Via
(Seki)
คนพเนจร

[Original] Endless Prologue



“ สันติภาพไม่เคยมีอยู่จริง ”




วาเนเรียส เครเซียส









Endless

Prologue - Land of Mortal





ภายหลังการปกครองกว่าห้าร้อยปีของราชวงศ์เครเซียส แผ่นดินริเวียร่าต้องสั่นคลอนอีกครั้งเมื่อจักรพรรดิองค์ปัจจุบันถูกสังหารโดยเหล่าขุนนางผู้ทรยศ ราชวงศ์ทั้งหมดถูกประหาร หลายคนได้หายสาบสูญไปโดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย...

กองทัพตะวันตกในจักรวรรดิฟาเรลฉวยโอกาสรุกคืบเข้ามาบริเวณชายแดนด้านเหนือขณะเกิดความวุ่นวายขึ้นภายใน

ป้อมชายแดนที่ไม่เคยแตกถูกทำลายลง ดินแดนกว่าครึ่งถูกยึดครอง ขุนนางผู้แปรพักตร์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองอาณานิคมใหม่ของจักรวรรดิตามสัญญา

เหล่าแม่ทัพและขุนนางที่ยังภักดีต่อเจ้าเหนือหัวองค์ก่อนปฏิเสธที่จะยอมจำนน กองทัพที่ไร้กษัตริย์ยังยืนกรานที่จะรบต่อไป แม้ไม่มีใครเห็นทางที่จะได้ชัยเหนือผู้รุกราน

การต่อต้านดำเนินไปอย่างสิ้นหวัง สถานการณ์ดูเลวร้ายลง จักรวรรดิเกือบจะครอบครองริเวียร่าได้โดยสมบูรณ์...

หากมิใช่เชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอ้างสิทธิอันชอบธรรมในราชบัลลังก์ต่อหน้ากองทัพที่หมดสิ้นกำลังใจ สงครามที่ใกล้จะปราชัยจึงเริ่มมีหวังขึ้น...

การต่อสู้ในครั้งนั้นกินเวลานานกว่าที่คาดไว้...แม้จะสามารถขับไล่ทัพตะวันตกให้ถอยกลับไป แม้ราชวงศ์จะได้กลับคืนสู่อำนาจ แต่จักรพรรดิองค์ใหม่ก็สิ้นพระชนม์ด้วยพิษบาดแผลจากการรบครั้งสุดท้าย

พระองค์จากไปหลังประกาศเอกราชได้เพียงหกวัน ไม่มีแม้โอรสหรือธิดาถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ไม่มีผู้ใดออกมาอ้างสิทธิด้วยชื่อของราชวงศ์ บัลลังก์ที่ว่างอยู่จึงไร้ซึ่งผู้สืบทอด

เมื่ออาณาจักรสูญสิ้น บ้านเมืองก็ระส่ำระสายเพราะไร้ศูนย์กลางอำนาจ ประชาชนผู้ไร้ที่พึ่งจึงหันหน้ากลับไปหาตระกูลขุนนาง อำนาจการปกครองแบ่งออกเป็นห้าส่วนไม่ขึ้นต่อกันโดยมีลอร์ดเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในแต่ละแคว้น มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงการปกครองไว้ในรูปของนครรัฐและตั้งใจที่จะดำรงตนเป็นอิสระต่อไป

แต่เมื่อเป็นมนุษย์ไหนเลยจะไร้ซึ่งตันหา...

ภายใต้บรรยากาศตึงเครียดที่เริ่มไหลเวียนไป ความต้องการที่จะสืบทอดแผ่นดินของพวกขุนนางเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น...

ความขัดแย้งระส่ำระสายแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน...การศึกระหว่างแคว้นจึงปะทุขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...กลิ่นคาวเลือดและความตายกลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นกันจนชินตา...


กาลเวลาผันเปลี่ยน วันเดือนเคลื่อนคล้อย จนล่วงเลยมากว่าแปดสิบปี...




.....เข็มนาฬิกาที่หยุดนิ่ง....จึงเลื่อนออกไปอีกครั้ง.....








= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =









“ ขอโทษด้วย ”


สรรพสำเนียงของป่าถูกสอดแทรกด้วยถ้อยคำของมนุษย์ เสียงกระดูกลั่นจากสิ่งมีชีวิตตัวเล็กในมือบ่งบอกถึงชีวิตซึ่งหลุดลอยไป


“ ได้ไหม วาร์ดิอัส ”


เสียงจากเบื้องหลังได้รับคำตอบเป็นสัตว์ขนปุยสีขาวที่ยกขึ้นให้เห็น


“ ข้าอิจฉาเจ้านะ อเล็กไซน์ ”


คำพูดของอีกฝ่ายดึงสายตาของผู้ถูกออกนามให้ปรายตาดูเพียงชั่วครู่ ดวงตาสีส้มแดงใต้ปอยผมสีดำทอประกายราบเรียบ มือยังคงวุ่นเป็นระวิงกับการปรุงเนื้อกระต่ายซึ่งจับมาได้


“ เจ้าเหมือนก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่บนนั้น ” ดวงตาสีเขียวสดดังยอดไม้อ่อนสะท้อนภาพของฟ้ากว้าง “ วิถีชีวิตที่เป็นอิสระ ไม่ถูกผูกมัดโดยสิ่งใด ”


เสียงของนกป่าดังแว่วมาพร้อมกับลมหนาว คืนบรรยากาศสู่ความเป็นธรรมชาติ ความเงียบคือสิ่งที่เชื่อมระหว่างคนทั้งสอง

สรรพสำเนียงของยามเช้าบรรเลงขึ้นแทนคำพูด หมอกบางบดบังสายตา แสงสว่างและความอบอุ่นจากกองไฟเบื้องหน้า คือสิ่งยืนยันถึงความจริง


ไม่ว่าซ้ายหรือขวาสิ่งเดียวที่รับรู้คือความเงียบสงบ


“ กินเสียเพื่อนเอ๋ย ”


ห่อใบไม้ที่อีกฝ่ายโยนมาให้ ส่งผ่านความร้อนจนต้องวางลง มันส่งกลิ่นหอมชวนหิวจนลืมตัว ภายในคือเนื้อกระต่ายที่ปรุงสุก


“ ค่อยดีขึ้นหน่อย หน้าตาที่เจ้าทำจนถึงเมื่อครู่ มันจะทำให้รสชาติอาหารแย่ลงรู้ไหม ”


คำพูดดังจากอีกฟากของกองไฟ


“ นั่นสินะ ”


มือสองข้างจับเส้นผมยาวสีเทาหม่นถักเป็นเปียหลวม ก่อนลงมือจัดการอาหาร


“ เจ้าคิดจะกลับไปใช่ไหม วาร์ดิอัส ”


อเล็กไซน์เอ่ยดังอ่านใจอีกฝ่ายได้ หลังเอนพิงไม้ใหญ่เบื้องหลัง สายตาพุ่งตรงราวกับหอก


“ เจ้ารู้... ”


ดวงตาสีเขียวจ้องไปยังสหาย


“ คิดว่าเรารู้จักกันมานานแค่ไหน ”


ความเงียบที่ใช้สื่อสารแทนถ้อยคำก่อตัวขึ้นอีกครั้ง คำพูดและภาษากายไม่ใช่สิ่งจำเป็น


กระแสลมเย็นพัดผ่าน ผ้าคลุมถูกกระชับเพื่อคุมขังความอบอุ่น ดวงตาทอดไกลออกไปยังทิศตะวันออก ดินแดนซึ่งเคยถูกเรียกขานว่าอาณาจักรริเวียร่า


ใบไม้สีแดงที่ปลิดปลิวจากกิ่งก้านถูกนิ้วเรียวยาวจับไว้ก่อนถึงพื้น


“ นานแล้วนะที่เจ้าทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง ”


อเล็กไซน์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาโยนใบไม้ลงในกองไฟ


“ สองปีแล้วที่เราอยู่ในเอลเซ็ท ”


วาร์ดิอัสยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ


“ สิ่งที่เจ้าคิดจะทำนั้นมีค่าพอแก่การเสียสละช่วงเวลาสองปีนี้หรือ ”


“ หากนิ่งเฉย ข้าอาจสูญเสียสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่านั้น ”


คำตอบชัดเจนและมั่นใจ


“ จะบอกว่ามีหนี้กับพวกเอวาเรียสหรือ เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ ”


“ ไม่หรอก...ไม่น่าเป็นแบบนั้น ”


วาร์ดิอัสเอ่ยถ้อยคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะพูดให้ตนเองฟัง...


คำถามที่ถูกป้อนนั้นขาดตอน กองไฟเริ่มมอดเพราะขาดเชื้อ ความอบอุ่นจางหายไป คงไว้เพียงฝุ่นควันจากการเผาไหม้ มันม้วนเป็นวงและสลายไปในอากาศ เส้นทางมาถึงทางแยกอีกครั้ง


“ ผีของพวกนั้นคงดีใจที่เจ้ายังไม่ลืม ”


หน้าหนังสือแห่งความทรงจำทำหน้าที่ของมัน


“ แล้วเจ้าล่ะ? ”


“ ข้าไม่เคยผิดคำพูด ”


อเล็กไซน์ยิ้มเล็กๆ


“ และไม่คิดจะเริ่มในตอนนี้ ”







====================
คุยกันหน่อย

สำหรับเรื่องนี้....จำไม่ได้ว่ารีเมคไปกี่รอบแล้ว ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย -3-~

แต่พูดไปทุกคนก็คงไม่รู้เพราะไอ้ที่รีเมคเก่าๆไม่ได้เอามาเปิดเผยสักเท่าไร เอาเป็นว่าฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ฝีมือน่าจะตกลงไปเยอะแต่ก็ทำด้วยใจนะครับ ah

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 27 ธ.ค.49 เวลา 18:41:36 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply

Zero Xion
สายลม

- - nice เจ้าเพื่อนยาก

เป็นอะไรไม่รู้นะแต่ชอบสำนวนที่ใช้เหะ= =b

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 28 ธ.ค.49 เวลา 01:16:28 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

ไม่เคยอ่านก่อนรีเมค แต่จะขอเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนนี้ล่ะครับ smile

สำนวนคบกระชับดี จะรอดูตอนต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 30 ธ.ค.49 เวลา 22:13:01 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 2 จากทั้งหมด 2 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ