K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 17 - แขกไม่ได้รับเชิญคนที่สาม

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 17 - แขกไม่ได้รับเชิญคนที่สาม
---------------------------------------------------

            พายุหิมะโถมพัดหนักไปทั่วผืนฟ้า เกล็ดหิมะและกลีบดอกไม้ปลิวว่อนกระจายอย่างรุนแรงจนไม่อาจเดินทางไปไหนได้อีกทั้งทางบกและทางอากาศ
            เรย์มุตัดสินใจถูกที่เลือกพักแทนที่จะฝืนไปต่อโดยไม่รู้จุดหมาย...

            ในบ้านหลังเล็กสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่ไร้ซึ่งผู้คน
            แสงไฟจากการเผาไหม้ของไม้ฟืนที่เตากลางบ้านสร้างแสงสว่างและความอบอุ่นให้ชีวิตทั้งสาม...

            เรย์มุกำลังนั่งสบัดพู่กันเขียนน้ำหมึกลงบนแผ่นกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก โดยมีมาริสะนั่งดูอยู่ข้างๆ
            ในขณะที่ทางตรงข้ามกับเรย์มุก็มีอลิซที่กำลังนอนสลบนิ่งอยู่ ห่างออกไปมุมห้องก็มีตุ๊กตาทั้งเจ็ดของเธอนอนเรียงรายกันอยู่ด้วยเช่นกัน

            หลังจากต่อสู้มาจนถึงปัจจุบันเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง การเดินทางก็เป็นอันต้องพักไปเสียก่อนเนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศภายนอกไม่เป็นใจ และผู้ต้องสงสัยก็สลบเหมือดไปจนไม่อาจเค้นคอมาสอบปากคำได้

            ช่วงเวลาว่างๆที่ผ่านมาก็เปิดโอกาสให้เรย์มุได้พักฟื้นทำแผล และหากระดาษหมึกพู่กันจากบ้านใกล้ๆมาทำยันต์เพิ่มเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
            "อะไรกัน แค่เขียนง่ายๆ ไม่ต้องใช้กระดาษพิเศษไม่ต้องทำพิธีปลุกเสกข้ามคืนอะไรก็กลายเป็นยันต์ปราบปีศาจได้แล้วเรอะ?" มาริสะบ่นขึ้นมา "ดูง่ายไปหน่อยมั้งเรย์มุ?"
            "ก็ง่ายน่ะสิ ยันต์แบบนี้น่ะเอาไว้ใช้ชั่วคราว ไม่ต้องมีขั้นตอนมากมายให้เป็นเนื้อนาบุญอะไรหรอก"

            เรย์มุวางยันต์แผ่นสุดท้ายลงข้างๆกองไฟ แล้วทิ้งไว้สักพักหนึ่ง
            จนเมื่อเห็นว่าหมึกแห้งสนิทดีแล้ว เธอจึงใช้มือหยิบขึ้นมาสะบัดให้เนื้อกระดาษตรงเรียบให้เหมาะกับการร่ายคาถากำกับซ้ำ

            เรย์มุเริ่มร่ายคาถาขึ้น มือขวาที่หยิบจับกระดาษลงอักขระได้เรืองแสงจางๆขึ้นมา เธอหลับตาทำสมาธิบริกรรมพิธีไม่นานแสงในมือขวาก็พลันไหลไปเคลือบบนกระดาษแทน จากนั้นแสงก็จางหายไปเองพร้อมๆกับการได้ยันต์ลงอาคมมาอีกหนึ่งใบ

            เรย์มุเก็บยันต์นั้นเข้าไว้ในกระเป๋ากระโปรงแล้วหันมาตอบคำถามมาริสะที่ถามค้างไว้
            "ทำแบบง่ายๆ คุณภาพไม่ดีเท่าที่ศาลเจ้าหรอก แรงระเบิดกับความคงทนแล้วก็ระยะทางอาจเบากว่าเยอะ แต่ถ้าเรื่องความสามารถในการติดตามล่ะก็รับรองได้เลยว่าไม่ต่างกัน"
            "จริงเร้อ?" มาริสะถามเสียงไม่เชื่อมั่น
            "ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองก็ได้นี่...?" เรย์มุยิ้มน่ากลัวขึ้นมาพลางหยิบไม้กวาดข้างตัวมาริสะมาริสะมาริบไว้ "ฉันต่อให้เธอวิ่งออกจากบ้านไปสิบก้าว แล้วจากนั้นจะปล่อยยันต์ให้ตามหลังไป จะหลบหลังต้นไม้ก็ได้นะ... แต่รับรองได้ว่าแป๊บเดียวตามทันกันแน่ๆ ไม่ถึงสามสิบเมตรหรอก"
            "เรื่องน่ะสิ!" มาริสะดึงไม้กวาดกลับมากอดไว้ในอ้อมแขน
            "อ้าวก็ไหนว่าไม่เชื่อ?"
            "หาเรื่องแกล้งฉันก็บอกมาเถอะ!" มาริสะย้อน
            "แกล้งอะไรกัน เขาเรียกว่าพิสูจน์ให้เห็นกับตัวต่างหาก"

            ระหว่างที่สองสาวกำลังหยอกล้อกันนั่นเอง อลิซ... นักเชิดหุ่นก็ได้สติกลับคืนมา...
            "อ... อา...."

            หญิงสาวในชุดตุ๊กตาที่ฉีกขาดตามแขนและเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าได้ลืมตาขึ้นมาแล้วใช้มือขวาจับหน้าผากบีบเฟ้นขมับเรียกสติให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง
            หลังจากที่ได้นอนพักมาสองชั่วโมงเต็ม พลังกายก็ฟื้นกลับมาได้ส่วนหนึ่งซึ่งก็เหลือเฟือพอมากพอที่จะลุกเดินได้ แต่ก็ต้องระวังอยู่บ้างเพราะบาดแผลตามร่างกายยังไม่หายดี แม้จะมีคนช่วยปฐมพยาบาลให้แล้วก็ตาม
            "นี่... นี่มันอะไรกันเนี่ย...?" อลิซลุกขึ้นมานั่งมองแขนขาตนเองที่ถูกทำแผลไว้เรียบร้อยก่อนที่จะเงยหน้ามองเรย์มุกับมาริสะที่กำลังมองกลับมาอยู่เช่นกัน
            "ฟื้นได้สักทีสินะ" เรย์มุทักทาย
            "ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้...?" อลิซยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
            "ก็... นึกเอาเองละกันว่าก่อนที่จะสลบเธอจำอะไรได้บ้างล่ะ?" มิโกะแดงขาวตอบคำถามด้วยคำถาม "จะได้ไม่ต้องเล่าทั้งหมด"

            อลิซหลับตาลงเค้นสมองเรียกความทรงจำนึกย้อนไปถึงอดีตครั้งล่าสุด ซึ่งภาพติดตาที่จำได้ก็คือลูกบอลหยินหยางขนาดเล็กส่องประกายแสงขึ้นมา จากนั้นสติก็ถูกตัดขาดไป แต่นึกออกเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
            "นี่... นี่ฉันแพ้แล้วหรือ?" อลิซก็หลุดปากรำพันขึ้นมา
            "ก็คงอย่างนั้น..." เรย์มุตอบกลับทันที "ถ้าจะตัดสินแพ้ชนะที่ว่าใครสามารถยืนหยัดได้เป็นคนสุดท้ายล่ะก็... ฉันชนะ เธอแพ้"

            ได้ยินคำตอบย้ำเข้าเช่นนั้นอลิซเองก็จำต้องหุบปากสงบคำทันที ตรงข้ามกับเรย์มุที่ได้โอกาสสอบสอนตามกฎผู้ชนะดันมาคุ
            "ในเมื่อเธอฟื้นได้ก็ดีแล้ว ถ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องฤดูใบไม้ร่วงที่หายไปก็บอกมาให้หมดซะเดี๋ยวนี้เลย"
            "หึ... เธอจะเชื่อคำพูดของฉันเรอะ?" อลิซถามลองใจ "ถ้าฉันพูดโกหกให้หลอกเธอให้หลงทางจะคิดว่าไง?"
            "ฉันเชื่อว่าเธอไม่โกหก" เรย์มุตอบกลับทันควัน
            "ทำไม?"
            "นิสัยเธอมันแสดงออกในตอนที่ต่อสู้แล้ว คนตรงไปตรงมาอย่างเธอย่อมไม่มีเล่ห์กลแน่ และถึงจะมีก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาฉันไปได้ ยิ่งมีมาริสะจอมเจ้าเล่ห์มาช่วยจับผิดอีกคนแล้วด้วยเธอยิ่งไม่มีทางโกหกได้เลย" เรย์มุกล่าวได้น่าฟังสำหรับอลิซ แต่น่าหงุดหงิดสำหรับมาริสะซึ่งกำลังขวางตาใส่จากทางด้านหลัง
            "เฮอะ... จะเอาอย่างงั้นก็ได้..."

            อลิซจ้องหน้าเรย์มุและนิ่งเงียบไปสักพักดูเชิง เมื่อเห็นว่าเรย์มุไม่หวั่นไหวเอาจริงตามที่ว่ามาก็ตัดสินใจที่จะบอกออกไป
            "ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น" อลิซกล่าวสั้นๆขึ้นมาเพียงประโยคเดียว

            ได้ยินเข้าเพียงนั้นเรย์มุก็ลุกพรึ่บขึ้นมาทันที ทำเอาอลิซและมาริสะสะดุ้งนึกไปไกลว่ามิโกะผู้นี้จะเดือดดานอาละวาดเค้นคอสารภาพกว่านี้
            แต่กลับเป็นว่าเรย์มุได้หันหลังเดินไปเปิดประตูบ้านเพื่อดูสภาพลมฟ้าอากาศ...

            เมื่อเห็นว่าพายุที่พัดมาหนักนั้นได้ซาลงไปมากแล้วเรย์มุจึงตัดสินใจที่จะเดินทางต่อ

            ด้วยท่าทีที่ปล่อยวางง่ายๆแบบนี้ทำให้อลิซแปลกใจขึ้นมาไม่น้อย
            "อะไรกัน... นี่คิดจะไปต่อจริงเรอะ?" สาวนักเชิดตุ๊กตาถามขึ้น
            "ก็ใช่น่ะสิ ฉันยังมีงานต้องทำอยู่นะ" เรย์มุแง้มประตูแล้วหันมาตอบ "ในเมื่อเธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ฉันก็ต้องไปหาเอาข้างหน้าต่อไปเอาเอง"
            "ดูจะตัดใจเชื่อฉันง่ายเกินไปหน่อยมั้ง?"
            "ถ้าไม่เชื่อแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?" เรย์มุถามกลับ "ตอนต่อสู้ก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเธอเลือกยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้... คนประเภทนี้ถึงฉันจะเค้นคอยังไงถ้าตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมตอบก็หมายความตามนั้น... ฉันจะทำอะไรได้อีกนอกจากเชื่อที่เธอบอก จริงไหมล่ะ?"
            "ฮึ..."

            อลิซหลบสายตาเรย์มุไปมองที่มุมห้อง แล้วเธอก็เห็นตุ๊กตาทั้งเจ็ดวางเรียงกันอยู่นอกจากนั้นยังมีหนังสือเวทอีกด้วย
            "นี่อุตส่าห์เก็บของให้ฉันอีกนะ..." อลิซประหลาดใจ "ผู้แพ้ยังอุตส่าห์เป็นภาระให้ผู้ชนะต้องช่วยเหลือ... ฉันนี่มันน่าสมเพชจริงๆ"

            หลังจากฟังทั้งคำบ่นทั้งคำตัดพ้อมานาน ที่สุดแล้วมาริสะก็พูดจวกอลิซเรียกสติขึ้นบ้าง
            "พูดอะไรของเธอน่ะ ทำไมทำตัวเป็นคนขวางโลกแบบนี้นะ ยึดติดเกินไปแล้ว!"
            "เรื่องของฉันน่า!" อลิซเชิดหน้าหลบมาริสะ
            "เธอแพ้จนบาดเจ็บมันก็เป็นเรื่องที่รับได้ แต่ถ้าฝืนสู้จนพวกเพื่อนเดือดร้อนไปด้วยแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ โดยเฉพาะกับตุ๊กตาทั้งเจ็ดตัวนั่นน่ะ" มาริสะชี้นิ้วไปที่กลุ่มตุ๊กตาที่ว่า "จะบอกอะไรให้รู้นะว่าตุ๊กตาชุดเมดนั่นเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน?"
            "ซะ... เซี่ยงไฮ้น่ะเหรอ...?" อลิซหันขวับไปมองตุ๊กตาคู่ใจที่กำลังนอนหลับนิ่ง
            "ใช่น่ะสิ เป็นตุ๊กตาตัวเดียวที่ดื้อจนถึงที่สุด ขนาดตัวเองเจ็บหนักแล้วยังอุตส่าห์เกาะขาฉันตอนที่กำลังอุ้มเธอมาในบ้านอีกนะ" มาริสะหลับตาเล่าเรื่องตอนก่อนหน้านี้ "เซี่ยงไฮ้อะไรที่ว่านั่นเกาะติดเธอแจเลย จนกระทั่งเรย์มุทำแผลให้เธอเสร็จนั่นล่ะ ตุ๊กตานั่นถึงยอมปล่อยเธอแล้วพักกับเขาบ้าง"
            "ไม่จริงน่า..."
            "จริงสิ" เรย์มุยืนยันเรื่องที่มาริสะกล่าวอ้าง "ก็มาริสะเป็นคนอุ้มเธอเข้ามาเองกับมือ แล้วก็ยังเป็นคนเก็บตุ๊กตาทั้งหมดของเธอมาด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูคราบเลือดเธอที่ติดแขนเสื้อของมาริสะดูได้"

            อลิซสบัดหน้ากลับมามองแขนเสื้อมาริสะ ซึ่งก็เป็นตามที่เรย์มุพูดไม่ผิดเพี้ยน แขนเสื้อไปจนถึงหน้าอกเปรอะไปด้วยเลือด แม้ชุดที่ใส่จะเป็นสีดำ แต่คราบที่คล้ำขึ้นมาก็สังเกตได้ชัด แล้วตรงผ้ากับเปื้อนสีขาวที่กระโปรงก็มีหยดเลือดเปื้อนอยู่ประปรายด้วยเช่นกัน
            "มีความมุ่งมั่นที่จะสู้ก็เป็นเรื่องดีหรอกนะ แต่ฝืนเกินไปก็คงไม่เหมาะ" มาริสะปลอบใจ "ถ้ามีชีวิตอยู่ คิดจะแก้มือก็ทำได้เรื่อยๆนี่นา ยังไงซะเรย์มุก็นอนตีพุงอืดที่ศาลเจ้าทุกวันอยู่แล้ว แอบเล่นงานได้สบาย"
            "เฮ้ๆๆ น้อยหน่อย" เรย์มุศอกค้อนที่แขนมาริสะ
            "นี่เธอ... เอ้อ มาริสะ" อลิซยกมือเรียกชื่อถาม "เธอบอกให้ฉันใช้พลังที่แท้จริงเพื่อวัดฝีมือแลกกับเรย์มุ จำได้ใช่ไหม?"
            "ใช่ๆ เอาจริงด้วยกันจะได้ไม่มีอะไรคาใจทีหลัง"
            "แต่ฉันคาใจ" อลิซขัดขึ้น
            "เรื่องอะไรล่ะ?"
            "เรื่องที่ฉันเอาจริง แต่เรย์มุออมมือ..."
            "ก็ไม่เห็นว่าจะออมมืออะไรเลยนี่ ใช่ไหมเรย์มุ?" มาริสะหันไปมองเรย์มุ ซึ่งทางเรย์มุเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับมาริสะ
            "โกหกชัดๆ ถ้ามีอาวุธรุนแรงอย่างบอลหยินหยางอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่รีบใช้มันแต่แรก?"
            "ถ้าเรื่องนั้นก็ตอบได้ง่ายๆเลย" เรย์มุตอบสั้นๆแต่ได้ใจความ "ของมีน้อยฉันเสียดาย"
            "แค่นั้นเองเหรอ?" อลิซเลิกคิ้วทำหน้าตาแปลกใจที่สุด
            "ก็แค่นั้นน่ะสิ ถึงเป็นของจำลองแต่ก็ไม่ได้ทำง่ายๆอย่างยันต์ปลุกเสกหรอกนะ จะใช้ทั้งทีก็ต้องคิดหนักหน่อย พอดีใช้ยันต์ก็แล้วใช้เข็มก็แล้วยังโค่นไม่ได้เลยจำเป็นต้องใช้ทางเลือกสุดท้าย... จะว่าไปแล้วผ่านมาฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกนะ มาใช้เป็นชุดก็ตอนเจอเธอนี่ล่ะ"

            ได้ยินเข้าเช่นนั้นอลิซก็เงียบไปอีก การกระทำของเรย์มุแต่ละครั้งในช่วงเวลาต่อสู้นี้เหมือนจะเป็นเรื่องแปลกๆ แต่ทั้งหมดนั้นก็มีเหตุผลที่ดีมารองรับจริงๆ
            "เอาเถอะๆ เรื่องจบแค่นี้ก็ดีแล้ว" เรย์มุตัดบทแล้วหันกลับไปที่ประตูอีกครั้ง "งั้นไปทำงานของเราต่อกันเถอะมาริสะ"
            "อืม"

            ขณะที่เรย์มุกำลังจะคว้ามือจับประตูนั่นเอง อลิซก็ทักท้วงขึ้นมา
            "เดี๋ยวก่อน"
            "มีอะไรอีกล่ะ?" เรย์มุหันกลับมามอง
            "ยังมีอีกเรื่องที่ฉันยังไม่ได้บอกกับพวกเธอ... ถึงไม่เกี่ยวกับเรื่องใบไม้ผลิที่หายไป แต่คิดว่าพวกเธอคงไม่ได้สังเกตกันแน่... ต่อให้บินวนหาต่อไปคงไม่มีทางเจอต้นตอ"
            "เธอรู้เรื่องอะไรอีกงั้นเหรอ?" มาริสะเดินเข้าไปใกล้อลิซด้วยความสนใจ
            "ที่ผ่านมา ตอนบินหาตัวการ เธอคงตามกลีบดอกไม้มาใช่ไหม?"
            "ใช่" มาริสะตัวต้นคิดตอบ
            "แล้วเธอได้สังเกตหรือเปล่าว่ากลีบดอกไม้นี้มันมาจากที่ไหน?"
            "ไม่" ทั้งเรย์มุและมาริสะตอบพร้อมกัน
            "เอาเข้าไป... อย่าบอกนะว่าบินๆตามทางที่มันลอยมาแต่เพียงอย่างเดียวน่ะ"
            "ใช่" สองสาวตอบพร้อมกันอีกครั้ง

            อลิซถึงกับกุมศีรษะหน่ายใจกับความเรียบง่ายของเรย์มุกับมาริสะ
            "รู้อะไรมากกว่านี้ก็บอกมาเถอะน่า" มาริสะเค้น
            "เอาเป็นว่า... นอกเหนือจากที่เธอรู้แล้ว ฉันเห็นกลีบดอกไม้นี้ร่วงมาจากท้องฟ้าก็แล้วกัน แล้วลมก็พัดกลีบดอกไม้พวกนี้ลงมาอีกที"
            "บนท้องฟ้างั้นเหรอ?" เรย์มุเลิกคิ้วสงสัย "จะเป็นไปได้ยังไง?"
            "ฉันเคยได้ยินมาว่านอกจากเขตแดนที่เราอยู่แล้ว ยังมีเขตแดนเมย์ไคอยู่อีก พำนักสถานที่เต็มไปด้วยดอกซากุระ เท่าที่รู้มาสถานที่แห่งนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นเกนโซเคียว ไม่แน่ว่าบางทีมันอาจจะ..."
            "จะบอกว่าเขตแดนวิญญาณอยู่บนท้องฟ้านี่น่ะเหรอ เป็นไปไม่ได้น่า" เรย์มุบ่นพึมพำกับตัวเอง "แต่เดี๋ยวก่อนนะ... ถ้าที่นั่นเป็นเมย์ไคจริงล่ะก็... เราคงได้เจอคนที่อยากพบในเวลาเดียวกันด้วย"
            "แต่บนฟ้าไม่มีผืนดินนี่อลิซ จะบอกว่าอยู่กันเมฆนี่น่ะเหรอ ฟังดูตลกไปหน่อยไหม?" มาริสะยังคงสงสัยไม่เลิก
            "ก็ไม่รู้สิ... ถ้าไม่ได้เป็นการสร้างพื้นที่เฉพาะขึ้นมา บางทีอาจมีประตูมิติเชื่อมต่อเกนโซเคียวไปยังอีกมิติหนึ่งก็ได้นี่ แต่ถ้ามองจากการที่กลีบใบไม้ร่วงมาที่แห่งนั้นก็แสดงว่ามีการดูดฤดูใบไม้ผลิไปจริง และก็เป็นจำนวนมหาศาลด้วย" อลิซคาดเดา "ไม่แน่ว่าข้างบนอาจมีเฉลิมฉลองอะไรบางอย่างก็เป็นได้... แต่ถึงยังไงสำหรับฉันแล้ว คนเป็นก็ไม่น่าไปยุ่งกับคนตายอยู่แล้ว เลยไม่ได้สนใจดินแดนเมย์ไคที่ว่าสักเท่าไหร่"
            "ลงเกนโซเคียวเดือดร้อนแบบนี้ ไม่สนไม่ได้แล้วล่ะอลิซ"

            เรย์มุเปิดประตูอ้าออกและหันมากล่าวกับอลิซเป็นครั้งสุดท้าย
            "ยังไงก็ขอบใจเรื่องข้อมูลละกัน ฉันไปก่อนล่ะ" แล้วเธอก็ออกบินนำไป

            มาริสะเองก็ได้เวลาตามเรย์มุไปต่อ แต่ก่อนออกไปนั้นก็ได้จับไม้จับบืออลิซเป็นการใหญ่
            "ยังไงก็ขอบใจมากสำหรับข้อมูลมากเลยอลิซ เท่านี้ฉันก็ไม่ต้องบินวนไปวนมาอีกแล้ว เอาไว้ว่างๆฉันจะไปเยี่ยมนะแล้วจะหาของไปตอบแทน... ว่าแต่บ้านเธออยู่แถวไหนเหรอ?"
            "ป่าเวทมนตร์"
            "ดีมากเลย บ้านฉันก็อยู่แถวๆนั้นเหมือนกัน" มาริสะยิ้มสดใสปนเจ้าเล่ห์ "ถ้าอยู่แถวป่าเวทมนตร์ล่ะก็หาไม่นานเจอแน่ แล้วจะแวะไปอ่านหนังสือด้วยกันนะ"
            "จะไปไหนก็รีบๆไปเลยไป" อลิซสะบัดมือไล่กลบเกลื่อนอาการเขิน


            ....................................................


            หลังจากที่มาริสะบินตามเรย์มุออกไป บ้านหลังนี้ก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง จะมีก็เพียงอลิซที่นั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวกับบรรดาตุ๊กตาทั้งเจ็ดที่นอนนิ่งอยู่

            ไม่นานนักตุ๊กตาเซี่ยงไฮ้ก็ฟืนตัวได้สติกลับมา เมื่อเห็นว่าอลิซได้สติแล้วเซี่ยงไฮ้ไม่รอช้าที่จะบินโผเข้ามาหาเจ้านายด้วยความเป็นห่วง

            เซี่ยงไฮ้คลอเคลียอลิซหนักจนเธออดที่จะยิ้มชอบใจไม่ใด้
            "ฉันไม่เป็นไรหรอกเซี่ยงไฮ้..." อลิซอุ้มตุ๊กตาเซี่ยงไฮ้พลางปัดเศษเขม่าจากยันต์ระเบิดออก "ว่าแต่... ยัยเรย์มุนี่เก่งจริงๆ... ท้ายที่สุดฉันก็แพ้อีกแล้ว"

            อลิซกอดตุ๊กตาเซี่ยงไฮ้ไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักแล้วพูดเปิดใจขึ้นมา
            "แต่แปลกดีนะ... ในครั้งนี้กลับไม่รู้สึกเจ็บใจเหมือนครั้งที่แล้วเลย... คงจริงอย่างที่มาริสะพูด... การได้สู้เต็มที่กับศัตรูระดับนั้นมันช่างสนุกจริงๆ ยังไงก็ฝากไว้ก่อนแล้วกันเรย์มุ... แล้วฉันจะต้องขอทวงบัญชีแค้นคืนแน่"

            หญิงสาวในชุดตุ๊กตาบ่นด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่ออกมาด้วยความพอใจในการต่อสู้ครั้งนี้


            ....................................................


            ในขณะที่ทั่วทั้งเกนโซเคียวยังคงหนาวเหน็บไปด้วยบรรยากาศของเหมันต์กาล
            ภายใต้ตำหนักไข่มุกอันเงียบสงบกลับอบอุ่นและเรืองรองไปด้วยบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ

            ยูคาริกับยูยูโกะกำลังนั่งจิบน้ำชากันอยู่ตรงโต๊ะน้ำชาเล็กๆที่ระเบียงใต้ร่มซากุระตรงข้ามกับทิศของต้นไซเกียวอายาคาชิซึ่งอยู่ห่างออกไป ด้วยขนาดของต้นที่ใหญ่ทำได้มองเห็นได้ชัดแม้ว่าจะไกลกว่าร้อยเมตร...
            บัดนี้ไซเกียวอายาคาชิกำลังผลิดอกออกใบบานสะพรุ่งอยู่เต็มต้นเหมือนครั้งเมื่อพันปีก่อน...
            "ต้นใหญ่แบบนี้พอดอกบานทั้งต้นแล้วดูสวยจังเลยเนอะ" ยูยูโกะจิบชาพลางมองดูสบายอารมณ์ "ว่าแต่ออกดอกเยอะขนาดนี้แล้วยังไม่พออีกเหรอยูคาริ?"
            "ยังหรอก" ยูคาริในชุดยันต์แปดทิศยกถ้วยชาขึ้นมาจิบก่อนที่จะจิ้มขนมชั้นเข้าปากต่อ

            ระหว่างนั้นโยว์มุก็เดินถือถาดขนมชุดที่สองมาเพื่อยูยูโกะ เธอก็ชักสนใจเรื่องที่นายและเพื่อนกำลังสนทนาอยู่จึงเข้ามาร่วมวงด้วย
            "ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ล่ะคะท่ายยูคาริ?" เธอถามขึ้นพลางยกจานวุ้นเย็นลงแทนจานเก่าหน้ายูยูโกะ
            "อืม..." ยูคาริยกน้ำชามาซดล้างปากก่อนที่จะตอบคำถาม "ดูจากสภาพแล้วล่ะก็... คงไม่เกินสองชั่วโมงข้างหน้านี้"
            "เหรอๆๆ" ยูยูโกะตอบในสภาพที่ยังเคี้ยงขนมเต็มปาก "ฉันจะได้ความรงจำในอดีตกลับมาแล้วสินะ ดีใจจังเลย"
            "อื้ม... ถ้าเสร็จก่อนแขกไม่ได้รับเชิญมาถึงก็ดีน่ะสิ... แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้นนะ"
            "แขกไม่ได้รับเชิญ...?" โยว์มุที่ยืนถือถาดข้างหลังยูยูโกะสงสัย "หมายถึงคนที่ชื่อเรย์มุกับมาริสะที่ท่านยูคาริเคยพูดถึงน่ะเหรอคะ?"
            "ใช่แล้วล่ะ... บางทีเราคงเลี่ยงที่จะปะทะกันไม่ได้ ก็สู้ๆถ่วงเวลาไปละกันนะ ฝีมืออย่างเธอกับยูยูโกะล่ะก็เอาอยู่แน่" ยูคาริยิ้มเล็กๆเอ่ยชม
            "อันที่จริงท่านยูคาริจะใช้ความสามารถของเธอทำมิติซ้อน หรือสร้างปะตูปลอมหลอกให้พวกนั้นหลงทางก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?"
            "ก็ได้หรอกนะ แต่ฉันขี้เกียจ" ยูคาริยิ้มแซว

            ที่จริงแล้วการได้เผชิญหน้ากับกลุ่มพวกที่มาเพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดก็ถือเป็นความต้องการของยูคาริเสียมากกว่า
            อย่างน้อยแล้วการทำให้เกนโซเคียวปั่นป่วนก็สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับเธออยู่มาก การได้ซัดกับผู้เกี่ยวข้องก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบตรงไปตรงมาตามแบบฉบับโยว์ไคจอมกวนอย่างเธอเหมือนกัน
            โดยส่วนตัวยูคาริไม่คิดว่าจะแพ้ การที่เรย์มุและมาริสะมาถึงนี่ก็จะเป็นการไขปริศนาด้วยตัวเอง แล้วถึงตอนนั้นเรื่องก็จบลงพอดี หรือถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาเรย์มุก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับเธอ

            ระหว่างที่กำลังนั่งจิบชานั่นเอง จู่ๆยูคาริก็สัมผัสพลังอะไรบางอย่างได้
            "อ๊ะ อา..." โยว์ไคสาวหลายพันปีวางแก้วชาลงพลางเปิดประตูมิติขึ้นมองสอดส่องความเคลื่อนไหวปลายทาง
            "มีอะไรเหรอยูคาริ?" ยูยูโกะพักการกินมองหน้าเพื่อนสาว
            "อืม... มีเรื่องที่ผิดจากที่ฉันคาดไว้อีกเรื่องแฮะ นอกจากเรย์มุกับมาริสะแล้วยังมีอีกคนหนึ่งที่ออกมาวิ่งเต้นเพื่อจัดการกับเรื่องฤดูใบไม้ผลิที่หายไปด้วยล่ะ แขกไม่ได้รับเชิญคนที่สามที่กำลังมาอีกทางหนึ่ง..."
            "ใครเหรอ?"
            "ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกนะ แต่ก็รู้มาผ่านๆว่าเธอเป็นคนที่ใช้มีดสั้นมีดบินได้เก่งมาก"

            ยูคาริยิ้มมุมปากขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่ามีอะไรน่าสนุกเพิ่มมากขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่อง
            "ทาสผู้ซื่อสัตย์ของเรมีเลีย สกาเล็ต... หัวหน้าสาวใช้แห่งคฤหาสน์สีเลือด"


            ....................................................


            ความหนาวเย็นที่กินเวลานานกว่าปกติทำให้โยว์ไคบางกลุ่มเริ่มบ้าคลั่ง ทั้งอากาศที่กัดกร่อนความรู้สึก ความเย็นที่สะท้านทั่วผิวหนัง ผืนดินที่เต็มไปด้วยหิมะ สัตว์จำศีล อาหารที่ขาดแคลน ฯลฯ
            ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นบ่อเกิดของความเครียดและความอดอยากจนทำให้โยว์ไคบางกลุ่มเริ่มออกทำร้ายผู้ที่อยู่ใกล้เคียง รวมไปถึงคนที่เดินทางสัญจรผ่านพื้นที่นั้นๆ

            หญิงสาววัยรุ่น รุ่นราวคราวเดียวกับเรย์มุและมาริสะแต่มีส่วนสูงที่มากกว่าเล็กน้อยคือผู้ที่ผ่านมายังดินแดนบ้าคลั่งนี้
            เธอ... หญิงสาวผมสั้นสีฟ้าไว้เปียข้างหน้าสองข้าง นัยน์ตาสีนิล มาในชุดเมดสีเงินทั้งเสื้อและกระโปรง ทับด้วยผ้าคลุมสีขาวสะอาด คาดศีรษะด้วยผ้าคาดผมสีขาว ที่คอมีผ้าผันคอกันหนาวผืนใหญ่ มือเอวข้างซ้ายห้อยมัดไว้โซ่ที่ปลายเป็นนาฬิกาพกเรือนสีเงินขนาดเล็ก
            ดูไปแล้วก็เหมือนคนใช้ทั่วๆไป แต่เธอต่างออกไปตรงที่มือทั้งสองข้างได้ถือมีดสั้นเปรอะเลือดเอาไว้...

            เธอคนนี้ตั้งใจว่าจะเดินทางออกดูว่าใครทำให้ฤดูใบไม้ผลิหายไป อันทำให้คฤหาสน์มารแดงลำบากหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเสบียงที่จะออกไปซื้อก็ลำบากยากเย็น ที่สุดแล้วก็จำเป็นต้องออกมาจัดการต้นตอด้วยตัวเองเพื่อทำให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม ซึ่งเธอค่อนข้างมั่นใจว่ามีตัวการแน่นอน เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ปั่นป่วนผิดปกติทางธรรมชาติแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นมีหมอกสีแดงตกปกคลุมทั่วทั้งเกนโซเคียว โดยที่ต้นเหตุก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้านายของเธอนั่นเอง
            อย่างไรก็ดีเพียงแค่บินออกมาได้ไม่นานเธอคนนี้ก็เจอโยว์ไคคลั่งรุมเข้ามาเล่นงานแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

            ทว่า... การเข้าปะทะเพียงหนเดียวส่งผลให้โยว์ไคร่างใหญ่หน้าตาน่ากลัวล้มไปนอนดิ้นเลือดอาบที่พื้นได้อย่างง่ายดาย มันรวดเร็วเสียจนมองแทบไม่ทัน
            ซึ่งเมื่อเห็นว่าตัวลูกพี่ถูกโค่นไปแล้ว ลูกน้องก็พลันแตกกระจายไปคนละทิศละทาง ผู้ถูกล่าเก่งกาจจนทำให้ผู้ล่าถอยหนีไปอย่างน่าสมเพศ

            แต่ดูเหมือนว่าเธอผู้นี้ไม่ปล่อยให้ศัตรูที่เคยหมายปองชีวิตตนเองต้องรอดไปได้แม้เพียงชีวิตเดียว...

            ความเร็วในการเคลื่อนที่ที่สูงจนเหมือนจะหยุดเวลาได้นั้นทำให้เธอเข้าประชิดศัตรูเป้าหมายได้เพียงแค่กระพริบตา...
            จากผู้ถูกล่าพลิกกลับมาเป็นผู้ล่า และจากผู้ล่าก็กลายเป็นเหยื่อแทน...

            หลังจากนั้นไม่กี่นาทีให้หลัง ที่พื้นหิมะเบื้องล่างก็พลันแดงเถือกเป็นวงกว้างด้วยรอยเลือดจากกองซากศพไร้วิญญาณของเหล่าโยว์ไคคลั่ง...
            เป็นการสังหารหมู่ที่รวดเร็วและเงียบสงบชนิดที่ว่าแทบไม่มีการโต้ตอบ เสมือนว่าเป็นการเล่นงานแต่เพียงฝ่ายเดียว ความเหนือชั้นที่แตกต่างนี้เห็นได้ชัดเจนที่ผ้ากันเปื้อนขาวสะอาดของเธอที่ไม่ได้โดนหยดเลือดของโยว์ไคกระเซ็นมาสัมผัสแม้แต่หยดเดียว...

            มือมีดสาวสบัดมีดสลัดคราบเลือดออกก่อนที่จะเก็บมันไว้ในซองมีดที่ต้นขา จากนั้นก็ออกบินไปด้วยสายตาที่เย็นชาโดยไม่มีคำพูดคำจาใดๆหลุดออกมาเหมือนกับการกระทำนี้คือเรื่องปกติ

            เธอคนนั้นหัวหน้าสาวใช้แห่งคฤหาสน์มารแดง หรือที่คุ้นปากกันในชื่อว่าคฤหาสน์สีเลือด...
            อิซาโยอิ ซาคุยะ...

---------------------------------------------------

Edit by K.W.E. - 19 มี.ค.50 เวลา 17:49:40 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 30 พ.ย.49 เวลา 02:22:34 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

G.M [gear master]
(กระแป๋งแมน)

อนิเมเตอร์มือสมัครเล่น

ข้าพเจ้าคนนึงล่ะ ที่ชอบ !! ตอนนี้กำลังบ้า 3 สาวนั่นเต็มที่เลย


เกือบลืมไปเลยแฮะ ว่ามีซาคุยะให้เล่นในภาค 7 ด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 30 พ.ย.49 เวลา 02:38:21 น.

Raven of Steel
หน่วยสืบข้อมูลอิสระ

ตอนนี้เงียบๆ นะ
แต่สุดท้าย ก็ลงเอยด้วยดี
ว่าแต่ตอนหน้าจะลุยกับ ปริซึมริวอล เลยรึป่าวล่ะครับ?
ความจริงก็ชอบนะ 3 คน นั้นน่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 30 พ.ย.49 เวลา 12:09:55 น.

พ่อฉิมพลี
(ฉิม)

วัตถุเรื้อนลาก

ข้าพเจ้า คือสาวโทโฮผู้บ้าครั่งคนหนึ่ง ..........

ไม่ว่าท่านจะเอาอะไรก็ตามที่เป็นโทโฮ........มาประเคนให้

กระผมก็จะขออ้าแขนรับด้วยความ หื่นกระหาย....เอ๊ยยย เต็มใจครับ

ปล.... นี้สินะจุดเริ่มต้นของรักแรกพบ มาริสะ+อลิส
แต่ก็เพิ่มรู้นะ ว่าอลิสกับเรย์มุเป็นคู่ปรับ .......
แต่ก็ดูเหมือนว่า อลิสจะมีใจให้เรย์มุนิดๆนะ....


........อาอยากอ่าน ฟิค รักสามเศร้าของสามคนนี้จัง ^^

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 30 พ.ย.49 เวลา 19:46:01 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

อืม... พูดถึงคู่ปรับ ก็ไม่เชิงอย่างงั้นเสียทีเดียวหรอกครับ ก็มีใส่ไข่เพิ่มไปสักนิดให้ได้อารมณ์นิยาย
แต่สำหรับอลิซแล้วก็มีแววความเป็นคู่ปรับอยู่ไม่น้อยนะ ก็เล่นเจอตั้งแต่ภาค 5 7 8 เลยนิ รักกันมาก

อันที่จริงก็เห็นโดจินหลายเซอร์เคิ่ลก็ชอบวาดให้อลิซสองใจเหมือนกันนะชอบทั้งเรย์มุ ทั้งมาริสะ
ท่าทางจะชอบคนที่ปกป้องตัวเองได้ยังไงไม่รู้ grin

ปล. ตกลงแล้วคงได้ใส่บทสามสาวนักดนตรีจริงๆนั่นล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 30 พ.ย.49 เวลา 20:55:08 น.

bekung
BONESแฟนคลับ

ฉากเปิดตัวซาคุยะ เท่ห์แฮะ
ปริซึมริเวอร์!!! ภาค 7 มาเฝ้าประตูรึเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 01 ธ.ค.49 เวลา 00:44:14 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ