คุ้นตา รวมกับคำขู่และพลังกดดันที่เอาจริง ไนท์แมร์ที่เหลือทั้งสามสิบตัวจึงตัดสินใจชิงลงมือก่อนที่ศัตรูจะได้ใช้เวทนั้น
            เสียงควบเท้าดังสะเทือนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมควงอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ เสียงเคียวสบัดตัดอากาศดังวูบน่ากลัว

            จนกระทั่งเข้าระยะหวังผลเคียวทั้งหมดก็ถูกเหวี่ยงลงมาพร้อมกัน

            ฉับ...!

            เสียงถูกตัดขาดดังขึ้นมาเพียงทีเดียวเท่านั้น แล้วทุกอย่างในระยะห้าเมตรรอบตัวก็เป็นหยุดนิ่งไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ...

            จากนั้นร่างของปีศาจวิญญาณที่ถูกอ้างว่าการโจมตีปกติทำอะไรไม่ได้ก็เป็นอันร่วงมานอนกองพื้นดิน ในสภาพที่ตั้งแต่คอขึ้นไปถูกตัดขาด...

            ดาบปีศาจและดอปเปอร์แกงเกอร์มองศพของไนท์แมร์ด้วยความประหลาดใจหนักกว่าเดิม การโจมตีนี้เหลือเชื่อและผิดหลักธรรมชาติเกินไป
            กับการที่จู่ๆเวทวงแหวนที่พื้นยกระดับขึ้นเหนือศีรษะดาร์คพรีสต์มิลล่าจากนั้นก็กลายเป็นประตูมิติแนวนอนเปิดกว้างคลุมช่วงบนของไนท์แมร์ แล้วจากนั้นมันก็ปิดลงตัดขาดช่วงบนของไนท์แมร์ออกไป
            "นี่เจ้า... ทำอะไรลงไป...!?" ดาบปีศาจขำไม่ออกเมื่อเห็นการโจมตีนี้เข้า
            "สิ่งที่คมที่สุดในจักรวาลนี้ก็คือ... คมของมิติยังไงล่ะ... ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากมายเลย... เพียงแค่แยกร่างครึ่งหนึ่งออกไป... เท่านี้ก็ฆ่าพร้อมกันได้ง่ายดายแล้วจริงไหม...?" ดาร์คพรีสต์มิลล่ายืนกอดอกยิ้มเยาะคืน "ต่อให้เป็นวิญญาณที่การโจมตีปกติทำอะไรไม่ได้... แต่วิญญาณก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของมิติ... ดิฉันย่อมสามารถแยกครึ่งบนให้ขาดออกจากครึ่งล่างได้ง่ายๆ..."
            "ความสามารถนี้... มันบ้าชัดๆ... แม้แต่ท่านดาร์คลอร์ดเองก็ยังทำไม่ได้..."
            "ดิฉันคือผู้ที่ควบคุมพลังได้เก่งที่สุดบนโลกนี้... ถึงพลังกายจะสู้พวกท่านไม่ได้... แต่ด้วยพลังจิตและการควบคุมแล้ว... ดิฉันสามารถฆ่าพวกท่านได้ง่ายๆโดยไม่ต้องขยับตัวเสียด้วยซ้ำ..." ปีศาจนักบวชสาวได้ทีข่มกลับหนัก "ที่ท่านดาร์คลอร์ดไม่ให้ดิฉันสู้เพื่อแสดงความสามารถให้พวกปีศาจโง่งมได้เห็นเป็นที่ประจักษ์... ก็เพราะว่าถ้าดิฉันเอาจริงแล้วท่านดาร์คลอร์ดจะต้องเสียลูกน้องไปเป็นที่แน่นอนยังไงล่ะ... ทั้งที่ท่านดาร์คลอร์ดหวังดี... แต่ถึงอย่างนั้นถึงมีพวกไม่รู้เรื่องชอบมาลองของอยู่เรื่อยสิน่า..."
            "เจ้า...!"
            "อ้อ... ใช่... การลงโทษเสร็จแล้ว... ดิฉันก็ขอคืนขยะพวกนี้กลับไปแก่ท่านก็แล้วกัน..."

            ดาร์คพรีสต์มิลล่ายกมือซ้ายขึ้นมาอีกครั้งและร่ายคาถาสั้นๆ ประตูมิติก็ถูกเปิดขึ้นในมุมเดิมและขนาดเดิม
            ซึ่งเมื่อมิติเปิดออก ส่วนที่ถูกแยกไปก็ร่วงลงมากองบนพื้นบนซากร่าง... ส่วนบนที่เป็นตัวศีรษะของวิญญาณม้าและส่วนเอวขึ้นไปของยมฑูตถือเคียวที่กำลังหลุกหลิกตาสับสนและงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนกับคนที่ถูกตัดคอไปอย่างรวดเร็วและไม่รู้ตัวที่ตาจะยังมองเหลือกไปมาสักพักก่อนที่จะสิ้นใจ...

            ช่วงเวลาสั้นๆต่อมาร่างไนท์แมร์ที่ขาดครึ่งทั้งสามสิบตนก็สลายหมดสภาพวิญญาณไปเหลือเพียงแต่เคียวเหล็กกล้าที่หักครึ่งกองคลุกพื้น
            "เสร็จเรื่องแล้วก็มาคุยธุระกันทักทีดีไหมคะ...?" ดาร์คพรีสต์มิลล่าปัดฝุ่นที่มือแล้วกอดอกอีกครั้ง แต่กระนั้นเธอก็ยังคงพูดจาหาเรื่องต่อด้วยความที่รู้เจตนาของดาบปีศาจอยู่ "หรือว่าท่านยังมีเรื่องคลาแคลงใจในตัวดิฉันอยู่...?"
            "แน่นอน... ใครจะยอมรับปีศาจอย่างเจ้ากัน..." ดาบปีศาจมีนิสัยบ้าคลั่งกว่าเหตุผล

            ไอปีศาจจากปีศาจชั้นสูงกระทบกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างไม่คิดจะยอมให้กันจนพร้อมจะฟาดฟันใส่กันได้ทุกเมื่อ
            ที่สุดแล้วในเวลานั้นเองเสียงหัวเราะของดอปเปิลแกงเกอร์ผู้นั่งเงียบมานานก็ได้ดังขึ้นก้องไปทั่ว
            "ฮะๆๆๆ... ยอดจริงๆท่านดาร์คพรีตส์... สมแล้วที่ท่านดาร์คลอร์ดดึงตัวมา..." ดอปเปอร์แกงเกอร์แสดงการยอมรับโดยการปรบมือชมเปาะ "ร้ายกาจมาก... ฝีมือเทียบชั้นแม่ทัพปีศาจได้สบาย..."
            "นี่เจ้า... บ้าไปแล้วเรอะ...!?" ดาบปีศาจย้อนด่า
            "ไม่เอาน่าท่านมิสเทลเทน... ใจเย็นไว้... เราก็ปีศาจเหมือนกัน... ทะเลาะกันไปก็ไม่เกิดผลดีขึ้นมาหรอก..."
            "ตัดสินใจได้หลักแหลมดีนี่... ท่านฮาเวียร์ เวคเตอร์... ไม่สิ... ในตอนนี้ต้องเรียกว่าท่านดอปเปอร์แกงเกอร์สินะ..." ดาร์คพรีสต์ลองหยั่งเชิง
            "เรียกด้วยชื่อหลังจะดีกว่านะท่านดาร์คพรีสต์... ตอนนี้ข้าเป็นปีศาจไม่ใช่มนุษย์แล้ว..." ดอปเปอร์แกงเกอร์ไม่หลงกับกลการยั่วโมโหง่ายๆเช่นดาบปีศาจ

            ดอปเปอร์แกงเกอร์ลุกขึ้นยืน และเดินตรงเข้าหาดาร์คพรีสต์มิลล่า
            จนเมื่ออยู่ในระยะห่างไม่กี่ก้าวก็ทำให้มิลล่าสังเกตได้ชัดเจนว่าบุคคลเบื้องหน้าคือนักดาบชั้นสูงจริง ร่างกายที่สูงกว่าร้อยแปดสิบห้า ร่ายกายที่กำยำล่ำสัน กล้ามแขนขึ้นเป็นลำรวมถึงกล้ามขาที่อยู่ตัว
            นี่คือนักดาบสายผสมหรือสายอุดมคติที่มีทั้งพลังและความเร็ว ยิ่งมีวิชาดาบร่วมกับดาบที่ร้ายกาจแล้วก็จะทำให้เป็นปีศาจนักรบที่น่ากลัวมากที่สุดตนหนึ่งได้เลยทีเดียว
            "ฮึ... เพราะเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจเหมือนเจ้าหรือไง... เจ้าถึงได้เคารพเชื่อมั่นในตัวเจ้าดาร์คพรีสต์นัก...?" ดาบปีศาจผู้เป็นคนสั่งการถามกึ่งยอกย้อนใส่
            "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกท่านมิสเทลเทน... ข้าว่าทำตามก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา..." อดีตครูดาบผู้เกรียงไกรที่ถูกครอบงำให้เหตุผลที่น่าฟัง "พวกเราเองก็ถูกขังลืมมาใต้ดินไม่ได้เห็นแสงดาวแสงเดือนมาเป็นร้อยปีแล้ว... ท่านเองก็มีหน้าที่สร้างทัพปีศาจในนี้เพื่อรอวันทำศึกครั้งใหญ่ตามบัญชาท่านดาร์คลอร์ดไม่ใช่หรือไง...?"
            "มันก็ถูก..."
            "เพราะฉนั้นแล้วถ้าเราทำให้แผนท่านดาร์คลอร์ดสำเร็จได้... พวกเราก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้สักที... ท่านเองก็จะได้ความดีความชอบไปด้วย... แล้วหลังจากนั้นถ้าท่านมีอะไรติดค้างกับท่านดาร์คพรีสต์จริง... ค่อยมาประลองกันอีกทีก็ไม่สายน่า..."
            "ฟังดูก็มีเหตุผลดี... แต่ว่า..."
            "อย่างน้อยแล้วข้าว่า... งานที่ให้ทำก็ยังน่าสนุกกว่าการนั่งเบื่อไปวันๆแบบนี้น่ะ..." ดอปเปอร์แกงเกอร์ลองหว่านล้อมดูอีกครั้ง "ข้าและท่านไม่ได้สัมผัสกลิ่นเลือดมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วนะ... อย่างน้อยงานนี้ก็อาจทำให้เราได้สัมผัสกับสิ่งที่ขาดหายไปนาน... สงครามและเลือดยังไงล่ะ... ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกยังไง... ท่านรู้ว่าข้ารู้สึกยังไง... สิ่งที่เราทั้งคู่ต้องการที่สุดในเวลานี้คือการทำลายล้าง... ในเมื่อโอกาสมาถึงก็จงไขว่คว้าไว้เถอะ... เรื่องหมางใจไว้ว่ากันตอนที่เสร็จภารกิจแล้วน่ะ..."
            "ฮึ... จะเอางั้นก็ได้..." ดาบปีศาจยอมรับแบบไม่เต็มใจนัก

            เห็นเช่นนั้นเข้าดาร์คพรีสต์ก็หัวเราะเบาๆในคอชอบใจขึ้นมาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองดอปเปอร์แกงเกอร์ผู้ที่สูงกว่ากว่าสิบเซนติเมตร
            "ตกลงยอมที่จะทำตามแผนการแล้วใช่ไหมคะ...?" เธอถามหยั่งเชิงกึ่งเหน็บแนมอีกครั้ง
            "แน่นอน..." ดอปเปอร์แกงเกอร์ยิ้มเล็กๆเอาเรื่องแล้วตอบรับแบบเก็บคำตอบแท้จริง "ก็เฉพาะตอนนี้ล่ะนะ... เชิญท่านอธิบายแผนการได้... ข้าจะทำไม่ให้ผิดพลาดแม้แต่น้อย..."
            "ดีล่ะ... งั้นดิฉันจะเริ่มอธิบายแผนการเลยแล้วกัน... มันเป็นแผนการที่จะเริ่มปฎิบัติในอีกสองวันข้างหน้า... รับรองว่าท่านจะได้อาละวาดดาบสมใจ... กับคู่มือที่มีเพลงดาบฉมังที่ท่านไม่เคยได้พบที่ไหนมาก่อน..." ดาร์คพรีสต์แสยะยิ้มน่ากลัวและเริ่มอธิบาย

----------------------------------
Free talk - เบาปนหนักละกันครับกับตอนนี้ บอสตัวดังก็โผล่มาอีกตัวล่ะนะครับ ถึงจุดนี้เรื่องก็เรียกได้ว่าเดินมาเกินครึ่งทางและกำลังจะเข้าสู่ช่วงท้ายแล้ว
การต่อสู้ที่ดุเดือดยังคงรออยู่ รวมไปถึงเรื่องของมิลาโน่ผู้จากไปด้วย ซึ่งก็จะมีจุดหักอีกที ก็ต้องไว้ต่อตอนหน้าครับ smile


คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 03:00:45 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 7 จากทั้งหมด 7 Reply

cg
ไม่ใช่โพลีก้อนนะ

โฮ่ เกรกได้สู้ล่ะทีนี้ หึหึ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 03:32:07 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

ลุยเกฟเฟนรึนี่ อืมๆ ว่าแต่มิลาโน่ตายเองรึนี่ จืดไปหน่อยแฮะ นึกว่าจะมีหักมุมมากกว่านี้หน่อย

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 08:52:13 น.

Alaster
นักหาข่าวสาร-ภาพน่าเก็บ

พึ่งพบกันครั้งแรก ---- พิมพ์ผิดนะครับมันต้องเป็น "เพิ่ง" พึ่งนั่นมัน พึ่งพา

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 09:08:23 น.

Izabelle
Oversea Student

สมดุลตอนนี้ดีแหะ อ่านได้เรื่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 10:44:43 น.

xelloss
ปีศาจชุดขาว

ตัดกลับมามิลาโน่ก็ตายเลยเร้อ ม่ายยย~

ขนาดอีมิคยังสู้ไม่ได้แล้วเกรกจะสู้ได้ไงหว่า - -

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 12:10:15 น.

Silver
is Silver

ถ้าตัดเข้าฉากบรรยายงานศพมิลาโน่ตั้งแต่เริ่มตอนน่าจะทำให้ดูมืดมน หดหู่ดีนะ (แบบว่าช่วยดึงอารมณ์)

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 12:40:29 น.

blazx
illusionist

ตอนนี้อ่านสนุกดีค่ะ
(รอดูว่าเกรกจะสู้ยังไงล่ะนะ)

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 16 ม.ค.50 เวลา 16:48:50 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 7 จากทั้งหมด 7 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ