Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ตอนที่ 9 คำสัญญาของเซบัส

ขอโทษครับที่มาช้าไปหน่อย...ขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่าน

ตอนที่ 9 คำสัญญาของเซบัส

บานประตูห้องทานอาหารถูกเปิดออก-พร้อมกับได้ยินเสียงฝีเท้าคนสองคนเดินเข้ามา

แบรี่ที่กำลังหยิบไอศกรีมถ้วยที่ 3 ของเขาออกจากตู้เย็นได้ยินเสียงแต่กลับจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงฝีเท้าของใคร-ยามที่มันตกกระทบพื้นกระดาน...จนเขาอดที่จะมองข้ามบาร์ไม้ที่กั้นห้องทั้งสองออกไปไม่ได้-ก่อนที่จะต้องทำหน้าตกใจ
โซฟีเน-เธอกำลังเดินจุงมือเซบัสก้าวเข้ามาในห้องครัวอย่างเรียบร้อย

...แม้เธออาจจะกระโดดโลดเต้นไปบางหรือรีบเดินจนเรียกว่าแทบจะวิ่งเลยก็ตาม...แต่นั่นก็ถือว่าเรียบร้อยแล้วสำหรับโซฟีเน่-ถ้าเทียบกับเธอเดี๋ยวบินพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าหรือดิ่งลงมาด้วยความเร็วที่สูงจนใครมองตามแทบไม่ทัน

“เอ๋...”

แบรี่ร้องอุทานออกไป...ก่อนพูดต่อไปอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองว่า

“...โซฟีเน่เองหรือ...”

“ค่ะ”

โซฟีเน่ตอบรับไปอย่างยิ้มแย้ม-คล้ายบอกให้แบรี่รู้ว่าเธอคือตัวจริงมิใช่ตัวปลอม

แบรี่กวาดตามองไปที่เซบัสที่ถูกโซฟีเนลากจูงเข้ามาในห้องถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อไปว่า

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...มิน่าล่ะวันนี้โซฟีเน่จึงสามารถเดินเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างเรียบร้อย”

“ทุกที่หนูก็เข้ามาอย่างเรียบร้อยนี่ค่ะ...ลุงแบรี่”

โซฟีเน่ส่งเสียงเถียงออกไปอย่างอายๆหน้าแดง...แบรี่ได้แต่คิดในใจว่า

“บินเข้ามาจาฝุ่นคลุ้งไปหมด-นี่น่ะเรียบร้อยของเธอ”

เพียงแต่แบรี่ไม่ได้พูดออกไปเท่านั้น...แต่เปลี่ยนเป็นถามกลับไปว่า

“แล้วที่นี่เธอต้องการอะไรอีกล่ะจ๊ะแม่สาวน้อย”

“ขออาหารสองชุดค่ะลุงแบรี่”

โซฟีเน่ตอบกลับมา

“พึ่งจะเอาไปไม่ใช่หรือ...”

แบรี่พูดพร้อมมองร่างมองโซฟีเน่ขึ้นๆลงก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...เอ-ไม่รู้เอาไปเก็บไว้ตรงไหนหมด...กินมากๆแล้วก็บินช้าลงหรอก”

...หมายความคือเดี๋ยวน้ำหนักขึ้นหรอก

โซฟีเน่รีบเถียงออกไปทันทีว่า

“พี่เจนนี่กับโดโรธีกินหมดต่างหาก...”

หยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...อาหารชุดเมื่อกี้นี้ลุงแบรี่ช่วยเปลี่ยนเป็นลงบัญชีโดโรธีสองส่วน...ส่วนพี่เจนนี่ส่วนหนึ่งด้วยน่ะค่ะ”

...เพราะตามปกติแบรี่ถ้าไม่ลงบัญชีเธอทั้งหมดก็ต้องหารสาม

...และโซฟีเน่ก็แน่ใจว่าคนที่กินส่วนของเธอไปคือโดโรธีแน่นอน

“ได้...ได้...”

แบรี่ตอบรับกลับมา...ก่อนที่จะยิ้มอย่างคนเป็นพ่อมองดูลูกสาวที่กำลังมีความรัก-แล้วพูดออกไปว่า

“...แล้วเธอมั่วทำอะไรอยู่ล่ะ-ถึงปล่อยให้โดโรธีแย่งกินจนหมด”

“ปะ...ปล่าว...”

โซฟีเน่ก้มหน้าที่แดงขึ้นเธอลงไปตอบปฏิเสธออกมา...และยังตอบปฏิเสธต่อไปอย่างอายๆ

“...เปล่านี่ค่ะ”

“ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า...”

แบรี่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ-เขาคล้ายรู้แล้วว่า “มันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเซบัส”...ก่อนจะถามต่อไปว่า

“...แล้วเราจะเอาอะไรล่ะ-โซฟีเน่”

“อะไรก็ได้ค่ะ...ขอแค่ให้อร่อยๆก็แล้วกัน”

โซฟีเน่ตอบกลับไปพร้อมๆทั้งพาเซบัสไปนั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่...แบรี่จึงตอบรับกลับมาว่า

“ของที่ลุงแบรี่ทำมีหรือ-จะไม่อร่อย...ไม่ใช่สไปโดเสียหน่อยนี่…”

...เป็นที่ทุกคนในเรือต่างทราบกันว่าอาหารที่สไปโดทำนั้นรสชาติเป็นไง

ก่อนที่แบรี่จะหันไปถามท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่กำลังนั่งกินอะไรอยู่ว่า

“แกยังกินไม่เสร็จอีกหรือตาเฒ่าหลี่...ดูโซฟีเน่จึงต้องเดินไปนั่งเสียตั้งไกล”

ท่านผู้เฒ่าหยุดกิน...ตอบกลับไปโดยที่ไม่ต้องมองว่า

“ไกลอะไรที่ไหน...แค่นี่แกก็เอื้อมมือถึง...”

...ใช่แล้วโซฟีเน่นั่งอยู่ที่โต๊ะที่อยู่ด้านข้างของบาร์ไม้ แม้จะไม่ตรงกัน...แต่ก็ห่างจากกันไม่มานัก เพียงแค่มือแบรี่เอื้อมถึงนั้น..มันก็เกินความจริงไปหน่อย

ก่อนที่จะท่านจะตอบต่อไปว่า

“...ฉันกำลังกินของหวานตบท้ายอยู่”

“ของหวานอะไรว่ะ”

แบรี่อดที่จะถามออกไปอย่างสงสัยไม่ได้-เพราะเขาไม่ได้ทำของหวานอะไรให้ตาเฒ่าหลี่นี่น่า...ยามเมื่อมองไปยังมือของตาเฒ่าหลี่แบรี่ถึงกับร้องอุทานออกมาว่า

“นั่นมันไอศกรีมน้ำผึ้งของฉันนี่”

“ใช่...”

ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ตอบมา...และตอบอย่างรอบรู้ต่อไปว่า

“....ถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวมันก็จะละลายเหมือนถ้วยแรก...เพระว่าแกมั่วแต่คุยอยู่ไงล่ะแบรี่”

“อย่าลืมจ่ายเงินค่าไอศกรีมด้วยล่ะ…”

แบรี่บ่นออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย-ก่อนจะหัวเราแล้วพูดต่อไปว่า

“...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ไม่ว่ามันจะละลายหรือไม่ละลาย-มันก็ยังเป็นไอศกรีมของฉัน...เมื่อแกกินมันไปก็ต้องจ่ายเงินด้วยน่ะตาเฒ่าหลี่”

ก่อนที่จะหันหลังกลับไปทำอาหารให้โซฟีเน่กับเซบัสอย่างสบายใจ...ส่วนท่านผู้เฒ่าได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาเท่านั้น

“เฮ้ย...!”

“คุณตาถอนหายใจทำมัยค่ะ”

โซฟีเน่ที่ได้ยินเสียงถอนหายใจของท่านผู้เฒ่าร้องถามออกไป...ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้จึงตอบออกมาว่า

“ฉันถอนหายได้ที่ตอนแรกนึกว่าจะได้ทานของฟรีนะซิ...เฮ้ย…”

ท่านผู้เฒ่าส่งเสียงถอนหายใจอีกครั้ง-ก่อนที่จะลุกขึ้นหมายเดินออกไป...ท่านเดินออกไปได้เล็กน้อยก็หันหน้ากลับมาถานโซฟีเน่ว่า

“โซฟีเน่-หนูมอบเครื่องรางให้กับเซบัสเขาแล้วหรือยังค่ะ”

“อุ้ย...”

โซฟีเน่ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ...เธอลืมมันไปเลย-เพราะมัวแต่ต่อล้อต่อเถียงอยู่กับโดโรธีภายในห้องจนลืมว่า “ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้” มอบมันให้กลับเซบัส...เธอจึงได้แต่ตอบไปว่า

“...ขอโทษค่ะ...หนูลืมไปเสียสนิทเลย”

โซฟีเน่พูดพร้อมทั้งหยิบมันออกมาจากกระเป๋าที่ขาซ้ายของเธอ-ก่อนลุกขึ้นอ้อมไปด้านหลังเซบัส ใช้สองมือจับสายของมันคล้องสวมคอของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก...”

ท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้พูดออกมาอย่างยิ้มๆ-ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...อยู่กับเธอก็เหมือนๆกันแหละ...เพราะยังไงโซฟีเน่ก็ไม่ยอมอยู่ห่างเซบัสอยู่แล้วนี่หน่าย”

คำพูดที่พูดของมาของท่านผู้เฒ่าทำเอาโซฟีเน่อายจนหน้าแดง-ต้องรีบก้มหน้าลงไปกลับมานั่งยังที่เดิม...ส่วนแบรี่ที่จัดอาหารเสร็จก็วางถาดอาหารทั้งสองลงบนบาร์ไม้พร้อมๆทั้งร้องถามออกไปว่า

“แกวางแผนอะไรอยู่แน่ตาเฒ่าหลี่...หา”

ท่านผู้เฒ่าหลี่ที่เดินออกไปเพียงตอบออกมาโดยที่ไม่หันกลับมาว่า

“ฉันไม่ได้วางแผนอะไรไว้หรอก...ไม่เชื่อไปถามฟ็อก์ซเอาซิ...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ก่อนที่จะพาศีรษะอันใหญ่โตท่าน-ที่ใหญ่โตกว่าบานประตูห้องทานอาหาร...เดินผ่านออกไปอย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก-ราวกับว่าศีรษะท่านคล้ายดั่งความรู้ที่ไม่มีสิ่งใดสามารถขว้างกั้นได้

...โดยเฉพาะความอยากรู้ของมนุษย์

แบรี่ได้แต่คิดในใจว่า

“ทั้งสองคนต้องมีแผนอะไรอยู่แน่นอนเลย”-เพียงแต่เขาไม่ได้พูดมันออกไปเท่านั้น...ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับโซฟีเน่ว่า

“อาหารได้แล้วจ๊ะโซฟีเน่”

“ขอบคุณค่ะลุงแบรี่”

โซฟีเน่จึงพูดพร้อมพุ่งบินไปรับถาดอาหารที่แบรี่จัดวางไว้ให้-ยามเมื่อเธอจะรับถาดอาหารไปก็พบใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มของแบรี่พร้อมกลับเสียงพูดที่ดังอย่างไม่พอใจของเขาออกมาว่า

“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วโซฟีเน่ว่าห้ามบินในห้องนี้...ระยะเพียงแค่เอื้อมมือถึงนี้-เธอเดินมาให้มันเรียบร้อยหน่อยไม่ได้หรือไงกัน”

“ขอโทษค่ะ”

โซฟีเน่ขอโทษกลับไปพร้อมๆกับพุ่งบินกลับไปยังโต๊ะของเธอและเซบัสอีกครั้ง...แบรี่ได้แต่ร้องตะโกนออกมาว่า

“โซฟีเน่...เฮ่ย...!”

ก่อนที่จะส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ-พร้อมทั้งหยิบไอศกรีมน้ำผึ้งของเขาออกมาอีกถ้วย
------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่แบรี่ทานไอศกรีมไปได้ 2-3 คำเท่านั้นโลอี้กับจาริโค้ก็ก้าวเข้ามาภายในห้องทานอาหาร...ทั้งสองไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่เดินไปหยิบถาดอาหารแล้วตักอาหารสำหรับคนงานทั่วไปที่โต๊ะตรงที่อยู่เลยบาร์ไม้ไปหน่อย ถึงทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไร...แต่แบรี่ก็รู้ดีว่า “เดี๋ยวพวกนี้ต้องก่อเรื่องขึ้นแน่” สิ่งที่แบรี่ทำคือรีบกินไอศกรีมถ้วยนี้ให้มันหมดเสียก่อน...ไม่ให้มันละลายหรือมีมือที่ไหนมาดอดเอาไปกินเสียก่อน

“ขอนั่งด้วยคนได้มัยครับ”

โลอี้ส่งเสียงถามออกมา...ในขณะที่แบรี่คิดในใจว่า “นั่นไงว่าแล้วเชียว”

“ได้...ได้-ค่ะท่านเจ้าเมือง”

โซฟีเน่ตอบออกไปอย่างประหม่าเล็กน้อย...เพราะคนที่อยู่เบื้องหน้าเธอในเวลานี้เคยเป็นถึงเจ้าเมืองเมเซร่าที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองของดินแดนทะเลทรายแห่งนี้เชียว

“เรียกผมว่าโลอี้ก็ได้...”

โลอี้พูดเล็กน้อย-ก่อนพูดออกมาอย่างสนิทสนมต่อไปว่า

“...ในตอนนี้ผมเป็นเพียงคนพเนจรที่ชื่อโลอี้เท่านั้น...ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองเมเซร่าที่ชื่อเลโออีกต่อไปแล้วล่ะ”

“ค่ะ...โลอี้”

โซฟีเน่ตอบรับกลับไป...ในขณะที่โลอี้นั่งลงที่ด้านข้างระหว่างเธอกับเซบัส-ส่วนจาริโค้นั่งลงตรงที่วางตัวสุดท้ายตรงระหว่างเธอกับเซบัสเช่นกัน-ตรงข้ามกับโลอี้

“เรียกผมว่าจาริโค้ก็ได้ครับ”

จาริโค้พูดพร้อมนั่งลง...เซบัสจึงถามออกไปอย่างสงสัยว่า

“คุณมีชื่ออื่นด้วยหรือ”

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...!”

“ฮะ...ฮะ...ฮะ...!”

คำถามของเซบัสทำเอาทุกคนส่งเสียงออกมาทั้งโลอี้ แบรี่-ไม่เว้นแม้แต่โซฟีเน่...มีเพียงแต่จาริโค้เท่านั้นที่นั่งหน้าเจื่อนลง

...แต่คำถามและเสียงหัวเราะนี้คล้ายเชื่อมให้ทุกคนเริ่มสนิทกัน-แม้จะเป็นสะพานเชื่อมที่พึ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

จาริโค้ที่อายๆเล็กน้อยรีบใช้แขนของเขาคล้องคอเซบัสเขามากอดไว้พร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ร้ายไม่เบานักน่ะแก...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ก่อนที่จะหัวเราออกมาแล้วพูดต่อไปว่า

“...เห็นหน้าหล่อๆอย่างงี้...แต่ร้ายไม่เบาเลย-มาเป็นยามเหมือนกับฉันมัย...หรือว่าจะไปอยู่ทีมสำรวจล่ะ”

“ทีมสำรวจค่ะ...”

โซฟีเน่ตอบออกมาเพราะในทีมสำรวจมีเธออยู่ด้วย...ถ้าเป็นไปได้-โซฟีเน่ก็อาจจะให้เซบัสอยู่ทีมสำรวจเช่นเดียวกันกับเธอ แต่เซบัสที่ยังไม่รู้ว่ามีความสามารถพิเศษอะไร-ฟ็อก์ซไม่ยอมที่จะจ่ายเงินค่าจ้างในระดับสูงหรอก...เพราะว่าทีมสำรวจของฟ็อก์ซนอกจากมีหน้าที่ล่าหนอนทะเลทรายแล้วยังต้องสำรวจตามสถานที่โบราณที่ฟ็อก์ซหมายตาไว้อีก เพื่อหาสมบัติโบราณที่ซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆและบางครั้งมันก็มีอันตรายบางอย่างซุกซ่อนอยู่ด้วย สำหรับคนที่ไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่นออกมา...นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังเป็นภาระอีกด้วย

แต่โซฟีเน่ก็ยังคงที่ตอบออกมาอย่างมั่นใจว่า

“...เซบัสเขาจะเข้าทีมสำรวจกับฉันด้วยค่ะ”

...เพราะโซฟีเน่เธอตัดสินใจแล้วถ้าเซบัสไม่อยู่ทีมสำรวจ เธอก็จะออกจากทีมสำรวจเช่นเดียวกัน-ที่ถึงแม้ว่าเธอจะชอบมันมาแค่ไหนก็ตาม...ทำหน้าที่เพียงแค่ล่าหนอมทะเลทรายเท่านั้นก็พอ-ถ้าค่าจ้างเธอจะลดน้อยลงไปมากบ้างก็ช่างมันเถอะ

โลอี้คล้ายสังเกตความคิดของโซฟีเน่ออก...เขาจึงรีบพูดออกมาว่า

“ผมว่าเรายังไม่ต้องวิตกเรื่องนี้หรอก...เพราะจุดหมายที่จะไปในตอนนี้ได้เปลี่ยนจากเหมืองหินโบราณเป็นกลับบ้านของฟ็อก์ซที่เมืองโมริก้าแล้ว...”

เขาหยุดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

“...เรากินข้าวกับเถอะ...ไว้หลังเสร็จธุระที่เมืองโมริก้าแล้ว-ฟ็อก์ซเค้าคงตกลงใจเองแหละเรื่องจะให้ใครเข้าทีมสำรวจบ้าง”

จาริโค้ที่นั่งกินอยู่ก็ส่งเสียงออกมาว่า

“งั้นถ้าเป็นไปได้ฉันก็จะขอเข้าทีมสำรวจด้วยคนหนึ่ง”

แต่เซบัสกลับตอบอกมาว่า

“ถ้าเป็นไปได้ผมขอ...”

เซบัสคิดจะพูดปฏิเสธการเข้าทีมสำรวจ-แต่เห็นสีหน้าไม่พอใจราวกับจะร้องไห้ของมาของโซฟีเน่ทำให้เขาไม่สามารถพูดออกมาได้...โลอี้เห็นเช่นนั้นถึงพูดออกมาว่า

“ไม่แน่หรอกน่ะเซบัส...นายอยากจะค้นพบถึงจุดหมายแห่งชีวิตในการเข้าทีมสำรวจนี้ก็ได้น่ะ...”

เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์ดีแต่ยังทรงอำนาจต่อไปอีกว่า

“...อย่างน้อยฉันว่า...มันก็น่าจะดีกว่าที่นายอยู่บนเรือเฉยๆไม่ใช่หรือ”

“อืมม์...”

เซบัสตอบรับกลับมาพร้อมทั้งพูดต่อไปว่า

“...ผมจะลองเข้าทีมสำรวจดู”

“ไชโย...”

จาริโค้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจ...ส่วนโซฟีเน่เพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างดีใจจนแทบจะโห่ร้องแสดงความดีใจออกมาเท่านั้น

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

แบรี่ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ-ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...พวกแกนี่มันจริงๆเลยน่ะ...ทั้งพวกแก-ทั้งตาเฒ่าหลี่หรือแม้แต่ฟ็อก์ซ”

“มีอะไรกันหรือค่ะ”

โซฟีเน่ถามออกไปอย่างสงสัย-เซบัสเพียงแต่มองตามสายตาของโซฟีเน่ไปยังแบรี่เท่านั้น...แบรี่เพียงยิ้มกริ่มออกมา-ก่อนจะพูดต่อมาอีกว่า

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่...”

มองไปยังใบหน้าของโลอี้กับจาริโค้อย่างยิ้มๆ...ก่อนจะหันไปหาเซบัสแล้วส่งเสียงออกไป

“เซบัส”

“ครับ”

เซบัสส่งเสียงรับกลับมา...แบรี่จึงถามต่อไปว่า

“เซบัส-เธอจะเอาของหวานพร้อมมัยฉันเลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับ...แต่...”

ก่อนที่เซบัสจะตอบอะไรออกมา...โซฟีเน่กลับร้องออกมาก่อนว่า

“ขอไอศกรีมน้ำผึ้งสองที่ค่ะ”

“ฉันไม่ได้บอกจะเลี้ยงเธอสักหน่อยโซฟีเน่”

แบรี่พูดออกมาอย่างยิ้มแย้มจนโซฟีเน่ต้องร้องออกมาอย่างน้อยใจว่า

“แหม...!”

“เอ้า...เอาไปเลย-ฉันเลี้ยงเธอก็ได้...โซฟีเน่”

แบรี่พูดพร้อมทั้งหยิบไอศกรีมสองถ้วยมาวางบนโต๊ะ...โซฟีเน่จึงรีบลุกเดินไปหยิบพร้อมทั้งพูดว่า

“ขอบคุณค่ะ-ลุงแบรี่”

ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิม-ส่งถ้วยไอศกรีมถ้วยหนึ่งให้เซบัสกิน...จาริโค้เห็นเช่นนั้นจึงร้องถามออกไปว่า

“แล้วของพวกเราไม่มีหรือ”

แบรี่ตอบมาเพียงแต่ว่า

“ถ้าจะกินต้องจ่าย...สำหรับพวกแกเคยกินฟรีมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ…”

ก่อนจะหันไปถามเซบัสว่า

“...เธอชอบเรือลำนี้มัยล่ะเซบัส”

“ชอบครับ...”

เซบัสตอบกลับมาก่อนตอบต่อไปว่า

“...ทุกคนบนเรือลำนี้ดูเป็นกันเองดีครับ”

แบรี่จึงถามต่อไปว่า

“แล้วเธอเคยคิดที่จะลงจากเรือลำนี้บางหรือ”

คำถามนี้ของแบรี่ทำเอาโลอี้กับจาริโค้หูผึ่งขึ้นมา...และแน่นอนมันอาจรวมไปถึงฟ็อก์ซกับตาเฒ่าหลี่ด้วย-ถ้าได้ยิน

...ส่วนโซฟีเน่ไม่คิดอะไรมาอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าเซบัสจะอยู่บนเรือหรือลงไปจากเรือ-เธอก็มีการตัดสินใจอยู่แล้ว

“...”

เซบัสยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา-เขาคล้ายไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี...แบรี่เห็นเช่นนั้นจึงพูดต่อไปว่า

“งั้นก็อยู่จึงกว่าเธอจะพอใจเถอะ...”

ก่อนที่จะพูดต่อไปอีกว่า

“...จนกว่าวันที่เธออยากจะจากไป-เธอก็ค่อยไปก็แล้วกัน...ส่วนเรื่องอีกอื่นฉันจะคุยกับฟ็อก์ซเอง-อย่างมากเธอก็มาช่วยงานฉันในครัวนี่ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณครับ”

เซบัสตอบรับออกไป...ในขนาดที่โซฟีเน่ก็ขอบคุณออกไปเช่นเดียวกัน

“ขอบคุณมากค่ะลุงแบรี่”

...ขอเพียงมีแบรี่คอยหนุนหลังอยู่โซฟีเน่ก็หมดห่วงแล้ว เพราะจริงแล้วโซฟีเน่ยังคงอยากอยู่บนเรือนี้มากกว่า

“ฉันก็ไม่รู้หรอกน่ะว่าเธอจะอยู่บนเรือลำนี้กับพวกเราไปนานเท่าไหร่-บางทีเมื่อถึงเมืองข้างหน้าเธออาจจะอยากลงไปจากเรือก็ได้...เมื่อเธอค้นพบว่าต้องเองมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร-หรือมีความต้องการอะไรแล้ว...”

แบรี่หยุดเล็กน้อย-แล้วพูดต่อไปว่า

“...แต่ฉันขออะไรเธออย่างหนึ่งได้มัยเซบัส”

“อะไรครับ”

เซบัสถามออกไป...แบรี่จึงตอบกลับมาว่า

“ฉันขอให้การลงจากเรือของเธอนั่น-มันเป็นความต้องการของเธอเองจะได้มัย...”

“...”

เซบัสนิ่งไม่ได้ตอบอะไรออกมา...แบรี่จึงพูดต่อไปว่า

“...เพราะว่าถ้าเธอลงไปตามความต้องการของคนอื่นๆ-ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่ไม่สบายใจ...แต่ยังมีคนอีกหลายคนที่ไม่สบายใจด้วย”

แบรี่ไม่ได้บอกว่า “ใครจะไม่สบายใครเมื่อเขาจากไป” เซบัสเพียงกวาดตาไปมองยังโลอี้และจาริโค้ที่ยิ้มอยู่จนกระทั่งโซฟีเน่ที่ยิ้มและพยักหน้าลง-เขาจึงตอบแบรี่กลับไปว่า

“ได้ครับ...ผมจะลงจากเรือลำนี้เมื่อผมต้องการที่จะลงไปด้วยความต้องการของผมจริงๆ”

…เซบัสรู้แล้วว่าทุกคนต่างเป็นห่วงและหวังดีกับเขากันทั้งนั้น...เขาจึงตอบรับกลับไปตามความต้องการของทุกคนและใจตนเอง

“งั้นก็ดีแล้วล่ะเซบัส...ได้ยินอย่างนี้ฉันก็ดีใจขึ้นเยอะแล้ว...”

ก่อนจะจะร้องออกมาอย่างนึกอะไรได้แล้วพูดต่อไปว่า

“...อ้อ...อย่างอย่างหนึ่ง-ถ้าจะลงจากเรือละก้อ...อย่าลืมบอกกันด้วย-ฉันจะได้เลี้ยงส่งให้”

“ขอบคุณครับ”

ทุกคนโห่ร้องออกมาอย่างดีใจ...แต่โซฟีเน่กลับบ่นอุบออกมาว่า

“อะไรกันลุงแบรี่-คิดถึงขั้นที่จะเลี้ยงส่งกันเลยหรือ...หนูไม่มีทางยอมให้เซบัสลงจากเรือนี้ไปง่ายๆหรอก”

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

แบรี่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจในคำพูดของโซฟีเน่จนเธอที่รู้ว่า”พลั้งปากพูดออกไป”ต้องก้มหน้าที่แดงลงด้วยความอาย-ก่อนจะชวนเซบัสว่า

“เซบัสเราได้ที่ถาดฟ้าเรือกันเถอะ”

โซฟีเน่ไม่รอให้เซบัสตอบกลับมา-ก็รีบฉุดมือเขาวิ่งออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็วราวกับจะหนีเสียงหัวเราะของแบรี่ที่ยังคงดังอยู่...แบรี่เห็นเช่นนั้นจึงด่าออกไปอย่างยิ้มแย้มว่า

“โซฟีเน่-ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่า...”

แต่กลับฉุกคิดได้ว่า “ครั้งนี้โซฟีเน่วิ่งออกไป-ไม่ได้บิน”...จึงเปลี่ยนเป็นพูดว่า

“...โซฟีเน่เดินให้มันเรียบร้อยหน่อยได้มัย...นี่มันห้องสำหรับทานอาหารน่ะ”

“ค่ะ...ค่ะ...”

เสียงโซฟีเน่ตอบรับกลับมาก่อนที่ร่างของเธอจะพุ่งบินฉุดเซบัสหายออกไปจากบานประตู...แบรี่ได้แต่บ่นออกมาเบาๆว่า

“จริงๆเลย...เด็กคนนี้นี่…”

ก่อนจะหันไปถามโลอี้กับจาริโค้ว่า

“...นี่กินกันเสร็จแล้วยังไม่ออกไปกันอีกหรือ”

แต่โลอี้กับจาริโค้กลับตอบพร้อมๆกันออกมาว่า

“กำลังรอของหวานตบท้ายอยู่น่ะ”
---------------------------------------------------------------------------------------------

ทราย-ทราย-ทรายและทราย...มีเพียงทรายแต่ฟากฟ้าจรดทราย

กลางดินแดนแห่งท้องทะเลทราย...โซฟีเน่กำลังบินอยู่ภายใต้ฟากฟ้าและดวงตะวัน

โซฟีเน่กางปีกบิน-ถลาร่อนอยู่บนฟากฟ้า

แสงแดดยามบ่ายไม่ร้อนจนเกินไป-กำลังมอบความอบอุ่นมาพร้อมกับสายลมที่พัดมาเย็นสบายยิ่ง

ในบ่อยครั้งเธอมักหันกลับมามองยังเซบัสที่นั่งพิงไหล่ซ้ายกับยอดเสากระโด่งเรือ...เหนือใบเรือที่กางรับลมเต็ม ราวกับว่าสิ่งที่คงอยู่ในโลกหล้านี้มีเพียงเธอและเขา

ดวงตะวันกำลังคล้อยไปทางทิศตะวันตกตามกาลเวลาแห่งมัน...พร้อมๆกับโซฟีเน่ที่บินเล่นจนพอใจ-ค่อยๆบินมาเคียงข้างเซบัสที่กำลังนั่งมองดูท้องฟ้า ยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูขวาของเขา-เธอส่งเสียงเรียกไปเบาๆราวกับกลัวเขาจะสะดุ้งตื่นจากความฝันในห้วงความคิด

“เซบัส…”

“...”

ไม่มีคำตอบจากเซบัส...โซฟีเน่บินอ้อมไหล่เซบัสไปยังเบื้องหน้าของเขา-ก่อนจะหมุนตัวกลับมามองยังเซบัส

“...เซบัส…”

แต่คราวนี้เธอกลับส่งเสียงดังขึ้น-เพื่อปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมามองดูเธอ

“...เซบัส...เซบัส”

เสียงที่ไพเราะของเธอค่อยๆดังขึ้นเรื่อย-แต่ไม่มีแววไม่พอใจ...แม้แต่น้อยเลย

เซบัสที่เหม่อมองดูท้องฟ้าได้ก้มหน้ากลับลงมา...เขาเห็นถึงโซฟีเน่ที่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เธอกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นดิน...ไม่ได้ขยับปีกแม้แต่น้อย

เส้นผมสีทองพริ้วในสายลมเป็นประกายงดงามท่ามกลางแสงแดดแห่งดวงตะวันที่สาดส่องลงมา...สวยงามยิ่งราวเทพธิดาบนฟากฟ้ากำลังโบยบินลงมาอยู่เบื้องหน้าเขา ดวงตาที่เรียวสวยของเธอกำลังใช้ประกายสีเขียวมรกตจับจ้องมองดูเขา-จมูกขาวสะอาดที่โด่งเป็นสันสวยงามรับด้วยริมฝีปากบางเบาเรียวสวยสีชมพูอ่อนๆของเธอ...กำลังยิ้มให้กับเขาอยู่ จนเซบัสอดคิดไม่ได้ว่า “สิ่งที่สวยที่สุดที่เขาเคยพบมาคือ...เป็นเธอที่กำลังอยู่เบื้องหน้าเขา”ไม่ใช่ท้องฟ้าเบื้องอันงดงามว่างเปล่า”

“แล้วเราเสียเวลามองฟ้าเบื้องบนทำมัยน่ะ”

เซบัสอดคิดในใจไม่ได้ก่อนที่ชั่วเวลาความคิดนี้จะจางหายไป...เขาส่งเสียงถามโซฟีเน่ออกไปว่า

“มีอะไรหรือ”

โซฟีเน่หน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเห็นถึงประกายความรักในแววตาของเซบัส-แม้เป็นเพียงแค่พริบตาเดียว...เธอได้แต่ก้มหน้าลงไปเล็กน้อย ใช้สายตาที่ปลายหางเหลือบมองเขาแล้วถามออกไปว่า

“ฉันนั่งมองท้องฟ้าด้วยคนได้มัยค่ะ-เซบัส”

“อืมม์”

ทันทีที่เซบัสส่งเสียงตอบรับกลับมา...โซฟีเน่ก็พุ่งผ่านเบื้องหน้าเซบัสเข้ามา-ก่อนจะหลบไปทางด้านซ้าย แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนคานยาวของเสากระโด่งเรือที่ตั้งขนานกับพื้น แต่เธอกลับไม่ได้หันหน้าไปทางหัวเรือเหมือนเซบัส-โซฟีเน่ได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกที่ดวงตะวันกำลังคล้อยเคลื่อนไปตามกาลแห่งเวลา...แผ่นหลังเธอจะพิงไปบนหัวไหล่ขวาเซบัส-ปล่อยขาขวาทิ้งไปตามแนวยาวของเสา ส่วนมือทั้งสองผสานรวมไว้อยู่บนเข่าซ้ายที่ตั้งชันขึ้นมาเล็กน้อย แล้วค่อนหันหน้าไปทางซ้ายร้องถามเซบัสออกไปว่า

“เซบัส-คุณเคยคิดที่จะลงไปจากเรือบางมัย”

“ไม่รู้สิ”

เซบัสตอบกลับตามความรู้สึกที่แท้จริงของตน...เพราะตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าตนเองแท้จริงนั้นกำลังต้องการอะไรอยู่กันแน่ แม้แต่สิ่งที่ตนเองคิดว่าสำคัญหรือกำลังค้นหาอยู่นั้น-มันคล้ายค่อนเลื่อนลับไปจากความรู้สึกของเขา เซบัสในตอนนี้เพียงคิดว่า
“เขาอาจให้ช่วงเวลาเช่นนี้คงอยู่ต่อไปเท่านั้น”...เพียงแต่ไม่ได้พูดมันออกไป

“ฉันขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้มัย...เซบัส”

โซฟีเน่ส่งเสียงถามออกมาอย่างแผ่วเบา...เซบัสตอบรับกลับไปว่า

“ได้สิ”

โซฟีเน่พิงศีรษะลงไปบนหัวไหล่เซบัสพร้อมๆกับพูดต่อไปว่า

“สัญญากับฉันได้มัย-ถ้าคุณรู้คำตอบนั้นแล้ว...คุณช่วยบอกฉันได้มัย”

“ได้สิ...ผมให้สัญญา”

เซบัสหันไปมองยังโซฟีเน่แล้วตอบรับกลับไปก่อนพูดต่อไปว่า

“...ถ้าผมรู้ถึงคำตอบนั้นแล้ว...ผมจะบอกคุณ”

“อืมม์...ขอบคุณค่ะ-เซบัส”

โซฟีเน่ตอบรับกลับมา...เซบัสจึงถามต่อไปว่า

“เพราะอะไรหรือ”

โซฟีเน่ปล่อยมือขวาลงจากหัวเข่า-เอื้อมกลับผ่านข้างลำตัวไปยังด้านหลังกุมมือขวาของเซบัสที่วางอยู่บนเสากระโด่งเรือแล้วตอบกลับมาเพียงแต่ว่า

“เพราะว่ามันเป็นเป้าหมายในชีวิตของฉันไงล่ะ...เซบัส...”

...นี่เป็นครั้งแรกที่โซฟีเน่-กุมมือขวาของเซบัส

เธอตอบกลับมาแค่นั่น...ก่อนที่เธอจะหลับไป

เซบัสก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาเพียงแต่พลิกฝ่ามือขึ้นมากุมของมือขวาของโซฟีเน่ไว้...ก่อนจะหันหน้ากลับขึ้นไปมองยังท้องฟ้าเบื้องบนเช่นเดิม

...และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เซบัสกุมมือของโซฟีเน่ไว้...ไม่ใช่โซฟีเน่กุมมือเขา
------------------------------------------------------------------------------------------

ดวงตะวันคล้ายเคลื่อนไปตามกาลเวลา...ไปอยู่เคียงข้างมิราจ-ต้มไม้แห่งชีวิตที่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถมองเห็นได้นอกจากทรายและทรายกับฟากฟ้าจรดทราย
เรือยังคงแล่นมุ่งหน้าไป-ผ่านกาลเวลาสู่จุดหมายแห่งตน

“กรี๊ด...ด๊”

เสียงกรีดร้องดังลั่นของโดโรธี-ดังขึ้นลั่นไปทั่วทั้งเรือ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในห้องพยาบาลแห่งนี้

โซฟีเน่ที่สะดุ้นตกใจตื่น-ลืมตาลุกขึ้นมาจากเตียงนอนของเธออย่างงัวเงียเล็กน้อย...ก็ได้ยินเสียงเจนนี่ร้องถามออกไปอย่างไม่พอใจว่า

“นี่มีอะไรหรือโดโรธี-ร้องเสียเสียงหลงเชียว”

โซฟีเน่ยกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อยพยายามทบทวนเรื่องที่ผ่านมา-เธอจำได้ว่า “เธอนอนหลับไปอยู่บนเสากระโด่งเรือนี่น่า”...แต่ทำมัยเธอถึงกลับมาตื่นอยู่บนเตียงได้-พร้อมทั้งได้ยินเสียงโดโรธีพูดต่อไปอย่างตกใจและหวาดกลัวอีกว่า

“ก็...ก็...”

โดโรธียังอ้ำอึ้งพูดไม่ออก...ไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่เธอหวาดกลัว โซฟีเน่จึงกวาดตาไปมองยังเซบัสที่นอนอยู่เตียงซึ่งครั้งหนึ่งเคยไปของเธอพร้อมทั้งคิดในใจว่า

“หรือว่า...เซบัสเป็นคนพาเธอกลับมา...”

และคิดต่อไปอย่างสงสัยขึ้นอีกว่า

“...เซบัส-เขาจะพาเธอลงมาได้อย่างไรในเมื่อ...ในเมือเสากระโด่งเรือสูงถึงบานนั้น”

โซฟีเน่คิดจะร้องถามออกไปแต่กลัวรบกวนการนอนของเขาจนตื่นขึ้นมา...ได้แต่เก็บคำถามไว้ในใจ-พร้อมทั้งฟังเจนนี่ที่คล้ายเห็นอะไรพูดต่อไปว่า

“นี่-คิดว่าอะไร...ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง”

“เธอว่าเรื่องแค่นี้เองหรือเจนนี่...”

โดโรธีส่งเสียงพูดออกมาอย่างเสียขวัญ...เธอยังพูดต่อไปอย่างขนลุกซู่ว่า

“...นี่มันเรื่องใหญ่เลยน่ะ”

โซฟีเน่ที่ยิ่งฟังยิ่งสงสัย-รีบพุ่งตัวบินออกจากเตียงอ้อมออกไปยังส่วนที่เป็นห้องพยาบาลทันที...เธอเห็นโดโรธีกำลังนั่งย่องๆอยู่บนเก้าอี้เอาสองมือมาวางเท้าพื้นที่เบื้องหน้าหว่างขาทั้งสองจิกเล็บมือที่ก้างออกมาลงเข้าไปในเบาะเก้าอี้-เธอโก่งหลังเล็กน้อยพร้อมทั้งชูหางสีขาวของเธอที่ข่นตั้งชันขึ้นสู่เบื้องบน ส่วนเจนนี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า-กำลังยื่มมองเท้าเอวอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก...เธอยังพูดต่อไปว่า

“นี่เน่น่ะ-เรื่องใหญ่ของเธอ...โดโรธี”

โดโรธีคล้ายจะร้องไห้ออกมา...เมื่อเห็นโซฟีเน่พุ่งบินออกมาอยู่อยู่ข้างๆ-เธอรีบกระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งมากอดโซฟีเน่พร้อมทั้งร้องเรียกโซฟีเน่ทันที

“โซฟีเน่...”

ก่อนจะส่งเสียงพูดปานร้องไห้ว่า

“...เจนนี่ใจร้าย”

“มีอะไรหรือ...”

โซฟีเน่โอบกอดร่างที่โดโรธีสั่นๆก่อนถามออกไปอย่างสงสัย...แต่ยามเมื่อเธอเหลือบมองไปเห็นเจ้าสิ่งที่ทำให้โดโรธีตกใจกลัวจนขวัญเสีย-โซฟีเน่ถึงกับส่งเสียงออกมา

“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ...”

...โซฟีเน่ส่งเสียงหัวเราะออกมา

โดโรธีที่ตัวสั่นในอ้อมอกของโซฟีเน่รีบผลักตัวออกมามองหน้าโซฟีเน่อย่างไม่พอใจก่อนพูดต่อไปว่า

“โซฟีเน่ใจร้ายยิ่งกว่าเจนนี่เสียอีก”

ก่อนที่จะงอนหันออกไปยื่นกอดอกอยู่คนเดียว-หันหลังให้ทุกคนอย่างไม่พอใจ

ส่วนโซฟีเน่ที่มองไปยังตราชั่งบนพื้นร้องถามออกมาอย่างขี้เล่นอยากจะแกล้งโดโรธีเล่นว่า

“พี่เจนนี่ค่ะ-เท่าไหร่”

“นี่รู้สึกจะว่าห้าสิบสี่หรือห้าสิบห้าน่ะเห็นไม่ถนัด”

เจนนี่ตอบรับกลับมาอย่างขึ้เล่น-อยากแกล้งโดโรธีเช่นเดียวกัน

“หรือค่ะ...ตั้ง...”

ก่อนที่โซฟีเน่จะพูดอะไรออกมามากกว่านี้...โดโรธีกลับร้องเสียหลงออกมาก่อนว่า

“เสียมารยาท...”

แล้วจะพูดต่อไปอย่างไม่พอใจว่า

“...ห้าสิบสามครึ่งย่ะ…”

ก่อนที่จะรู้ตัวกว่าหลงกลพวกโซฟีเน่รีบเอาสองมือของเธอปิดปากตัวเองทันที-หันหลังกลับไปราวกับไม่ยอมสนใจทั้งสองคนอีก

“ห้าสิบสองครึ่งหรือโดโรธี...”

โซฟีเน่พูดออกมา-แล้วพูดต่อไป

“...รู้สึกจะอ้วนขึ้นอีกแล้วน่ะ”

“ใช่...นี่โดโรธีอ้วนขึ้นจริงๆ...”

เจนนี่พูดตอบออกมา-ก่อนพูดต่อไปว่า

“...นี่-มีน่าล่ะเดี๋ยวนี้เห็นกินเอากินเอา”

“เด็กกำลังโตนี่...”

โซฟีเน่พูดออกมา-ก่อนจะชักเสียงแล้วพูดต่อไปว่า

“...แต่เอ่ะ...ไม่เห็นสูงขึ้นเลยหน่าพี่เจนนี่”

“ไม่เพียงไม่สูงขึ้นเท่านั้น-นี่รู้สึกว่าจะดูเตื้ยๆลงไปด้วยซ้ำเหนอะโซฟีเน่”

ทั้งโซฟีเน่และเจนนี่คล้ายกำลังนินทาโดโรธีซึ่งๆหน้าราวกับว่าเธอไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้...จนโดโรธีทนไม่ไหวต้องร้องตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจว่า

“ว่าแต่ฉัน...พวกเธอทั้งสองคนก็กินเก่งเหมือนกัน...”

โดโรธีหยุดหายใจเล็กน้อยก่อนพูดออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“...ถ้าฉันอ้วนขึ้นพวกเธอก็อ้วนขึ้นเหมือนกันแหละน่า”

“นี่...”

เจนนี่ส่งเสียงสั่นๆออกมาเล็กน้อย...ในขณะที่โซฟีเน่ส่งเสียงสั่นออกมาว่า

“เหรอ…”

ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...หายโกรธพวกเราแล้วหรือโดโรธี”

โดโรธีคล้ายสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของทั้งสองคนจึงบอกออกไปว่า

“ถ้าจะให้ฉันหายโกรธ...พวกเธอทั้งสองคนจะต้องชั่งน้ำหนักก่อน...”

เมื่อโดโรธีเห็นสีหน้าที่ซีดลงเล็กน้อยของทั้งสองคนราวตกใจ...เธอจึงรีบพูดต่อไปว่า

“...ไม่งั้นเธอทั้งสองคน...ไม่ต้องมาพูดกับฉันอีกเลย”

“นี่...”

เจนนี่ส่งเสียงพูดออกมาเล็กน้อย-ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังประตูทางออกของห้องพร้อมกับพูดว่า

“...นี่ได้เวลาที่ฉันจะต้องเข้าครัวแล้ว...ไปก่อนน่ะโซฟีเน่”

เจนนี่หาทางออกโดยที่จะเลี่ยงออกไป...โซฟีเน่จึงร้องออกไปว่า

“นี่รอด้วยสิพี่เจนนี่...หนูจะไปเอาของกินอยู่พอดี”

โซฟีเน่พูดพร้อมทั้งพุ่งกางปีกบินออกไปตามหลังของเจนนี่อย่างรวดเร็ว...แต่...

แต่...

ไม่ว่าทั้งสองจะเร็วซักแค่ไหน...แต่ในครั้งนี้โดโรธีกลับเร็วกว่า-เธอรีบวิ่งไปขว้างประตูทางออกที่มีเพียงบานเดียวเอาไว้พร้อมทั้งส่งเสียงพูดออกมาอย่างสะใจว่า

“จะรีบไปไหนล่ะทั้งสองคน...”

ก่อนจะส่งเสียงดังแล้วพูดต่อไปว่า

“...ฉันไม่ยอมให้พวกเธอหนีออกไปจากห้องนี่แน่...ถ้ายังไม่ชั่งน้ำหนักก่อน”

“ทำไงดีล่ะพี่เจนนี่”

โซฟีเน่ที่ยังอยู่ด้านหลังของเจนนี่ส่งเสียงกระซิบออกมา...เจนนี่ได้แต่ตอบออกไปว่า

“นี่ดูท่าโดโรธีจะไม่ยอมที่จะปล่อยเราไปง่ายๆเสียแล้ว...คงต้องเดินขึ้นไปบนตราชั่งกันเสียละมั่ง”

...น้ำเสียงของเจนนี่คล้ายกับกำลังเดินขึ้นลานประหาร

ก่อนจะได้ยินเสียงโดโรธีพูดต่อไปว่า

“ดูเหมือนกว่าพวกเธอทั้งสองคนจะไม่ได้ชั่งน้ำหนักมาเกือบครึ่งปีแล้วไม่ใช่หรือจ๊ะ...เจนนี่...”

ก่อนจะลากเสียงยาวต่อไปอีกว่า

“...โซฟีเน่”
----------------------------------------------------------------------------------------

“กรี๊ด...ด…”

ไม่นานทุกคนบนเรือก็ได้ยินเสียงกรี๊ดร้องของโดโรธีดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง...คนภายนอกอาจกำลังสงสัยกันว่าภายในห้องพยายาบนี้แท้จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่น่ะ แต่โซฟีเน่กับเจนนี่กลับได้ยินเสียงโดโรธีพูดต่อไปว่า

“...ไม่จริง...ไม่จริง-เป็นไปไม่ได้”

“เฮ้ย...ย!…”

เจนนี่ที่ยื่นอยู่บนตราชั่งส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ-เธอก้าวเดินลงมาพร้อมทั้งส่งเสียงพูดออกมาว่า

“...นี่ก็เห็นอยู่กับตาเธอเองแล้วยังจะโวยวายอะไรอีกเล่า”

“เป็นไปไม่ได้...”

โดโรธีส่งเสียงออกมาอย่างไม่เชื่อ-และพูดต่อไปอย่างไม่เชื่ออีกยิ่งกว่าว่า

“...แค่สี่สิบเก้าเองเป็นไปไม่ได้”

โดโรธี-เธอกวาดมองไปยังเจนนี่ที่กำลังสวมกางเกงยีนของเธอที่ถอดออกก่อนขึ้นชั่งน้ำหนัก...เพราะเจนนี่ก็ไม่มั่นใจถึงน้ำหนักตนเองเหมือนกันว่ามันจะมากขึ้นหรือเปล่า

“เป็นไปไม่ได้…”

โดโรธี-เธอบ่นออกมองทั้งที่ยังกวาดมองร่างของเจนนี่ที่สูงกว่าเธอเกือบ 10 เซน...เธอมองเจนนี่ตังแต่หัวจรดเท้า-เท้าจรดหัว

“...เป็นไปไม่ได้...เอาไขมันไปเก็บไว้ไหนหมดน่ะ…”

โดโรธีบ่นออกมาทั้งๆที่ยังกวาดตามองไปตามส่วนต่างของร่างกายเจนนี่...เธอยังพูดต้องอีกว่า

“...หน้าอกก็ใหญ่กว่าฉันแต่ทำมัยน้ำหนักถึงน้อยกว่าได้”

“นี่เธอมองดูอะไรกันน่ะ...โดโรธี…”

เจนนี่ที่อายจนหน้าแดงส่งเสียงดุโดโรธีออกมา...ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...นี่ฉันน่ะไม่เหมือนเธอหรอกโดโรธี-ที่วันๆเอาแต่นั่งกินแล้วก็นอน...”

เมื่อได้ทีเจนนี่จึงพูดต่อไปว่า

“...นี่ฉันน่ะออกกำลังกายทุกวัน...ไม่ว่าจะกินมาแค่ไหนก็สบายมาก”

ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย...ทำเอาโดโรธีไม่พอใจขึ้นมา-มองไปยังโซฟีเน่ที่เป็นความหวังสุดท้ายของเธอ

“ไม่น่ะ...”

โซฟีเน่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกลับถอยหลังไป...ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรก็ได้ยินเสียงโดโรธีพูดขึ้นมาอย่างมีความหวังว่า

“ตาเธอแล้วล่ะโซฟีเน่”
-----------------------------------------------------------------------------------------

“ฮะ...ฮะ...ฮะ...”

ยามเมื่อโซฟีเน่ก้าวขึ้นบนตราชั่งโดโรธีถึงกับหัวเราะชอบใจออกมา-ส่วนโซฟีเน่ได้แต่ยื่นหน้างิกไม่พูดอะไรออกมา...โดโรธียังพูดต่อไปอีกว่า

“สี่สิบเจ็ด...สี่สิบเจ็ดแล้ว...ในที่สุดโซฟีเน่น้ำหนักขึ้นมาเป็นสี่สิบเจ็ดแล้ว...”

ก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า

“...โซฟีเน่-เธอมั่วว่าแต่ฉัน...ไม่ดูตัวเองบ้างเลย”

โดโรธียังพูดและหัวเราะต่อไปจน...จนโซฟีเน่ตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจว่า

“โดโรธีบ้าที่สุด”

“ฮะ...ฮะ...ฮะ”

โดโรธียังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจราวกับไม่สนใจอะไร...แต่เจนนี่กลับพูดออกมาว่า

“นี่มันไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนกันอะไร...ก็เห็นๆกันอยู่กว่าน้ำหนักโซฟีเน่ขึ้นมาเห็นชัดๆ”

โดโรธีส่งเสียงเถียงออกมาอย่างไม่พอใจ...เจนนี่จึงพูดต่อไปว่า

“โซฟีเน่เพียงโตขึ้นเท่านั้น...ส่วนเธอน่ะอ้วนขึ้น”

“อะไรน่ะ”

ถึงโดโรธีจะส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ...แต่เจนนี่ยังคงพูดต่อไปว่า

“นี่ไม่สังเกตหรือว่าครึ่งปีมานี่โซฟีเน่สูงขึ้นอีกสองเซน...”

ก่อนจะยิ้มแล้วมองไปยังโซฟีเน่พร้อมทั้งพูดต่อไปว่า

“...วัยสิบเก้าปีนี่แหละที่โซฟีเน่กำลังจะเป็นสาวเต็มตัว...นี่หน้าอกก็ใหญ่ขึ้นด้วยไม่เห็นหรือ”

โซฟีเน่ได้แต่อายหน้าแดงก้มหน้าลงไป...โดโรธีก็ลงเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจว่า

“มิน่าล่ะ...ฉันถึงเคยได้ยินกันว่าความรักจะทำให้เด็กสาวกลายเป็นหญิงสาวได้...ฮะ...ฮะ...ฮะ...”

ก่อนที่เธอจะส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับทำให้เจนนี่หัวเราะตามออกมาด้วย...โซฟีเน่ที่อายหน้าแดงได้แต่ส่งเสียงร้องตะโกนออกมาว่า

“เจนนี่-โดโรธีบ้าที่สุด”

ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าของเธอกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
----------------------------------------------------------------------------------------------

ยามเมื่อเซบัสตื่นขึ้น-เขาก็ต้องพบกันความแปลกใจที่อาหารค่ำในวันนี้กลับมีเพียงน้ำซุปข้นๆเท่านั้น...ทั้งโซฟีเน่และโดโรธีเพียงแค่ทานมันไม่กินคำก็อิ่มกันแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ส่งเสียงถามอะไรออกไป-เพียงแค่นั่งลงตักน้ำซุบในส่วนของเขากินลงไปเท่านั้น...ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงของกาบ้าตะโกนดังลั่นขึ้นมาทั้งลำเรือว่า

“เห็นเมืองโมริก้าแล้ว”

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 31 ต.ค.49 เวลา 18:48:33 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ