Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

"Depth of the Darkness" Fanfiction: Ragnarok Fiction - The legend of descendant -

อ้างอิงจากประวัติของหลวงพ่อซิดัสที่กวีเคยแต่งไว้ใน
http://my.dek-d.com/digikwe/story/viewlongc.php?id=42508&chapter=8
มีข้อขัดใจในประวัติของเขานิดหน่อยว่าดูเขาเป็นคนที่ปล่อยวางไม่ค่อยได้ มีความแค้นฝังลึก ประกอบกับที่ชอบตัวละครพวก hero-to-evil transformation เป็นส่วนตัวเลยขอเขียนมาซะหน่อย (หลังจากไม่ได้เขียนฟิกอะไรมาตั้งสองปี แสดงว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่เลว)
ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ

.............................................

ท่ามกลางพายุฝนที่พัดกระหน่ำกลางค่ำคืนอันมืดมิด ปราสาทสีดำหมึนขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางป่ารกอย่างน่าพรั่นพรึง เสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณซึ่งถูกจองจำดังโหยหวนแว่วไปทั่วอาณาบริเวณ เป็นสถานที่ต้องห้ามอันเป็นที่รู้จักกันดีของชาวรูนมิดการ์ด ปราสาทนรกอันมีนามว่า "กลาสไฮม์" ที่พำนักและขุมกำลังแห่งจอมมารเจ้าแห่งนรกภูมิ... "ดาร์คลอร์ด"

ลึกลงไปในชั้นใต้ดินของกลาสไฮม์ ถูกเชื่อมไปยังห้องโถงขนาดยักษ์ซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางไสยดำของดาร์คลอร์ด หมอกแห่งความมืดปกคลุมทั่วจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เว้นเพียงตราเวทย์มนต์ที่เปล่งแสงสีแดงฉานราวโลหิตขนาดใหญ่บนพื้นเท่านั้น และที่นั่นเองที่เจ้าแห่งความมืดกำลังร่ายเวทย์อยู่อย่างคร่ำเคร่ง

"จงปรากฏกาย!! ทาสผู้เฝ้าประตูนรกผู้สื่อสัตย์ของข้า!!"
สิ้นโองการ พลันเสียงกรีดร้องเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นพร้อมกับรอยบิดเบี้ยวกลางอากาศ ก่อนที่ช่องว่างสีดำจะเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามลั่นของอสุรกายที่ค่อยๆย่างเท้าของมันออกมาจากประตูมิตินั้น เผยให้เห็นร่างของปีศาจสุนัขสามหัวสีดำหมึนขนาดยักษ์ บนหน้าอกและข้างลำตัวของมันมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่มีไอแห่งความมืดพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย อสุรกายยักษ์ส่งเสียงหอนดังโหยหวนด้วยหัวทั้งสามของมันก่อนที่มันจะล้มตัวทรุดร่างอันใหญ่โตลงแทบเท้าของดาร์คลอร์ดจนพื้นสะเทือนดังเลื่อนลั่น

"เจ้าเด็กพวกนั้นมันร้ายกาจนัก... ทำร้ายเจ้าได้ถึงขั้นนี้..." ดาร์คลอร์ดกัดกรามคำรามด้วยเสียงกราดเกรี้ยว พลางนึกถึงภาพที่นักบวชฝึกหัดสาวตัวน้อย "มิยูกิ แลนด์ฟอร์ด" และเจ้านักดาบหนุ่ม "เกรกอรี่ แมนนิงตัน " ร่วมกันใช้ท่าดาบแสงศักดิสิทธิ์ "เอสเพอสิออส คาลิเบอร์" เล่นงานปีศาจลูกสมุนที่แข็งเกร่งที่สุดตนหนึ่งของตน จนแทบจะสิ้นท่า

"ไม่ต้องเป็นห่วง เซอร์เบรัสลูกข้า" จอมปีศาจว่าเบาๆพลางแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากของปีศาจสุนัขที่กำลังหายใจรวยริน
"ข้าจะผนึกเจ้าไว้ในรูปของอาวุธปีศาจ รอวันที่วิญญาณของเจ้าจะได้ครอบครองร่างกายที่แข็งแกร่งอีกครั้ง" สิ้นคำ ดาร์คลอร์ดก็เริ่มร่ายมนตราผนึก วงเวทย์สีแดงฉานวาดตัวเองขึ้นรอบร่างยักษ์ของอสุรกาย ก่อนที่มวลความมืดมหาศาลจะผนึกตัวเข้าหลอมรวมกัน พุ่งเข้าสู่ร่างของเซอร์เบรัส เสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้อง เมื่อหมอกดำจากลงก็เหลือเพียงกรงเล็บสีดำคู่หนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ ออร่าสีดำแผ่ออกมาจากอาวุธปีศาจคละคลุ้ง ส่วนปลอกแขนของมันดูเหมือนเป็นโลหะสีดำแวววาว แต่หากจ้องเพ่งดูจะเหมือนตกลงไปในความมืดไร้ที่สิ้นสุด ด้านหลังมือนั้นมีส่วนที่โค้งนูนขึ้นเป็นดวงตาของสุนัขปีศาจสีแดงฉานที่ดูราวกับยังมีชีวิต ติดต่อกับกรงเล็บสี่ซี่ยื่นยาวออกมา ส่วนปลายของคมมีดมีหยดพิษสีดำสนิทไหลซึม เมื่อหยดลงสู่พื้นก็กัดกินหินพื้นหินไปจนเป็นรูลึก

"มิลล่า" ดาร์คลอร์ดเรียกหาดาร์คพรีสต์สาว อดีตศัตรูตัวฉกาจผู้เปรียบเสมือนมือขวาในตอนนี้
"ค่ะ ท่านดาร์คลอร์ด..." เสียงเยือกเย็นขานรับในชั่วอึดใจ ทั้งที่ก่อนหน้าที่เธอเองไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนั้น
"ข้าต้องการตัวผู้ที่เหมาะสมที่จะครอบครอง 'เซอร์เบรัส คลอว์' อาวุธปีศาจชิ้นนี้"
"ร่างกายที่แข็งแกร่ง ปราดเปรียว เพียบพร้อมด้วยพลกำลังและความว่องไว... ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ประชิดตัว และสามารถใช้ 'กรงเล็บ' ได้เก่งกาจที่สุด" ดาร์คพรีสต์มิลล่าจ้องมองอาวุธปีศาจที่ลอยคว้างอยู่พลางใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว

"ข้ารู้จักผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างที่สุด..." มิลล่าตอบพลางก้มหน้าลงแล้วเผยรอยยิ้มเยือกเย็นอย่างมีอารมณ์ขันราวจะหยอกล้อกับจอมปีศาจ
"...และก็เป็นการยากอย่างที่สุดที่จะเขาผู้นั้นจะมารับใช้ท่าน"

"หึ... นักบวชสาวแห่งแสงสว่างผู้เก่งกาจที่สุดยังมาเป็นสมุนในอาณัติของข้าได้ จะมีอะไรที่ข้าทำไม่ได้อีก! บอกข้ามาว่ามันเป็นใคร!" ดาร์คลอร์ดเย้ยกลับพร้อมกับตัดบท
ดาร์คพรีสต์สาวถอนใจเอื่อยๆก่อนจะเอ่ยตอบ
"พูดกันตามตรงแล้ว จิตใจของเขาแข็งแกร่งกว่าข้าในอดีตมากนัก และแน่นอนว่าท่านใช้ลูกไม้ง่ายๆอย่างการ 'ขืนใจ' เพื่อทำให้จิตใจของเขาเปราะบางถึงขีดสุดแบบนั้นไม่ได้" มิลล่าพูดถึงตนเองครั้งยังเป็นมนุษย์อย่างไม่ยี่หระ แสดงถึงความจำที่ยังคงครบถ้วน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการครอบงำของดาร์คลอร์ดนั้นสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
"เลิกอ้อมค้อมแล้วบอกข้าซะทีว่ามันเป็นใคร" จอมปีศาจคำราม เป็นสัญญาณให้มิลล่าทราบว่าเธอต้องตอบคำถามนั้นแล้ว ทั้งที่ลึกๆในจิตใจของเธอมีส่วนที่ไม่ต้องการจะให้คนผู้นั้นต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับเธอ แต่ในตอนนี้ความซื่อสัตย์ต่อดาร์คลอร์ดคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ถูกตราลงในวิญญาณของมิลล่า

"ซีดัส เอสเพอรอส แกรนด์มองค์ ออฟ พรอนเทร่า หัวหน้าผู้คุมกฏแห่งศาสนจักร อาจารย์ของข้าเอง"

........................................................

คืนนี้เป็นคืนข้างขึ้น ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างรำไรทำให้ความมืดในราตรีนี้พอเบาบางลงไปบ้าง แต่กระนั้นทหารเวรทุกนายแห่งอาณาจักรพรอนเทร่าก็ยังคงลาดตระเวณตรวจตราป้อมปราการที่รายล้อมเมืองอยู่อย่างแข็งขัน เช่นเดียวกับซีดัส มองค์สูงวัยผู้มีหน้าที่คอยกำกับการดูแลความเรียบร้อยภายในเมืองทุกคืน
"ประตูทิศใต้ เหตุการณ์ปกติครับ!" รายงานจากหัวหน้ากองสุดท้ายดังฉะฉาน
"ขอบใจมาก ถ้างั้นคืนนี้ฝากที่เหลือด้วยนะ" ซีดัสสั่งการก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังบ้านไม้หลังเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกของเมือง อันที่จริงคิงเด็นก็มักจะตัดพ้ออยู่บ่อยๆว่าให้เขาเข้าไปพักในห้องพักที่จัดเตรียมไว้ให้ในปราสาทเสียบ้าง แต่เขาก็รู้สึกสบายใจกว่าที่จะได้พักผ่อนในที่ๆตนคุ้นเคย นอกจากนั้นการฝึกฝนร่างกายยามค่ำคืนของเขา จะได้ไม่ต้องส่งเสียงรบกวนผู้ใดในเวลาหลับนอนเช่นนี้ด้วย

ซิดัสเปลี่ยนจากเครื่องแบบในหน้าที่เป็นชุดฝึกส่วนตัว เสื้อผ้าฝ้ายแขนสั้นที่เพิ่มความคล่องตัวเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อไหล่และลำแขนที่กำยำ แสดงให้เห็นว่าวัยห้าสิบมิได้บั่นทอนความแข็งแกร่งออกไปจากชายผู้นี้แต่อย่างใด กลับเป็นช่วงที่ความแข็งแกร่งของร่างกายและประสบการณ์การต่อสู้อันยาวนานหล่อหลอมเข้าด้วยกันอย่างเยี่ยมยอด

"ทริปเปิ้ลพันช์!! เชนคอมโบ!! .....เรจจิงธรัสต์!!" เสียงคำรามชื่อของท่วงท่าเพื่อให้จังหวะกับตัวเองดังขึ้นในลำคอของซีดัส ตามมาด้วยเสียงครืนลั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของผืนดินอันเกิดจากการกระแทกของหมัดสุดท้าย มองค์วัยกลางคนปาดเม็ดเหงื่อบนหน้าผากพลางมองไปยังหลุมกว้างบนพื้นดินหลายสิบหลุมเบื้องหน้า ในใจคิดว่าคงต้องทำอะไรซักอย่างกับมันก่อนที่ฮารี่เพื่อนสนิทจะผ่านมาเห็นแล้วเอ็ดเข้าซักวัน

"เซ็น!!" ซิดัสตั้งท่ารวบรวมพลัง พลันก็เกิดลูกแก้วแสงขนาดเท่ากำปั้น 5 ลูกปรากฏขึ้นวนล้อมรอบตัวของเขา ด้วยหมายจะใช้ดูดคืนกลับเข้าสู่ร่างของตนเองเพื่อฟื้นฟูพลังจิต เสี้ยววินาทีนั้นเองที่เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองจากพุ่มไม้ด้านหลังจึงวาดฝ่ามือหมุนตัวกลับไปด้านหลัง ชั่วพริบตาลูกแก้วแสงทั้งห้าก็พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย แต่เงาดำก็ทันที่จะกระโจนวูบขึ้นไปบนต้นไม้สูงด้านข้างอย่างเฉียดฉิว

นักบวชผู้เจนศึกหรี่ตามองฝ่าความมืดแหงนมองขึ้นไปยังต้นไม้ที่เงาดำหายตัวเข้าไปพลางตั้งท่าพร้อมรับมือ เป็นเวลาเดียวกับที่เขาสัมผัสได้ถึงไอปีศาจที่แผ่ออกมาจากผู้มาเยือนลึกลับ
"พวกกองทัพปีศาจ... ผ่านกำแพงเวทย์มนต์ของพรอนเทร่าเข้ามาได้ ระดับสูงสินะ..." ซิดัสคำรามกับตัวเอง
"มัวหดหัวอยู่ทำไมล่ะ! หรือถ้าเพียงสอดแนม ก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าจะรอดกลับไปได้!" ว่าแล้วเขาก็พุ่งตัวเข้าไปหาต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นอยู่หมายจะโค่นมันลงเพื่อกำจัดที่หลบซ่อนของศัตรู

"เลือดร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ อาจารย์ของข้า ไม่สิ... หลวงพ่อซิดัส" เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยทำให้ชายกลางคนต้องชะงักไป หากแต่ครั้งสุ้มเสียงนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยแฝงความอบอุ่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

"เจ้า... ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ..." นักบวชกำหมัดก้มหน้าลงอย่างแค้นใจ ไอปีศาจและความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว ได้ทำให้เขารู้ว่าสิ่งเลวร้ายที่เคยภาวนาไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ผู้เก่งกาจได้เกิดขึ้นเสียแล้ว

"ไม่ได้พบกันเสียนานนะคะ หลวงพ่อ" เสียงเย็นเยียบเปลี่ยนทิศมาจากด้านหลัง ก่อนที่ซิดัสจะค่อยๆหันกลับไปพบ นักบวชสาวในชุดสีดำสนิท ผิวกายของเธอกลายเป็นสีเทาซีด แต่ริมฝีปากบางและดวงตานั้นกลับมีสีแดงโชญอย่างน่าขนลุก

"มิลล่า..." ซิดัสเอ่ยนามอดีตลูกศิษย์สาวอย่างอยากลำบาก ลำคอของเขาในตอนนี้แห้งผาก อยากให้ภาพเบื้องหน้าเป็นเพียงมายาแต่ก็รู้ดีว่ามันคือความจริง ซิดัสสูดหายใจลึก ตั้งสติเข้าที่ ลดหมัดลงเป็นท่ายืนแต่กล้ามเนื้อทุกมัดยังเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

"มัน! ดาร์คลอร์ด! มันทำอะไรกับเจ้า! ตอบข้ามา! มิลล่า!" นักบวชถามกึ่งตะโกน
"ข้าเสียใจค่ะ อาจารย์... หลวงพ่อซิดัส เป็นความประมาทของข้าเอง..." ดาร์คพรีสต์หลบสายตาเล็กน้อย เธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเรียกมองค์ผู้เคยสั่งสอนว่าอาจารย์ เพราะเข้าใจว่าด้วยสถานะในตอนนี้ทั้งสองไม่สามารถนับศิษย์อาจารย์กันได้อีกต่อไป
"แม้แต่เจ้ายังต่อต้านมันไม่ได้เชียวหรือ มิลล่า..." ซิดัสถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกเห็นใจอดีตลูกศิษย์สาวอย่างเป็นที่สุด
ดาร์คพรีสต์สาวหลับตาส่ายหน้าแทนคำตอบ "คงเป็นโชคชะตาค่ะ ในตอนนี้ข้าอยู่เพื่อรับใช้ท่านดาร์คลอร์ดเท่านั้น" มิลล่าว่าช้าๆพลางยื่นมือไปข้างหน้า ไบเบิ้ลสีดำสลักปกด้วยรูปกางเขนกลับหัวและกะโหลกมนุษย์ก็ค่อยๆปรากฏขึ้นจากความมืด

"ได้สิ มิลล่า..." ซิดัสพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะคว้าเอาสนับสีทองที่เหน็บอยู่ข้างกายขึ้นมาสวม แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม
"นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะให้เจ้าได้ในฐานะอาจารย์!" มองค์เฒ่ากัดกรามกรอด เขาได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของการครอบงำวิญญาณของดาร์คลอร์ด ณ ที่นี้แล้ว และรู้ดีว่าในเบื้องลึกนั้น วิญญาณที่แท้จริงของมิลล่ากำลังรอที่จะถูกปลดปล่อย และมีเพียงทางเดียวที่จะทำได้...

"ข้าจะปลดปล่อยเจ้าเอง" ซิดัสว่าพลางย่างสามขุมเข้าไปหามิลล่าด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

ชั่ววูบหนึ่งที่แววตาของดาร์คพรีสฉายแววสะเทือนใจและรอยยิ้มชื่นชมในตัวผู้เป็นอาจารย์ แต่ก็กลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอหรี่ลงเหมือนกับสุนัขจิ้งจอกที่วางแผนการบางอย่างอยู่ภายใน ทันใดนั้นเองซิดัสก็เริ่มพุ่งตัวเข้าหาเธอแล้วระดมหมัดชุดเข้าใส่อย่างไม่ให้ทันตั้งตัว สนับมือที่ทำจากโลหะศักดิ์สิทธิ์เฉียดผิวกายของเธอ ทำให้เกิดแผลไหม้ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของเผ่าปีศาจต่อธาตุศักดิสิทธิ์ มิลล่ากระโดดถอยหลังแล้วดีดตัวออกด้านข้างแต่ซีดัสก็ถีบตัวตามไปติดๆ คราวนี้เธอเริ่มใช้มือและขาปัดป้องการจู่โจมจากมองค์เฒ่าบ้าง

"ต้องอย่างนี้สิ มิลล่า" ถึงจะอยู่ในภาวะที่เคร่งเครียด แต่ซีดัสก็อดแสดงความชื่นชมลูกศิษย์สาวไม่ได้ ถึงเธอจะมุ่งมันศึกษาด้านมนตรา แต่เรื่องการต่อสู้ประชิดตัวเธอก็ยังคงมีทักษะดีเยี่ยม หนำซ้ำร่างกายของปีศาจก็ยังเพิ่มพละกำลังและความว่องไวในกับเธอ ทำให้ซีดัสตระหนักว่าถ้าเขาไม่ลงมือจริงจัง การต่อสู้นี้คงต้องยืดเยื้อเป็นแน่

โครม!!
ซิดัสกระทืบเท้าลงพื้นอย่างรุนแรงโดยอาศัยการสืบเท้าตามจังหวะโจมตี แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเพียงพอที่จะทำให้ดาร์คพรีสต์เสียจังหวะรับมือ ชั่วพริบตานั้นเขาก็เคลื่อนตัวเข้าประชิดแล้วปล่อยหมัดซ้ายสามจังหวะเข้าไปที่หน้าอกของมิลล่าอย่างจัง เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอลอยจากพื้นหมัดขวาอันหนักหน่วงก็กระแทกตามซ้ำจนร่างของมิลล่าปลิวไปด้านหลัง ไม่รอช้า นักบวชก็พุ่งทะยานตามร่างของมิลล่าไปจนอยู่เหนือร่างของเธอที่ยังไม่ตกถึงพื้น ปราณมหาศาลควบแน่นเข้าที่หมัดขวาในขณะที่มันถูกง้างขึ้นหมายจะกระแทกเป้าหมายลงสู่พื้นเพื่อปิดฉากการโจมตีต่อเนื่อง

เปรี้ยง!!
เสียงของการกระแทกดังขึ้น แต่แทนที่ร่างของหญิงสาวจะกระแทกลงไปฝังแน่นกลับพื้นตามความคาดหมาย กลับเป็นหมัดของมองค์เฒ่าที่กระดอนออกไปอย่างรุนแรงจนตัวเขาถึงกับเซกลับหลัง

"ไครี่...เอลีซอง... ถึงกับดัดแปลงมันได้...งั้นรึ" ซีดัสพึมพำกางมือเพื่อรวมพลังรักษาลงบนหมัดขวาของตนเองที่กำลังชุ่มไปด้วยเลือด

"น่าประทับใจไม่น้อยใช่มั้ยคะ ไครี่ รีเฟลคทิโอ เวทย์มนต์ใหม่ที่ข้าเพิ่งคิดค้นได้" ดาร์คพรีสยิ้มตอบพลางลุกขึ้นปัดฝุ่นบนชุดคลุมอย่างไม่ยี่หระ กระนั้นก็ยังมีคราบเลือดสีดำติดค้างอยู่ที่มุมปากของเธอ เป็นหลักฐานว่าการโจมตีของซีดัสเมื่อครู่ไม่ได้สูญเปล่าทั้งหมด"
"ข้าประมาทเองที่ไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะสู้กับผู้ชำนาญยุทธประชิดตัวอย่างท่าน ขอให้ข้าได้แก้มือสักหน่อยก็แล้วกันนะคะ" ไบเบิ้ลดำกางเปิดออกอีกครั้ง หน้ากระดาษของมันพัดพริ้วก่อนจะหยุดชะงักอยู่ที่หน้าหนึ่ง

"ซาตานิคัส แองเจลัส" เสียงแผ่วเบาขานขึ้นพร้อมกับ แสงสีเทาหม่นที่ครอบคลุมตัวของมิลล่าที่เปล่งประกายคล้ายรูประฆังคว่ำ ก่อนที่มันจะเลือนหายไปพร้อมกับเสียงระฆังแว่ววังเวงชวนขนลุก

ซิดัสชายตามองคาถาของดาร์คพรีสพลางตระหนักถึงอิทธิฤทธิ์ในการป้องกันของมัน เพียงคาถาต้นตำหรับที่ใช้โดยมิลล่าโดยปกติก็ขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกันอันท่วมท้นแล้ว หากเป็นภาคปรับปรุงของมันอีก ผลลัพท์ของมันจะยิ่งทวีคูณแค่ไหนก็ยากที่เขาจะจินตนาการได้ ซิดัสขยับตัวเข้าท่าพร้อมอีกครั้ง และขณะที่เขากำลังพุ่งตัวเข้าไปเพื่อเริ่มการต่อสู้ยกสองนั้นเอง

"ลิเลียและคาเรน"

นามทั้งสองที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากปากของดาร์คพรีสต์สาว ทำให้หมัดของนักบวชหยุดชะงักทันที นักบวชสาวเผยรอยยิ้มเยือกเย็นอีกครั้งเมื่อปฏิกิริยาตอบสนองของฝ่ายตรงข้ามเป็นไปตามที่คาดคิด

"ท่านกำลังต่อสู้เพื่ออะไรคะ หลวงพ่อซิดัส..." มิลล่าว่าช้าๆพลางหันเดินวนไปด้านข้าง ไม่แยแสต่อท่าทีของซีดัสที่อาจพุ่งเข้ามาจู่โจมได้ทุกเมื่อ
"...ความดีงาม... ความสงบสุข... ความภาคภูมิ... หรือ...การล้างแค้น..."

แม้จะไม่มีคำตอบจากปากของมองค์เฒ่า แต่แน่นอนว่าคำตอบที่ชัดเจนอยู่ภายในใจของซีดัสอยู่ตลอดเวลา... ไฟแค้นที่ยังคงคุกรุ่นมาตลอด 20 ปี ลิเลียและสเตฟาน.... ภรรยาและลูกสุดที่รักของเขาที่ต้องตายไปเพราะการรุกรานจากกองทัพปีศาจ ตราบใดที่ยังไม่สามารถกำจัดดาร์คลอร์ดและเหล่าปีศาจให้สิ้นไปจากโลกได้ เพลิงแค้นนี้คงไม่สามารถดับลงได้

มิลล่าเหลือบตามองท่าทีของฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงเอ่ยต่อ ในขณะที่ยังคงเดินช้าๆเป็นวงรอบอดีตอาจารย์
"การสูญเสียคนที่เรารักมันช่างน่าเจ็บปวดนะคะ ข้าเองก็เคยรู้สึถึงความเจ็บปวดนี้ จนกระทั่งได้รับความเมตตาจากท่านดาร์คลอร์ด..."

คำพูดของมิลล่า ทำให้ซิดัสขนลุกเกรียวด้วยความกลัวอย่างยิ่งที่คำพูดต่อไปจะตามมาด้วย หนทางที่เขามีความปรารถนามาเนิ่นนานแต่ต้องเก็บซ่อนไว้ไม่ให้แม้แต่ใจของตนเองได้คิดถึงมัน

"ใช่แล้วค่ะ ท่านดาร์คลอร์ดได้ให้ข้าได้พบกับท่านพ่อท่านแม่ที่เสียไปในสงคราม และให้ข้ามีโอกาสได้พบกับชายที่ข้าถวิลหาอีกครั้ง..." ดาร์คพรีสต์ว่าต่อ พลางสืบเท้าก้าววนรอบซีดัสต่อไปจนเกือบจะครบรอบ

"...และในครั้งนี้ท่านได้ให้ข้ามามอบข้อเสนอแก่ท่าน.... หลวงพ่อซิดัส..." สิ้นคำ มิลล่าก็หันกลับมาสบตากับซีดัสอย่างเต็มที่ แนวตาสีแดงของเธอเปล่งประกายราวกับมีมนต์ขลังที่จะดึงดูดวิญญาณให้ตกลงสู่ภวังค์

"..ม..ไม่มีทาง..." ซิดัสระล่ำละลัก หลังจากถอนสายตาออกจากดวงตาเปี่ยมมนต์สะกดของดาร์คพรีสต์ พลางหายใจหอบ เหงื่อเม็ดโตไหลลงจากขมับสู่ปลายคาง

มิลล่าซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้ภายใน "ความรู้สึก" เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ง่ายดายเสมอต่อการควบคุม นี่คือสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการเปลี่ยนสถานะมาเป็นปีศาจ
"...ฟังข้อเสนอก่อนสิคะ ท่านดาร์คลอร์ดชื่นชอบผู้ที่มีความสามารถ จึงอยากมอบสิ่งพิเศษให้แก่หลวงพ่อ... โอกาสที่จะได้พบกับภรรยาและลูกของท่านอีกครั้ง... เพียงแค่ท่าน..."

"หุบปาก!!" ซิดัสตะโกนลั่นอย่างเหลืออด แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ดาร์คพรีสต์อย่างฉับพลัน
"เจ้าไม่ใช่มิลล่าลูกศิษย์ข้าอีกต่อไป! เจ้าจอมปีศาจนั่นมันเปลี่ยนเจ้าจนไม่เหลือความเป็นคน! ข้าจะปลดปล่อยเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ!" ด้วยความโกรธ ซีดัสระดมหมัดชุดและท่าต่อเนื่องเข้าใส่มิลล่าอย่างไม่ยั้งมือ ความเร็วอันเหลือเชื่อทำให้มิลล่ารู้ดีว่าเธอสิ้นหนทางจะหลบหรือปัดป้องได้ทันในคราวนี้ แต่คาถาป้องกันอันทรงพลังที่ร่ายไว้เมื่อครู่ ก็ทำให้เธอแทบไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเท่าใดนัก

มองค์เฒ่าสังเกตเห็นการโจมตีที่ถูกทอนกำลังของตัวเองดี จึงจับนักบวชสาวทุ่มลงบนพื้นหวังจะให้บาดเจ็บด้วยการหักของกระดูก แต่ก็ไม่เป็นผล ฟุ่นผงจากการปะทะคละคลุ้ง ร่างบอบบางของมิลล่าแผ่อยู่กับพื้นในขณะที่ซิดัสรวบคอของเธอขึ้นด้วยมือข้างเดียวและบีบลงไปเต็มแรง

"...ใช่แล้ว...ปีศาจ...ในตัวท่าน..." ดาร์คพรีสต์ยังคงยิ้มเยือกเย็น แม้ว่าเลือดจะเริ่มไหลท้นออกมาจากปากของเธอ สร้างความเดือดดาลเป็นทวีคูณให้กับซีดัส

"เกราะหนานักใช่มั้ย!! ดีล่ะ!!" นักบวชเฒ่าคำรามอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นรวมพลัง เตรียมใช้ "ออคคัลท์ อิมแพคชั่น" ท่ากระแทกจากภายในซึ่งจะใช้ผลรุนแรงมากกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังป้องกันสูง และท่านี้ยังสามารถทะลวงพลังเวทย์มนต์ได้ทุกชนิดอีกด้วย

ปึงง!!!
ฝ่ามือเปี่ยมกระแสปราณกระแทกลงไปบนหน้าอกของหญิงสาวอย่างรุนแรง เลือดสีดำไหลทะลักออกจากปากและจมูกของดาร์คพรีสต์ทันทีเป็นสัญญาณว่าอวัยวะภายในของเธอน่าจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก

"หลับซะเถอะ...มิลล่า..." ซีดัสว่าเบาๆในขณะที่มือซ้ายประคองร่างหญิงสาวเอาไว้พลางจ้องหน้าของเธอ... รอยบีบที่คอเมื่อครู่ยังคงทิ้งจ้ำสีดำไว้ ทำให้ซีดัสระลึกได้ถึงความอ่อนหัดของตัวเองที่ควบคุมความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ไม่ได้

แปะๆๆๆ
เสียงปรบมือเป็นจังหวะช้าๆ ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ซีดัสสะดุ้งโหยง ก่อนที่สายตาจะตวัดกลับไปหาต้นเสียง ซีดัสก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตนเองกลับกำลังอยู่ในห้องปิดที่บุด้วยหินสีดำมะเมื่อมเสียแล้ว

"ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทของข้า แกรนด์มองค์ซีดัส" เจ้าของเสียงปรบมือว่าขึ้นอย่างทันควัน เมื่อซีดัสหันกลับไปมองก็พบกับร่างของปีศาจผู้น่าสะพรึงกลัวที่สุดที่ไม่เคยจะเลือนหายไปจากความทรงจำได้

"ดาร์คลอร์ด!! แก!" นักบวชพยายามตั้งสติเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเบื้องหน้า และสะกดความกลัวที่มีต่อจอมปีศาจตนนี้เอาไว้ ทั้งที่ในสมองยังสับสนว่าเหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ได้

"ทำได้ดีมากมิลล่า ไร้รอยขีดข่วนอย่างที่ข้าต้องการ ว่าแต่เจ้าเถอะ สะบักสะบอมไม่เบานี่นะ หึๆ" ดาร์คลอร์ดเปรยติดเสียงหัวเราะ ในลำคอ พลางปรายตาไปยังร่างที่อยู่ด้านหลังซิดัส

"ฝีมือของหลวงพ่อน่ะ เป็นของจริง ข้าเองก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะค่ะ" เสียงดาร์คพรีสที่ควรจะสิ้นใจไปแล้วกล่าวตอบเนิบๆ ทำให้ซิดัสหันกลับไปอย่างพรึงเพริด
"เป็นไปได้ยังไง..."

"เปล่าค่ะ หลวงพ่อซิดัส... การโจมตีของท่านสมบูรณ์แบบ เพียงแต่หากท่านใส่ใจกับคาถาประตูมิติของข้าอีกซักหน่อย ข้าก็คงจบชีวิตอยู่ที่นั่น" มิลล่าอธิบายพลางยกมือปราม
"เมื่อกลับเข้ามาสู่แดนปีศาจ การฟื้นตัวของพวกเราก็เพิ่มขึ้นนับสิบๆเท่า เรื่องที่จะตายในอาณาเขตของเราเองนั้นคงไม่มี"

"เวทย์เคลื่อนย้ายต้องใช้เวลาในการสร้างวงเวทย์ และยังต้องขึ้นกับความประสงค์และการกำหนดเป้าหมายจากผู้ท่องผ่าน! เรื่องแบบนี้!?" ซิดัสจ้องไปยังดาร์คพรีสสาวเขม็ง ทันได้นั้นเขาก็นึกถึงท่าทีของมิลล่าที่เดินเป็นวงช้าๆไปรอบตัวเขา ขณะที่ปากยื่นข้อเสนอของดาร์คลอร์ด
"...ไม่จริงน่ะ..."

"...ช่วงนั้นแหละค่ะ หลวงพ่อ... ในเรื่องของการกำหนดเป้าหมายข้าได้ปรับปรุงให้มนต์เคลื่อนย้ายสามารถตั้งพิกัดปลายทางได้ด้วยตัวผู้ร่ายเพียงคนเดียวแล้ว... ส่วนเรื่องของความปรารถนานั้น...." นางหยุดคำก่อนจะเผยรอยยิ้มเยือกเย็น ปรายตาไปยังซิดัส

"ท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่มีความปรารถนาเลยที่จะได้พบท่านดาร์คลอร์ด หลังจากได้ฟังข้อเสนอของข้า"
ได้ยินดังนั้นซิดัสก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ... ดวงตาตะลึงเบิกค้าง

"ซีดัสเอ๋ย... การที่เจ้ามาถึงที่แห่งนี้ได้ก็เป็นเพราะใจเจ้ามีความปรารถนาที่จะพบข้า ที่จะรับฟังข้อเสนอของข้า อย่าปกปิดความต้องการในใจตนเองไปเลย..." ดาร์คลอร์ดพูดเสียงต่ำ ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเช่นเคย

"ไม่..." ซิดัสก้มหน้า หมัดทั้งสองกำแน่น สั่นเทิ่มด้วยความโกรธ แต่จากที่มีต่อศัตรูเบื้องหน้าหรือต่อตนเองนั้น ไม่อาจทราบได้

"ฟังก่อนซี้... สิ่งที่ข้าต้องการจากตัวเจ้าเพื่อแลกกับการที่จะได้พบหน้าเมียและลูกก็เพียงแค่..."
"ไม่!!"

"อาจารย์ของเจ้านี่ไม่รู้จักฟังความให้จบเลยนะมิลล่า" ดาร์คลอร์ดพูดพลางยักไหล่และถอนหายใจเอือมๆ ราวกับจะหยอกล้อกับซิดัส
"อ้า...จริงสิ... กับลูกค้าแบบนี้ต้องให้ทดลองสินค้าดูก่อนสินะ.... ข้าล่ะลืมไป..." จอมปีศาจทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือเบาๆ ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะแหงนหน้าขึ้น ตะโกนเสียงดังก้องวานเหมือนจะให้ได้ยินไปทั่วขุมนรกทั้งเก้า
"ลิเลีย เอสเพอรอส!! คาเรน เอสเพอรอส!!"

"ไม่นะ!! ไม่!!" ซิดัสเอื้อมมือไปข้างหน้าเหมือนจะหยุดยั้งการกระทำของดาร์คลอร์ด แต่ก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับตัวได้อย่างที่ต้องการ

"จงปรากฏกาย... ต่อหน้าข้า..." ดาร์คลอร์ดจบคำสั่งด้วยเสียงเย็นเยียบ ฉีกยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะเดินหันหลังกลับขึ้นไปนั่งอย่างสบายอารมณ์บนบัลลังค์กระโหลก ไม่นานนักควันสีแดงก็สองกลุ่มก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะผนึกร่างเป็นหญิงสาวสูงวัย และเด็กชายคนหนึ่ง

"...ไม่นะ..." ซิดัสทรุดตัวลงอย่างสิ้นหวัง มันเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดก็จริง แต่ไม่ใช่แบบนี้....

"...คุณคะ..."
"...คุณพ่อขา..."
ร่างทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ซิดัสที่กำลังสับสน ใจหนึ่งอยากโผเข้ากอดคนรักที่อยู่เบื้องหน้า แต่อีกใจหนึ่งคิดว่านี่คงเป็นเพียงภาพมายาที่ดาร์คลอร์ดสร้างขึ้น จึงได้แต่ก้มหน้าลง ไม่กล้ามองไปยังใบหน้าและรูปร่างที่คุ้นเคยนั้น

"ข้า...รอวันนี้มาตลอด... วันที่จะได้พบท่านอีกครั้ง..." ลิเลีย ภรรยาของซีดัสเอ่ยด้วยเสียงอ่อนหวานเช่นเคย ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงใกล้ๆแล้วโอบกอดร่างใหญ่ของซีดัสอย่างถวิลหา
"พ่อขา...หนูคิดถึงพ่อ" สาวน้อยร้องไหโฮ พุ่งเข้ากอดลำแขนของนักบวชเช่นกัน

ซิดัสยังคงก้มหน้า ไม่กล้าสบตากับสิ่งที่เขารู้ดีว่าเป็นเพียงแค่ภาพมายา น้ำตาซึมออกมาจากสองเบ้า เสียงในลำคอแหบเครือ...
"...มัน...มัน..ไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย...โอ้...พระเจ้า...โปรดมอบความเข้มแข็งให้แก่ข้า..."

"เงยหน้าขึ้นสิ ที่รัก...ขอให้ข้าได้เห็นหน้าของท่านหน่อย... ข้าคิดถึง...คิดถึงท่านเหลือเกิน...."
"เป็นอะไรไปคะคุณพ่อ คุณพ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ..." เด็กน้อยพูดเสียงเครือ
"ได้โปรดเถอะที่รักของข้า ท่านสิ้นรักข้าแล้วหรือ... แม้เพียงสบตาข้าท่านก็ยังรังเกียจเช่นนั้นหรือ... ทั้งที่ตลอดเวลาอันยาวนานข้าคิดถึงท่านทุกลมหายใจ" ครั้งนี้เสียของนางเริ่มเครือบ้าง
"พ่อคะ... ฮือๆๆๆ"

"หายไปซะ!!!" ซิดัสตะโกนลั่นพร้อมกับสะบัดลำแขนออกอย่างรุนแรงหมายจะให้ภาพลวงตาตรงหน้าเลือนหายไป แต่กลับรู้สึกได้ถึงสัมผัสของร่างบอบบางที่ถูกกระแทกจนถอยล้มลงทำให้เขาสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นมอง

"ซิดัส...ท่าน... แม้เมื่อครั้งยังมีชีวิต ท่านก็ไม่เคยทำรุนแรงกับเราแม่ลูกอย่างนี้..." ลิเลียตัดพ้อเสียงเครือ น้ำตาเริ่มไหลรินออกอาบนวลแก้มเนียนขาว
"พ่อเขา...ไม่รักเราแล้วล่ะลูก..." นางกอดบุตรสาวไว้เต็มรัก แล้วทั้งสองก็เริ่มร่ำไห้อย่างน่าเวทนา ทิ้งให้ซิดัสทรุดตัวอยู่กับพื้นมองมาด้วยความสับสน หัวใจของนักบวชเต้นแรง ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อกาฬไหลชุ่มโชกใบหน้า ได้แต่อ้าปากค้างอย่างที่ไม่รู้ว่าจะเปล่งถ้อยคำใดออกมาได้

"...เฮ้อ...แย่จริงๆ...." ดาร์คลอร์ดที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่พักหนึ่งถอนใจ พลางลุกจากบัลลังค์เดินลงมาหาสองแม่ลูกที่กอดกันคุดคู้อยู่
"ในเมื่อลูกค้าไม่พอใจสินค้า...ก็ต้องเก็บกลับคืนสินะ..." จอมปีศาจว่าด้วยเสียงเย็นเยียบพลางทรุดตัวลงด้านหลังของลิเลียแล้วจิกผมของหญิงสาวดึงไปด้านหลัง ก่อนจะหันไปสบตากับซีดัสพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายอย่างที่สุด

"หยุดนะ!!" ซิดัสตะโกนพร้อมกับพุ่งตัวเข้าใส่ดาร์คลอร์ดทันที แต่ทันใดนั้นเองร่างของผีดิบและชุดเกราะปีศาจมากมายก็ปรากฏขึ้นรายล้อมตัวเขา ขวางทางที่จะมุ่งไปหาราชาปิศาจอย่างหนาแน่น

"หลีกไป!!" มองค์เฒ่าวาดกระบวนท่าต่อยผีดิบอย่างรุนแรง จริงๆแล้วแค่พวกกูล หรือซอมบี้นักโทษไม่ใช่คู่มือของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ซิดัสรู้สึกได้ถึงพลังโจมตีของเขาที่ถูกลดทอนลงในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมืดนี้ ระหว่างที่กำลังสาละวนกับผีดิบที่กรูเข้ามาหารอบข้างนั้นเอง เสียงหวีดร้องของหญิงสาวก็ดังขึ้นทำให้ซีดัสต้องหันกลับไปมอง
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เข้าต้องชะงัก หมาป่าปีศาจห้าตัวกำลังห้อมล้อมลูกและภรรยาของเขา ราวกับถูกย้อนอดีต ภาพร่างไร้ชีวิตของลูกเมียที่ถูกสัตว์ร้ายฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆแวบเข้ามาให้สมองของนักบวช ทำให้ซิดัสแทบจะคุ้มคลั่ง เขารวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดซัดเหล่าผีดิบที่ขวางทางออกไป แต่ด้วยจำนวนที่ท่วมท้นเข้ามาทำให้แทบไม่สามารถจะคืบหน้าไปช่วยคนที่รักทั้งสองได้ เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งเมื่อหมาป่าตัวหนึ่งกัดกระชากคอของเด็กน้อยออกจากอ้อมอกของมารดา ในขณะที่เธอเองก็ถูกหมาป่าอีกสองตัวงับเข้าที่แขนและขา เลือดสีแดงสดพุ่งออกเป็นสาย ซิดัสตาเบิกโพลงตะลึงค้างก่อนจะรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่กระโดดขึ้นฝ่าพุ่งไปหาลูกเมียเพื่อไม่ให้ภาพในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีก แต่แล้วตัวของเขาก็ถูกเหล่าผีดิบมากมายดึงขาและรวบตัวคว้าเอาไว้ได้ พวกมันรวมกลุ่มกันกดเขาลงกับพื้น ปล่อยซิดัสได้เห็นภาพอันโหดร้ายและเสียงกรีดร้องของคนที่รักทั้งสองที่กำลังถูกกระฉากทึ้งกินทั้งเป็น โดยที่เขาทำได้เพียงยื่นมือขวาไปข้างหน้า พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเคลื่อนที่ไปช่วยชีวิตครอบครัวให้จงได้

"...ปล่อยไว้อย่างนี้จะดีรึ" ราวกับเหตุการณ์ทุกอย่างถูกหยุดเวลา ทั้งเหตุการณ์น่าสยดสยองเบื้องหน้าและเหล่าผีดิบที่กรูกันกดทับร่างของเขาเอาไว้ ชั่วเวลานั้นเองเสียงกระซิบเบาๆจากจอมปีศาจก็ดังขึ้นที่ข้างหู
"เจ้าคงไม่ยอมให้โศกนาตกรรมในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีก จริงไหม?" ดาร์คลอร์ดว่าพลางวาดนิ้วเป็นวงกลมช้าๆ ทันไดนั้นปลอกแขนกรงเล็บสีดำก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
"ข้าจะให้เจ้ายืมสิ่งนี้... มันจะมอบพลังมหาศาลให้เจ้า... จงใช้มันเพื่อช่วยครอบครัวของเจ้าเถอะ...." เสียงเนิบๆแฝงไว้ด้วยอำนาจสะกดของดาร์คลอร์ดแว่วขึ้นต่อ ในขณะที่กรงเล็บแห่งเซอร์เบรัส ลอยตัวต่ำลงเบื้องหน้าซิดัส เขารู้สึกได้ทันทีถึงพลังอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในอาวุธชิ้นนี้ แม้มันจะแฝงด้วยพลังแห่งความมืดอันเต็มเปี่ยมแต่ขณะนี้ซิดัสไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เขาเพียงต้องการจะช่วยชีวิตของลูกเมียที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
"มอบมัน...ให้ข้า..."
"ต้องงี้สิ" จอมปีศาจว่าอย่างพึงใจแล้วดีดนิ้วเปาะ ทันใดนั้นกรงเล็บทมิฬก็ปรากฏสวมบนแขนทั้งสองข้างของมองค์เฒ่าทันที ซิดัสสัมผัสได้ทันทีถึงพลังที่หมุนเวียนกระจายทั่วร่างก่อนจะรวบรวมปราณ ต่อยลงบนพื้นอย่างรุนแรงทำให้เกิดแรงระเบิดอัดเอาผีดิบนับร้อยจนร่างฉีกขาดกระเด็นปลิวไปคนละทิศละทาง ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวไปยังฝูงหมาป่าปีศาจที่กำลังกัดทึ้งร่างลูกเมียของเขาอยู่ ซึ่งพวกมันก็ไม่ใช่คู่มือของซิดัสแม้แต่น้อย เขาประคองร่างของคนทั้งสองขึ้นในอ้อมกอดเมื่อยังเห็นว่าทั้งคู่ยังมีลมหายใจ แม้จะมีบาดแผลฉกรรจ์ตามแขนขาหลายแห่ง นักบวชก็ลงมือร่ายเวทย์รักษาบาดแผลเหล่านั้นทันที

"ซิดัส..." ลิเลียยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของสามี สีหน้าของเธอเริ่มดีขึ้นมาบ้าง
"ท้ายที่สุดท่านก็ไม่ทอดทิ้งพวกเรา ข้าดีใจเหลือเกิน..." นางว่าต่อด้วยน้ำเสียงปิติยิ่ง
"พ่อขา...หนูกลัว..." สาวน้อยร้องไห้อีกครั้งกลางซุกตัวเข้าแนบอกของผู้เป็นบิดา ทำให้ซิดัสกอดร่างทั้งสองกลับอย่างแนบแน่นขึ้นอีก
"พ่อขอโทษ...ลูกรัก...ลิเลีย...ข้า..ขอโทษจริงๆ" ซิดัสสะอื้น ในตอนนี้เขาทั้งความปิติระคนเสียใจที่ทำให้คนที่รักทั้งสองต้องเผชิญกับความเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า
"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ...ยอดรักของข้า... ต่อไปนี้พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง..." นางยกตัวขึ้นซบบ่าของซิดัส โอบกอดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้อย่างแนบแน่น
"...อยู่ด้วยกัน... อย่างนั้นรึ..."
"ใช่ค่ะ... พวกเราจะร่วมกันรับใช้ท่านดาร์คลอร์ด" เสียงพูดของนางยังนุ่มนวล แต่คำพูดนี้กลับทำให้ดวงตาของซิดัสเบิกโพลง หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อรู้ตัวว่าเสียทีให้กับอุบายร้ายของจอมปีศาจเสียแล้ว
"ไม่ใช่! เจ้าไม่ใช่ลิเลียของข้า!!" ซิดัสพยายามผละตัวออกจากร่างทั้งสองที่โอบกอด แต่สายเกินไป ร่างลูกและเมียของเขากลับกลายเป็นอณูวิญญาณของดาร์คอิลลูชั่น ร่างแยกของดาร์คลอร์ด ที่กำลังแทรกซึมเข้าไปในร่างกายกำยำนั้น ในขณะที่เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้แม้แต่น้อย

"ไม่!! ไม่!! ไม่!!!!!!!" ซีดัสกู่ร้องเสียงกึกก้อง เสียงสุดท้ายของเขากลายเป็นเสียงคำรามที่แฝงด้วยความกราดเกรี้ยวของเซอร์เบรัส ในขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง กรงเล็บปีศาจผนึกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับแขนทั้งสองข้างของเขา เปลี่ยนปลายนิ้วของมนุษย์ให้กลายเป็นกรงเก็บแหลมคมของปีศาจ ผิวหนังของแขนทั้งสองแปรเปลี่ยนเป็นสีดำเช่นเดียวกับกรงเล็บ กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตัวขึ้นเป็นมัด ส่วนผิวกายแปรเป็นสีเทาซีดเช่นเดียวกับดาร์คพรีสต์มิลล่า เส้นผมและเคราสีเทาของเขาในตอนนี้กลับเป็นสีดำสนิทจนน่าพรั่นพรึงราวกับขนของเซอร์เบรัส ซิดัสกุมขมับพยายามต่อต้านวิญญาณของดาร์คอิลลูชั่นที่แทรกแทรงเข้าเกาะกุมวิญญาณของตน ในขณะที่ดาร์คลอร์ดก็ย่างสามขุมเข้ามา หมายจะทักทายกับสมุนที่ซื่อสัตย์ตนใหม่

"อาชูร่า สไตรค์!!"

พริบตานั้นเองที่ซิดัสกัดฟันรวบรวมกำลังด้วยสติเฮือกสุดท้าย ปลดปล่อยพลังทั้งหมดหมายจะปลิดชีพจอมปีศาจเพื่อยุติความเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาและโลก เสียงระเบิดดังกัมปนาทเลือนลั่น ทลายบัลลังค์ของดาร์คลอร์ดและกำแพงด้านหลังไปสิ้น แรงระเบิดทะลวงจากชั้นใต้ดินของกลาสไฮม์ปะทุออกมาถึงภายนอกจนเกิดเสียงดังสนั่นข่มเสียงฟ้าร้องกระจายไปทั่วน่านฟ้าแห่งรูนมิดการ์ดตะวันตก

"...ร้ายกาจจริงๆ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลย ฮ่าๆๆๆ" ดาร์คลอร์ดเปล่งเสียงหัวเราะชอบใจ พลางมองออกไปยังรูโหว่ขนาดใหญ่ที่แผ่ออกไปเป็นวงกว้างจนเห็นท้องฟ้าภายนอก
"...น่าเสียดายนะซิดัส หมัดสุดท้ายของเจ้าถูกปล่อยออกมาหลังจากตัวเจ้าเปลี่ยนเป็นธาตุมืดโดยสมบูรณ์พอดิบพอดี" จอมมารหันกลับมามองร่างของซิดัสซึ่งบัดนี้ยืนก้มหน้าสงบนิ่งไม่ไหวติง ดาร์คลอร์ดรู้ดีว่าอาชูร่าสไตรค์ดั้งเดิมก็ทรงพลังมากมายอยู่แล้วแม้เทพอสูรระดับแม่ทัพทั้งหลายก็สามารถถูกปลิดชิฟได้ด้วยเพียงสองสามหมัด แต่นี่เป็นอาชูร่าสไตรค์จากมองค์ผู้เก่งกาจที่สุดซึ่งได้เสริมพลังปีศาจจากอสุรกายอันดับต้นๆของโลกปีศาจและพลังที่ได้รับแบ่งจากดาร์คอิลลูชั่น ดาร์คลอร์ดไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าหากต้องรับกระบวนท่านี้ตรงๆตนเองอาจต้องสิ้นชื่อเองก็ได้ แต่ก็แน่นอนว่าการโจมตีด้วยธาตุมืดนั้นไม่มีผลต่อดาร์คลอร์ดทำให้ความพยายามสุดท้ายของซิดัสสูญเปล่า กระนั้นความรุนแรงของมันก็ทำให้กลาสต์ไฮม์ถูกเป่ากระเจิงไปเกือบครึ่งหลังอยู่ดี

"ยินดีต้อนรับ ดาร์คมองค์ซิดัส สมุนผู้ซื่อสัตย์ของข้า" จอมปีศาจเคลื่อนตัวเข้าไปตบบ่าของผู้เกือบจะเอาชีวิตตนได้ ก่อนที่ซิดัสจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานเช่นเดียวดาร์คพรีสต์มิลล่า และจอมมารผู้เป็นเจ้าชีวิตใหม่ของเขา...

"ขอรับ.. ท่านดาร์คลอร์ด" เสียงแหบต่ำแฝงไว้ด้วยเสียงคำรามของอสุรกายขานรับพลางก้มลงคำนับ ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดที่อีกตนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อต่อกรกับเหล่าผู้กล้าแห่งแสงสว่างรุ่นใหม่แล้ว...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 01:13:49 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 6 จากทั้งหมด 6 Reply

Izabelle
Oversea Student

หุๆ ไม่ได้เห็นพี่หมอแต่งฟิคนานละ
/me ตะแง้วๆพี่หมอ ทำหลวงพ่อซีดัสกลายเป็นดาร์คมองค์ซะแล้ว พี่หมออ่ะ~~ToT~~

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 01:44:32 น.

Horus
อาจารย์ฝึกหัดวิชาสุขศึกษา

นานแล้วสินะครับหุๆๆ

ถึงคราวจริงๆดาร์คมองค์ซิดัส ทำอะไรก็ผิดไปหมด T-T

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 03:02:56 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

โอ๊วววว พี่หมอแต่งฟิค!! แฟนฟิค อามัตสึ2ด้วย ^ ^~
/me ปลื้มใจๆ

บทอินดีจังเลยฮะพี่หมอ ไม่ต่างกับตัวละครในฉบับจริงเลย อ่านแล้วสนุกดีรู้สึกเหมือนอ่านนิยายตัวเองในอีกมุมหนึ่งมากเลย grin

ว่าแต่ถ้าดาร์คมองค์ไปอยู่กับดาร์คพรีสต์จริงๆล่ะก็ การบุกกลาสต์เฮลม์กินสุดๆเลยเชียว tongue

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 04:43:05 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

infact ไม่แปลกใจมากที่จะออกมาในแบบนี้
ศัพท์ต่างๆของหมดซิดยังคงรูปแบบของสองปีที่แล้ว
ปัญหาจริงๆคือ ในฟิกของกวีซีดัสเข้มแข็งกว่านี้ และเอาชนะภาพหลอนในตัวเองได้แล้ว
แต่กลับมาเสียท่าภาพหลอนอีก ในเมื่อเป็นแฟนฟิกจึงหยวนๆแต่ก็รู้สึกขัดนิดๆอยู่ดี
ตัวละครน้อยไปนิด แต่ดำเนินเรื่องได้ไม่ติดขัดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 08:10:59 น.

blazx
illusionist

สนุกดีค่ะ grin

ถ้าเกิดซีดัสเป็นงี้จริงในเนื้อเรื่องจริงๆ อะโห.... น่ากลัวสุดๆ

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 16 ต.ค.49 เวลา 18:20:49 น.

โป่วเกียฮุ้น
Tekken master

ออกจาก วัลนาดีน แล้วสินะ...

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 20 ก.พ.50 เวลา 21:47:39 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 6 จากทั้งหมด 6 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ