Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

เรื่องระบายสะเทือนใจ หมาบ้านผมตาย

จริงๆก็เขียนเรื่องนี้ไว้ในบล็อก แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าจะลงที่นี่ดีมั้ย แต่ผมอยากจะลงให้อ่านกัน
ลงหมวดฟิคชั่นคงไม่ว่ากันนะครับ

บ้านผมเลี้ยงหมาอยู่ตัวนึง เป็นพุดเดิ้ลสีดำ พันธุ์เล็ก เลี้ยงมาตั้งแต่ตอนมันเกิดได้ไม่กี่เดือน เจ้าของที่ซื้อมาเลี้ยงทิ้งๆขว้างๆอาผมก็เลยขอมาเลี้ยง

ยังจำได้เลยว่าตอนเอามันมาครั้งแรก ผมยังเด็กขนาดที่กลัวลูกหมาจะกัด อายุมันรวมๆก็น่าจะ 9 ปี ได้แล้ว พูดตามตรงก็จำไม่ได้หรอก คิดว่าน่าจะมากกว่านั้นซักสองสามปี

ช่วงหน้าหนาวปีนี้อากาศเปลี่ยน มันเป็นหวัด หลอดลมเสีย ไอทั้งวัน จนย่าพาไปหาหมอที่คลีนิคเมื่อวานนี้ตอนเย็น
ฉีดยาแก้อักเสบ ยาละลายเสลด ให้กินยาบำรุงกับยาแก้หวัดอีกหน่อย(เท่าที่ฟังมาจากย่ากับลุง ที่อุ้มมันไปหาหมอ)
กลับมามันก็ทำท่าหอบ เหมือนหายใจลำบาก แล้วซักพักก็เหมือนทั้งตัวไม่มีแรง ลุงก็เลยอุ้มมันขึ้นไปนอน

แล้วซักพัก ลุงก็ลงมาบอกว่า หมาตาย
ผมรีบวิ่งขึ้นไป เห็นมันนอนตัวอ่อนอยู่หน้าห้องน้ำ ย่านั่งมองมันอยู่ ผมเอามืออังจมูก มันไม่หายใจ ผมอุ้มมันขึ้นไหล่ มันตัวกระตุกเป็นระยะๆ ผมนั่งซ้อนท้ายลุงไปโรงพยาบาล มันยังตัวกระตุกอยู่ช่วงนึง แต่ไม่รู้สึกเลยว่าหัวใจเต้น

ไปถึงโรงพยาบาล ผมเอามันนอนบนเตียง มันนอนแน่นิ่ง แต่ยังลืมตา หมอเอาหูฟังมาตรวจ แล้วก็บอกว่า เค้าตายแล้ว
ผมถามหมอ ไม่มีเครื่องปั๊มหัวใจ หรืออะไรมั่งเหรอ ผมคิดถึงอะไรก็ได้ที่ยังพอจะเสี่ยงได้ แต่หมอบอกว่า หัวใจหยุดเต้นซักหนึ่งนาที ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

ผมโทรไปหาอาผม อาผมตกใจ แล้วก็วางสายไปร้องไห้ โทรไปโทรมาคุยกันอยู่ซักพัก คุยกับหมอ คุยกับผม
หมอบอกว่า มันน่าจะตายเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน มันอายุมากแล้วแถมยังเคยไปตรวจเจอว่าหัวใจโต หลอดลมตีบ เมื่อปีก่อน อากาศตอนนี้ไม่ค่อยดี แล้วพอกินยาละลายเสลดแล้วหายใจไม่สะดวกก็เลยหัวใจวาย
แต่หมอก็บอกว่ามีข้อมูลแค่นี้ เค้าก็ชันสูตรไม่ได้ เค้าแนะนำให้ส่งชันสูตรที่จุฬา ผมก็อยาก แต่อาผมไม่เอา ก็เลยเอาใส่ถุงดำ แล้วขนมันกลับมาบ้าน

ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนไม่เศร้า แต่ก็โมโหที่มันตาย โมโหมากเพราะไม่รู้ว่ามันตายได้ยังไง โมโหทุกคนที่ทำอะไรไม่ได้รอบคอบเลย ตั้งแต่ลุงที่ยืดเยื้อชักช้าไม่รีบหาเวลาพามันไปรักษาหวัดให้เร็วกว่านี้ ย่าที่บอกให้ลุงพามันไปที่คลีนิคใกล้ๆแทนที่จะเป็นโรงพยาบาล แถมยังไม่ยอมไปกับผมแต่แรก ตอนที่ผมบอกว่าถ้ายังไงก็ไปกับผมสองคนสิ อาผมก็อีกคนที่ไม่ได้เอามันไปดูแลที่คอนโดที่ย้ายไปอยู่ จะได้พามันไปหาหมอเอง แล้วก็หมอคลีนิคที่ไม่รู้ว่าฉีดยาแรงไปรึเปล่า แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะใครกันแน่ ไม่รู้จะเอาความแค้นไปลงกับใครดี

สุดท้ายถึงบ้าน ก็เอามันทั้งถุงนั่นแหละ ไปวางบนเตียงของมัน(หมอแนะนำว่าถ้าจะเก็บรักษา ให้ใส่ถุงให้มิดชิด จะได้ไม่เน่าเร็ว) แล้วตอนแรกก็ทิ้งไว้ข้างล่าง
ซักพักผมขอย่า ว่าจะเอามันไปนอนข้างบน ข้างเตียงย่าที่มันเคยนอน แล้วผมก็ขอนอนห้องย่าด้วย

รุ่งเช้าตื่นมา ก็เอามันไปฝัง แถวบ้านผมมีบ่อปลา ตรงนั้นมีดิน ขุดได้ ก็ขุดลงไป แล้วเอาเตียงมันวางลงไป เทมันออกมาจากถุงให้นอนบนนั้น เอาผ้าห่มมันคลุมปิด แล้วกลบ

ไปทำบุญ ซื้อหมูบด หมูปิ้ง ไก่ย่าง กับข้าวถุงนึงถวายพระ
กรวดน้ำ แล้วเอาขนมปังกรอบไปวางบนหลุมมัน เอาน้ำที่กรวดไปเทราดหลุม แล้วกลับบ้านกินข้าว

แล้วก็มาโรงเรียน เขียนบล็อก ลงกระทู้นี้ และคิดว่า คงทำใจได้ว่าจากนี้ชีวิตจะไม่มีมันอีกแล้ว


เรื่องที่เสียดายที่สุดตอนที่มันตาย คือตามันไม่หลับ

เรื่องที่ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ยังโชคดี คือผมได้ขุดหลุมให้มัน และได้กลบมันเอง
โชคดีกว่าอาผม ที่อุตส่าห์บอกลุงว่าให้รอเค้าด้วยแต่ลุงลืม ผมเสียดายแทนอาผมจริงๆที่บึ่งรถมาแต่เช้า แต่ไม่ทันมาดูใจมันเมื่อคืน และไม่ทันมาเห็นศพมันก่อนที่จะเอาไปฝัง
อาผมได้แต่ร้องไห้อยู่หน้าดินที่ว่างเปล่า
ถ้าผมทำได้ ก็คงขุดดินขึ้นมา ให้อาผมได้กลบมันอีกครั้งพร้อมกันไปแล้ว

เรื่องที่รู้สึกดีที่สุด คือผมได้รู้ว่า ผมไม่ได้เลือดเย็นอย่างที่คิด
ตอนที่มันตายผมไม่ได้ร้องไห้ ผมไม่รู้สึกเสียใจ แถมยังคิดอะไรๆตามปกติ คิดว่าจะมาเขียนบล็อกด้วย รู้สึกทำใจได้ที่มันตาย รู้สึกว่าที่มันตายผมก็เฉยๆ
แต่ตอนที่ผมยกเตียงมันขึ้นไปบอกย่าว่า
"วันนี้วันสุดท้ายแล้ว อยากให้มันนอนกับพวกเรา แล้วผมขอนอนด้วย มันจะได้นอนกับพวกเราทุกคน
ถ้าวิญญาณมีจริง คืนนี้มันคงยังอยู่ในนี้"
ผมร้องไห้ อยู่ก็ร้องไห้ และตอนที่พิมพ์ในวงเล็บนี้ ผมก็ร้องไห้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ผมก็พิมพ์มาได้ปกตินะ
ก็ไม่เข้าใจว่าประโยคนี้ มันน่าเศร้ากว่าที่มันตายตรงไหน
และคืนนั้น มันก็ยังได้นอนข้างเตียง เหมือนที่มันเคยนอน

เรื่องที่ยังติดค้าง คือไม่รู้ว่ามันไปดีมั้ย
และอยากให้อาผม ได้เห็นมันอีกซักครั้ง

แต่ผมก็ทำใจได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเลือดเย็นพอดู แต่ก็...ยังไม่เกินไป
รู้สึกว่าชีวิตเบาบางเหลือเกิน ยังเห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ เมื่อวันสองวันก่อนมันยังวิ่งระริกระรี้ ยังลูบหัวมัน ยังได้อุ้มมันอยู่เลย

แต่ก็จะไม่เสียใจ
คนที่ตาย ยังไงก็ต้องตาย
ส่วนคนที่อยู่ ก็ต้องอยู่ต่อไป
สิ่งที่ชีวิตต้องการ คือดิ้นรนสืบทอดตัวตนของตัวเองให้นานที่สุด เพราะฉะนั้น
ตัวตนของมันจะยังอยู่กับคนในบ้านผม จนกว่าทุกคนจะลืม หรือจะตาย


ป.ล.ใครที่อ่านจบแล้ว ขออย่างว่า อย่านั่งเดาเลยว่ามันตายเพราะอะไร
ผมก็อยากรู้ แต่ผมไม่อยากให้ใครมานั่งเดาให้ได้ยิน

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 09:51:35 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 15 จากทั้งหมด 15 Reply

xelloss
ปีศาจชุดขาว

ไม่น่าแปลกมั้ง ' ' สุนัขที่ผมรักมากตัวนึง ตอนมันตาย ผมก็ไม่เศร้าเท่าที่ควร แต่ส่วนนึงคงเป็นเพราะย้ายบ้านมาแล้วตัวนั้นยังไว้ที่บ้านเก่าซึ่งเป็นที่ทำงานของพ่อกับแม่

อาจเป็นเพราะเราโตแล้วก็ได้ เลยไม่ฟูมฟายมากมายนัก อาจจะต้องเป็นคนที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก คลุกคลีกับมันบ่อยที่สุดถึงจะเสียใจร้องไห้ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 10:13:41 น.

Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

แรกสุดคือ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

ผมเองก็มีประสบการณ์คล้ายๆ กัน ที่บ้านเคยเลี้ยงพุดเดิ้ล มันติดพี่ผมมากเพราะเป็นคนดูแลมันมาตลอด จนวันนึงพี่ไม่อยู่บ้าน คนที่บ้านเผลอ มันก็วิ่งออกนอกประตูบ้านไปที่ถนน เพราะเห็นคนใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกับพี่

ตอนนั้นผมย้ายมาอยู่คอนโด ก็ได้รู้เรื่องแค่ทางโทรศัพท์ บอกว่ามันถูกรถชน แต่ท่าทางภายนอกไม่เป็นอะไร แม่ผมไม่วางใจ เลยบอกให้พามันไปดูอาการที่คลีนิคก่อนสองสามวัน

สองวันต่อมา มันตายที่คลีนิค สันนิษฐานว่าเลือดออกภายใน

ผมไม่มีโอกาสเห็นศพมันด้วยซ้ำ พอกลับไปถึงบ้านปู่ เขาก็จัดการเรื่องศพมันเรียบร้อยแล้ว ผมอึ้งไปพักนึงตอนรู้ว่ามันตาย ตลอดเวลาก็ไม่ร้องไห้เลย แต่พอได้ไปนั่งในห้องนั่งเล่นคนเดียว มองไปที่มุมที่มันเคยนอนอยู่ น้ำตาก็ไหลออกมาเสียดื้อๆ แล้วผมก็ร้องไห้อยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครเห็นนั่นล่ะ

ทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าถ้ามันอายุยืนกว่านี้ก็คงดี (มันยังอายุแค่สามสี่ปีได้เอง) ครั้งนึงเคยฝันว่าเจอมันอีก พ่อแม่ผมพามันกลับมา บอกว่าหมอโกหก จริงๆ แล้วมันยังไม่ตายแต่ถูกเขาเอาไปขาย ผมก็เล่นกับมันอยู่ครู่นึงเกิดนึกขึ้นได้ว่ามันตายไปแล้ว ก็เลยหันไปถามพ่อกับแม่ว่าจริงเหรอ พ่อกับแม่ผมก็ยิ้มเศร้ามากๆ คิดว่าที่ฝันคงเป็นเพราะผมไม่ทันเห็นศพมัน ลึกๆ เลยไม่อยากยอมรับว่ามันตายไปแล้ว

เห็นด้วยกับคุณไทน่าล่ะครับ ชีวิตมีตายเป็นเรื่องแน่นอน แต่จะเมื่อไรก็ยังไม่แน่นอน ทว่าที่สำคัญคือตัวตนของผู้ที่ตายไปแล้วจะยังอยู่ในใจของคนที่รู้จักนั่นล่ะ

แต่ผมว่าการเลือดเย็น ไม่ได้หมายความว่าการไม่ได้หลั่งน้ำตาแสดงความเสียใจหรอกนะครับ ผมว่าเป็นการแสดงถึงการทำใจได้มากกว่า การสูญเสียใครหรืออะไรบางอย่างไปแล้วร้องไห้ฟูมฟายจนลืมความสุขในชีวิตตัวเองนี่ก็ไม่ดีพอกับไม่รู้สึกรู้สมอะไรหรอก ผมว่าคุณไทน่าแคร์หมาตัวนี้ และก็ได้ทำสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดเพื่อมันแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 10:46:24 น.

freebreath
Member

เสียใจด้วยนะครับ บ้านผมก็เลี้ยงหมาเหมือนกัน
ไม่อยากจะนึกถึงวันที่หมาตัวเองจะตายเลย ถึงรู้ว่าวันนึงมันจะต้องตายก็เถอะ
แต่ว่าการที่เราไม่จมอยู่กับความเสียใจ...และสามารถทำใจได้น่าจะดีกว่าะัครับเพราะอย่างน้อยผมเชื่อว่าสุนัขของ
คุณคงไม่ได้อยากให้เจ้าของมานั่งเสียใจกับการตายของมันนาน..หรอกครับ

การไม่ร้องไห้ฟูมฟายให้กับการสูญเสียไม่ได้หมายความว่าคุณเลือดเย็นนะครับ เพราไม่งั้นคุณคงไม่มานั่งเสียเวลาพิพม์เรื่องราวของสุนัขตัวนั้นอย่างนี้ีหรอก.......



ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 12:01:34 น.

half-crazy
(Arvennaz)

artisan

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

เมื่อก่อนเลี้ยงหมาตัว 2 ตัว เป็นพันธุ์ทาง
ตัวแรกตายเพราะถูกชาวบ้านที่เกลียดมันมาวางยา
อีกตัวเพราะเป็นกระเพาะอักเสบ
ตอนนี้ที่บ้านไม่เลี้ยงอะไรแล้ว
เพราะรู้ว่าเราเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้มันตาย
เราไม่มีเวลาดูแลมันอย่างเต็มที่
ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเสียใจ ที่ปล่อยให้มันออกไปวิ่งเล่นข้างนอก
เสียใจที่ไม่ได้อยู่กับมันตอนที่มันสิ้นใจ
แต่เรารู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดคือแม่เรานะ แต่ท่านเก็บความรู้สึกเอาไว้
มันไปดีแล้วค่ะ
อาจจะวิ่งเล่นอยู่ที่ไหนซักแห่ง ในอีกโลกนึง

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 12:47:46 น.

ม่อน
มารหมวกแดง

เสียใจด้วยนะ
หมาที่บ้านเราก็ตายไปหลายตัวแล้ว (แก่ตายนะ ไม่ใช่เลี้ยงไม่ดีจนตาย)
พูดตรงๆว่า ตอนที่มันตาย เราไม่ได้เสียใจเท่าไหร่
เรากลับรู้สึกสงสารมัน ตอนก่อนจะตายมากกว่า
เคยเลี้ยงหมาไทย ตัวค่อนข้างใหญ่ ก่อนจะตาย ขามันไม่มีแรงเลย มันเดินไปไหนแทบไม่ได้ ตาก็มองไม่เห็น กิน-อึอยู่ตรงนั้น ต้องคอยขยับตัวมันไปที่อื่น แล้วฉีดล้าง เป็นช่วงที่น่าสงสารที่สุด
พุดเดิ้ลตัวเล็กที่เลี้ยงอยู๋ด้วยกัน พอตัวใหญ่ตาย มันก็ซึมๆ ไม่กินข้าวไปหลายวัน ถัดมา 2-3ปี มันก็แก่ตายตามไป แต่ก่อนตาย ไม่มีอาการอะไรเลย ซึมๆ ไม่กินข้าว แล้วก็ตายไป

ว่าแต่ ทำไมถึงคิดว่าตัวเองเลือดเย็นล่ะ?

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 12:53:57 น.

Zidaผู้บ้าการ์ตูน
คนคลั่งการ์ตูนอย่างหนัก

ทุกอย่างมันมี เกิดมี แก่ มีเจ็บมีตาย
ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ
แต่ผมว่ามันก็มีเรื่องที่ดีๆอยู่นะครับ "เสียใจเพราะหมมาตาย.....ดีกว่าไม่เสียใจที่หมาตาย เพราะถ้าคุณท่านเสียใจ คือคุณท่านรักมัน มันคงจะดีใจนะครับ ที่มีคนสนใจมันขนาดนี้ มันไม่ได้ตายเหมือนเพื่อนๆมันอีกหลายตัวที่ต้องตายอย่างอนาถไร้คนสนใจที่ข้างถนน...."

เราเองก็ทำดีที่สุดแล้วรึยังล่ะ ถ้าทำแล้วก็ไม่ควรจะเสียใจมากนักนะครับ ถ้าทำดีกับมันแล้ว ก็อย่าเสียใจเลย
สงสัยว่าจะเสียใจ จนหมาเป็นห่วง เลยนอนตายตาไม่หลับ....สงสัยมันห่วงความรู้สึกเจ้าของมันมั๊ง
ก็เล่นเป็นห่วงเค้าซะขนาดนั้นอะ....แล้วใครจะกล้าไปไหนล่ะ ก็เจ้านายมัวแต่มานั่งโทษตัวเองอยู่เนี่ย
ผมพูดถูกไม๊เนี่ย?

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 13:26:43 น.

mako
ปลาหมึกผู้น่ารัก

ความคิดคำนึงถึงตอนที่มันมีชีวิตอยู่หรือหวังว่าวิญญาณของมันยังอยู่มันคงเศร้ากว่าความตายน่ะนะ

ขอแสดงความเสียใจด้วย

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 16:19:17 น.

Feirith
ตัวขี้เกียจ

คนที่เลือดเย็นนั้นคือคนที่ไม่หลั่งน้ำตาเท่านั้นหรอกหรือ?

แล้วคนที่รู้สึกโกรธเมื่อสูญเสียคนที่รักนั้นล่ะ เป็นคนเลือดเย็นหรือเปล่า?

ความรู้สึกที่เรามีได้ต่อชีวิตที่สูญเสียไปนั้นคือความโศกเศร้าเสียใจเช่นนั้นหรือ?

หรือว่าเรากระทำได้เพียงการหลั่งน้ำตาให้กับคนที่จากเราไปได้เท่านั้น?

บางทีการแสดงความรู้สึกต่อชีวิตที่สูญเสียเป็นความโมโหโกรธาต่อผู้คน ต่อผู้คนที่กระทำผิดพลาก ต่อผู้คนที่ดูดาย ต่อความเป็นไปได้ที่มันไม่มีมา ต่อฟ้าดินที่ไม่เป็นใจ เป็นความโมโหโกรธาเนื่องจากตัวเราไม่ยอมรับต่อการจากไปนั้น

เฉกเช่นกับในหนังจีนที่เหล่าจอมยุทธประกาศอาฆาตแก้แค้นสิบปีไม่สาย

เหล่านั้นเหล่าจอมยุทธเลือดเย็นเช่นนั้นหรือเปล่า

คนที่มีเลือดเนื้อมีความรู้สึกเช่นนั้นเป็นคนเลือดเย็นเช่นนั้นหรือ?

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 19:09:25 น.

Mahoro
Maid

เข้าใจดีเหมือนกันค่ะ เพราะปีก่อนหมาที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กตายเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านั้นก็เคยตายยกคอกด้วย(7 ตัวงะ พ่อแม่ลูกเลย) ชุดแรกก็ฝั่งเอาไว้ที่บ้านเหมือนกัน ส่วนอีกตัวที่ตายปีที่แล้วก็เผาให้แล้วก็ไปลอยอังคารด้วยละคะ

ทำใจค่ะ ยังไงก็ขอให้ทำใจได้เร็วๆ นะ

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 21:00:18 น.

Polkien
กระต่ายรัตติกาล

*/กอดดดดดดดดดดดดด

คนเลือดเย็น คือคนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยต่างหาก

โปะกี๊เองไม่เคยเลี้ยงหมา...เคยเลี้ยงแต่ปลากัดตอนเรียนวิทย์ป.5.....

แล้วตัวเมียมันโดดออกมาตายนอกโหล

ร้องไห้ทั้งวันเลย="=(ขี้แย)

แต่ตอนที่เพื่อนคนแรกของโปะกี๊เสียไป โปะกี๊ไม่ได้ร้องไห้เลย

เสียใจมั้ย ก็ใช่ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าอยากจะร้องไห้

ตอนที่เผา ได้ยินเสียงในเตา มันทรมานมากๆ............แต่ก็ไม่รู้สึกอะไรมากกว่านั้น

แค่รู้สึกว่า "เพื่อนเราอยู่ในนั้นนะ ......ที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันสมัยเด็กๆ.....ที่เคยมาทำท่าแปลกๆหน้าบ้านยาย เพื่อจะชวนเราออกไปเล่นด้วย......ตอนที่นั่งทำการบ้านด้วยกัน.....ตอนที่วิ่งเล่นกันตรงโบสถ์....ตอนที่เคยทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...ตอนที่ไปหาที่บ้านทุกเสาร์..ตอนที่ไปหาไม่ได้เพราะเอาคอมไปซ่อม....จากนั้น ก็รู้ว่าเพื่อนป่วย............."

อื้ออ เข้าใจความรู้สึกเวลาที่สูญเสียนะ

แต่ไม่ขออ้างว่าเข้าใจไทน่าหรอกนะ







ยังไงก็ เสียใจด้วยนะ

หลับตาได้แล้วล่ะ เจ้าหมาน้อย

Ps. น้ำตาแอบซึม=w=""

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 22:28:48 น.

Ryuo WiZ@rD
สาวกลัทธิเกย์ลิซึ่ม บริโภคแต่วิตามิน Y

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะไทน่า
ความตายมันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดไหนก็ต้องเจอจริงๆนั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 21 พ.ย.49 เวลา 23:20:19 น.

Horus
อาจารย์ฝึกหัดวิชาสุขศึกษา

เสียใจด้วยนะครับ
ผมคิดว่า ที่เขาตายตอนแรกแล้วเรารู้สึกเฉยๆ เป็นเพราะเราได้ทำทุกอย่างจนไม่มีอะไรติดค้างกับเขาแล้วมากกว่าการจะคิดว่าเราเป็นคนใจหิน และน้ำตาที่ไหลออกมาในตอนสุดท้ายของคุณ มันเกิดจากความผูกพันครับ

ผมเคยเจอประสบการแบบนี้ 3 ครั้ง

ผมเลี้ยงหมาที่บ้าน 5 ตัว มี 3 ตัวที่ตายไปแล้ว
เพราะถูกงูเห่ากัด
มี 2 ตัวตายโดยไม่ได้รักษา เพราะโดนกัดแล้วเขาหนีไปนอนเลียแผลที่อื่น กว่าจะไปพบเขาก็ตายเสียแล้ว
อีกตัวนึง เขาถูกพาไปส่งรพ. ฉีดเซรั่มทัน 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายก็พาไปถึงรพ.ทัน แต่เขาไม่รับเซรั่มเสียแล้วครับ
ตอนเขาตายผมก็ไม่ร้องไห้ มันอึ้งๆ ไม่นึกว่าจะจากเราไปเร็วขนาดนี้
แต่ผมน้ำตาซึมทุกๆครั้งที่นึกถึงเวลาที่ผมกลับบ้าน พวกเขาวิ่งเข้ามาหาผมแล้วกระโจนขึ้นเกาะอกมาเลียหน้าเลียตาจนหัวหูเปียกไปหมด
มันคือความผูกพันครับ
พวกเขาเสียไป 3 ปีแล้ว แต่ตอนผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ผมก็ยังน้ำตาซึมอยู่เลย [edit]ไม่ซึมแล้วครับ ตอนนี้ไหลเหมือนเขื่อนทะลักแล้ว หึๆๆ แฟนทิ้งยังไม่ไหลเท่านี้เลยครับ

ดีใจเถอะครับที่เราร้องไห้ เพราะนั่นแสดงว่าเขาจะยังอยู่กับเราต่อไปจนกว่าเรานี่แหละที่จะตายเอง smile


Edit by Horus - 22 พ.ย.49 เวลา 10:02:13 น.

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 22 พ.ย.49 เวลา 09:56:24 น.

Tabasco
Member

เสียใจด้วยคะ

เราเองก็เลี้ยงหมา มันเพิ่งตายไปเมื่อปีก่อนเพราะโรคตับ ตายอย่างทรมาณ ตัวเราไม่ได้อยู่บ้าน ไม่รู้เรื่องอะไร แต่แม่และพ่อที่รักมันมากๆต้องเฝ้ามันที่นอนร้องทั้งคืน เลือดออก
มันจากไป แล้วน้องก็โทรมาบอก..เราตั้งใจจะกลับบ้านแล้วแท้ๆ แต่เจอโทรศัพท์ว่า "น้องหมาไม่รอแล้วนะพี่"

จำได้ว่าจุกอก ร้องไห้แบบไม่เคยเป็นมาก่อน

แม่เล่าว่า พอพามันกลับมาจากคลีนิก พ่อก็ลูบหัวมัน แล้วบอกว่า

"กลับถึงบ้านเราแล้วนะลูก"


เสียใจที่เราไม่อยู่ตรงนั้น..ไม่คิดว่าจะไม่เจอมันอีก
.......

ไม่เอา แล้วเราจะพูดให้เศร้าทำไม การจากไปมันเศร้าอยู่แล้ว จำแต่เรื่องดีๆของมัน แล้วให้เวลารักษานะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 22 พ.ย.49 เวลา 21:25:06 น.

เหมียวน้อย
แมวเทพ

เอ่อ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แม่เราเอาลูกหมาที่หาดบางแสนมาเลี้ยงตัวนึง
แม่ของมันโดนรถทับตาย แล้วแม่ก็ตัดสินใจเอาหมามาเลี้ยง
แต่พ่อก็ไม่ยอม ตอนนี้ คนที่เลี้ยงหมา กลับเป็นพ่อของเรา
ส่วนแม่ก็หนีไปทำงานที่สุขุมวิทเช่นเคย
ส่วนกระผมเวลาว่าง ก็เล่นกับมันนะ ตอนนี้สิ่งที่กลัวที่สุดเลยคือ
การที่บ้านกระผมจน ดูแลไม่ดีแล้วมันก็ตายเนี่ยมันทำให้เรารู้สึกบาปมากเลย
หมาก็น่าเลี้ยงนะ แต่แค่กลัวเท่านั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 23 พ.ย.49 เวลา 13:01:35 น.

winsasa
Member

เสียใจด้วยนะครับ
ยังไงเราก็ดูแลมันมาที่สุดแล้วนะ ผมตอนที่เสียหมาพันธ์เชาเชา ไปก็เศร้ามากเหมือนกันเพิ่งซื้อมาเลี้ยงแต่โดนอากาศหนาวตายอยู่ในกรง มันยังเป็นลูกหมาอยู่เลย ไม่หายใจตัวแข็งทื่อ อ่ะตกใจมากกว่าเสียใจซะอีก ไม่น่ารีบตายเลย

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 25 พ.ย.49 เวลา 21:01:59 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 15 จากทั้งหมด 15 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ