Misto
ชีวิตบนเสี้ยว17ส่วน

READ OR DIE Fanfic : [ANOTHER DIE] "Just read it" (ภาคต้น)

"กริ๊งงง~~~ กริ๊งงง~~~ "
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเวลาแปดโมงเช้าพอดิบพอดี

"ค่า~ ตื่นแล้วค่า~" เสียงหนึ่งขานรับ น้ำเสียงยังคงแฝงไว้ซึ่งอาการงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาว เธอค่อยๆลุกขึ้นจากฟูกเตี้ยๆที่ปูรองนอนแทนเตียง แล้วเดินโซซัดโซเซ
ก้าวข้ามบรรดากองหนังสือจำนวนมหาศาลที่กองเรียงรายอยู่บนพื้น
ถ้าสังเกตุให้ดี จะเห็นได้ว่าห้องที่ขนาดกว้างยาวไม่น่าจะเกินห้าเมตรนี้ ล้วนอัดแน่นไปด้วยหนังสือแทบจะทุกตารางนิ้ว
ไม่ว่าจะเป็นป็นตู้ที่เรียงราย หรือตามพื้นห้องตามที ราวกับเป็นห้องสมุดขนาดย่อมก็มิปาน
แต่แน่ล่ะ ห้องสมุดที่ไหนกันจะยอมให้มีหนังสือวางระเกะระกะเช่นนี้...

และที่น่าตกใจก็คือหนังสือทุกเล่ม บรรทัดทุกบรรทัด ตัวอักษรทุกตัวในห้องนี้
ล้วนผ่านตาเธอคนนี้มาแล้วทั้งสิ้น

"กริ้งงงง~ กริ้งงงงงง~ แกร๊ก"
หญิงสาวรับโทรศัพท์ ผมสีดำสั้นที่รับกับใบหน้าตอนนี้ปรกยุ่งจากการนอน
เธอขยับแว่นตากลมดำให้เข้าที่ ดูเหมือนเธอจะเผลอใส่มันนอนอีกแล้ว
ถึงจะเคยได้ยินว่า มันจะ"ไม่แตกแน่ๆ"ก็เถอะ..

เธอสูดหายใจเฮือกใหญ่เพื่อไล่ความง่วง แล้วจึงเริ่มการสนทนา
"ค่ะ..." มืออีกข้างหนึ่งพยายามควานหากระดาษกับปากกาเพื่อใช้จดโน้ตเรื่องสำคัญ
"ใช่ค่ะ... "
"[แอนนา รีดแมน]รับสายค่ะ"

READ OR DIE [ANOTHER DIE] "Just read it" (ภาคต้น)

.................

"เฮ้อ~ งานใหม่อีกแล้วสินะ" แอนนาถอนหายใจ
เธอไม่ได้ชอบทำงานเท่าไหร่ เพราะมันจะทำให้เวลาที่มีค่าของเธอนั้นเสียไป
และแน่ล่ะว่าคุณค่าของเวลาสำหรับเธอแล้วก็เพื่อการอ่านหนังสืออย่างแน่นอน
แต่นั่นล่ะนะ ข้อดีของการทำงานก็คือเงิน
และข้อดีของเงิน ก็คือเอาไปใช้ซื้อหนังสือได้
ช่างเป็นระบบความคิดที่เรียบง่ายและลึกซึ้งเสียจริงๆ..

แอนนาเหยียดตัวเพื่อไล่ความเกียจคร้าน
กว่าจะถึงเวลานัด เพื่อฟังรายละเอียดของงานก็อีกสองวันเต็มๆ

...ระหว่างนั้นก็ไปซื้อหาหนังสือมาอ่านฆ่าเวลาไปพลางๆดีกว่า


เก้าโมงเศษแล้ว แต่แดดยังไม่แรงมาก
หลังจากล้างหน้าล้างตาแต่งตัว และจัดการกับมื้อเช้าอันแสนเรียบง่ายเสร็จแล้ว
แอนนาเข็นก็รถเข็นคู่ใจออกจากบ้านพัก

เธอไม่ลืมที่จะหยิบโค้ทมาด้วย เสื้อโค้ทยาวตัวนี้ช่วยลดความหนาวเย็นของอากาศกรุงลอนดอนได้เป็นอย่างดี
แม้ว่ามันอาจจะดูแล้วหลวมโครกสำหรับเธอไปหน่อยก็เถอะ

กรุงลอนดอน...เธอชอบที่นี่ตั้งแต่ตอนที่ได้อ่านหนังสือเรื่อง "เชอร์ลอคโฮมส์"สมัยเด็กๆแล้ว
เมืองกรุงเก่าแห่งอังกฤษ ซึ่งมีกลิ่นอายและมนต์เสน่ห์แห่งความลึกลับอย่างเต็มเปี่ยม

เธอเคยฝันว่าจะต้องเปิดสำนักงานนักสืบบ้าง อาจจะมีการหาเหล่าเด็กจรจัดมาช่วยเป็นขบวนการนักสืบจิ๋วด้วย
และแม้ว่างานที่เธอทำอยู่ตอนนี้จะไม่ใช่งานนักสืบซะทีเดียว แต่มันก็มีส่วนใกล้เคียงอยู่บ้างล่ะน่า...

การช๊อปเริ่มขึ้นด้วยการพุ่งเข้าไปในร้านหนังงสือที่ใกล้ที่สุด
หนังสือที่ยังไม่ได้อ่านสี่ห้าเล่มถูกกวาดลงจากชั้น
และเหตุการณ์นี้ยังเกิดต่อไปกับอีกหลายร้าน
จนไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะถูกเรียกขานในฐาณะ
"ลุกค้า VIP"

แอนนาเองยังเคยแปลกใจว่าทำในเธอถึงชอบหนังสือขนาดนี้นะ
จนบางทีคิดว่าอาจจะสำคัญยิ่งกว่าการกิน รึการนอนซะอีก

เธอคิดว่า สาเหตุที่เธอชอบหนังสือ
อาจจะเป็นเพราะเชื้อสายของตระกูล "รีดแมน" ของเธอนั่นเอง
เพราะที่เธอเคยฟังมา คนในตระกูลของเธอล้วนชอบอ่านหนังสือ
จนถึงขั้นรียกว่ามาเนีย หรือหลงไหลในหนังสือกันทั้งนั้น
ไม่เว้นแม้แต่พ่อรึแม่ของเธอก็เช่นกัน

"คนที่ชอบในหนังสืออย่างแท้จริง หนังสือจะไม่มีวันหักหลังเรา"

เป็นคำสอนหนึ่งเดียวที่เธอจำได้ขึ้นใจ


แอนนาเข็นหนังสือจำนวนมากเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง
เธอหยุดตรงหน้าลิฟตัวซ้ายสุดจากสามตัว ที่มีป้ายเขียนตัวใหญ่ว่า "ชำรุด"
เหมือนจะไม่ใส่ใจกับป้ายประกาศ เธอเข็นหนังสือเข้าไปในลิฟนั้น
เมื่อประตูลิฟปิดลง เธอรู้ดีว่าลิฟตัวนี้ไม่สามารถพอเธอไปไหนได้
....ด้วยวิธีปกติน่ะนะ

แอนนากดรหัสห้าตัวลงบนแป้น แผงควบคุมลับถูกเปิดออก
เธอหยิบการ์ดจากกระเป๋ามารูดที่แผงควบคุมนั้น
เมื่อตัวอักษรสีเขียวปรากฏบนแป้น ลิฟตัวนี้ก็ค่อยๆเคลื่อนที่ลงสู่เบื่องล่างอย่างช้าๆ..


"กิ๊ง"

เมื่อประตูลิฟเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเธอคือร้านหนังสือที่มีป้ายขนาดใหญ่ภาษาญี่ปุ่น
เขียนว่า"โตโต้บุ้ค สาขา3"ตั้งประหง่านอยู่

เธอลากรถเขนเข้าไปในร้าน
เสียง "เมี้ยว" ของแมวร้องทักเธอ
ขณะที่ชายแก่ซึ่งเป็นเจ้าของมันนั้น ยังคงนั่งหันหลังอยู่ในเคาร์เตอร์
ดูทีวีไปพลาง กินข้าวเกรียบแผ่นไปพลาง ราวกับว่าไม่สนใจเธอด้วยซ้ำ

"สวัสดีค่ะคุณลุง" แอนนาโค้งให้ชายแก่ แม้ว่าเขาเหมือนกับจะไม่สนใจเธอเลยก็ตาม
แต่เธอรู้ดีว่าชายแก่รู้ว่าเธอมา เพราะมีเพียงไม่กี่คนนักหรอก ที่รู้จัก และสามารถเข้ามาในโต้โต้บุ้ค

แอนนาวางรถเข็นพิงไว้กับเคาร์เตอร์ แล้วก้าวเข้าไปในร้านโตโต้บุ้ค
ชั้นหนังสือจำนวนมาก ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางแสงไฟสลัว
ทำให้หนังสือทุกเล่มดูแล้วราวกับมีมนต์ขลัง

หลังจากผ่านไปหลายอึดใจ
แอนนาก็สะดุดตาเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง
มันเป็นหนังสือที่หุ้มด้วยปกหนังสีดำ คลิปทองแดง
หน้าปกมีเพียงชื่อเรื่องเท่านั้น
"[ผลงานชิ้นสุดท้าย]..."
เธอเปิดหนังสือ พยายามหาชื่อคนแต่ง
ทว่าแม้ว่าจะพยายามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ
แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่เตะตาเธอที่สุดคือหนังสือเล่มนี้นั่นเขียนด้วยลายมือของมนุษย์
จะเรียกว่าเป็นหนังสือแฮนเมดเลยก็คงไม่ผิด

แอนนาตัดสินใจเลือกหนังสือเล่มนี้ทันที
บางสิ่งในตัวเธอสนใจในหนังสือเล่มนี้
และเพียงแค่นั้นมันก็มีค่าพอที่จะเลือกหยิบมันมาอ่านแล้ว


"300 ดอลล์" ชายแก่บอกราคาของหนังสือ โดยที่เขายังไม่ได้หันกลับมาด้วยซ้ำ
มือข้างหนึ่งของชายแก่ลูบตัวของแมวซึ่งตอนนี้นอนหลับสบายอยู่บนตัก
พลางมืออีกข้างหนึ่งก็ยังคงหยิบข้าวเกรียบในจานใส่ปากอยู่

แอนนาจ่ายเงิน แม้ว่าสามร้อยดอลล์จะฟังดูแล้วเป็นราคาที่สูงจนไม่น่าเชื่อสำหรับหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่ง
แต่ถ้าเป็นราคาที่ชายแก่คนนี้บอก มันย่อมไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงแม้แต่เซนต์เดียวอย่างแน่นอน
เธอไม่ติดใจเรื่องราคาแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เธอติดใจมากกว่าคือ "เธอเคยเห็นหน้าเต็มๆของลุงเขาบ้างไหมหนอ ?"

แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา เรื่องพวกนั้นก็ไม่ได้อยู่ในหัวเธออีกต่อไป
เมื่อเธอเปิดหนังสือและเริ่มอ่านมัน

ราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด คนในตระกูลรีดแมนเป็นเช่นนี้เสมอ
เธอเดินตรงกลับที่พักโดยแทบไม่ได้มองสิ่งรอบข้าง
ณ ตอนนี้นั้น เมื่อเธอเปิดอ่านหนังสือที่เธอสนใจแล้ว
โลกนี้ก็มีแต่หนังสือในมือกับเธอเท่านั้น
เป็นโลกส่วนตัวอันแข็งแกร่งที่ไม่ยอมรับคนอื่นใด
ตราบใดที่เธอไม่วางหนังสือลง

แน่นอนว่าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสายตาคู่หนึ่ง จับจ้องหนังสือในมือเธออยู่
นับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวออกจากลิฟของร้านโตโต้บุ้คแล้ว..

...แอนนายังคงเดินอ่านหนังสือจนกลับมาถึงที่พัก
เธอก้าวหลบข้ามกองหนังสือมหึมากองแล้วกองเล่าอย่างไม่ใส่ใจ
ขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง ไปยังโต๊ะเตี้ยๆ
แล้วก็"หยุดมือ" วางหนังสือลงบนโต๊ะ

มันมีอะไรซักอย่างที่รบกวนจิตใจเธอตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
เรื่องติดใจนั้นทำให้เธอรู้สึกว่า การอ่านมันเสียอรรรสไปเล็กน้อย
เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มอ่านต่อ ยังไงๆก็ต้องคิดให้ตกก่อนว่า มันเรื่องอะไรกันนะ

เธอคิด คิด... คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากัน พยายามทำเลียนแบบการ์ตูนที่เคยดูสมัยก่อน
ด้วยการเอานิ้วมาจิ้มวนๆที่ขมับ

"อ้าาาาา~~!!"
แอนนานึกออกแล้ว เธอรีบลุกขึ้น แล้ววิ่งทันที
โครม!
กองหนังสือกองใหญ่ล้มลง เพราะเธอไปเตะถูกมันเข้า แอนนาเองก็สะดุดคว่ำลงกับพื้นห้อง

"รถเข็นกับกองหนังสือ~~~!!"
แอนนาบ่นพึมพัม เธอพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
หันหน้ามามอง"ผลงานชิ้นสุดท้าย" บนโต๊ะอีกครั้งเป็นเชิงว่า
[แล้วเดี๋ยวจะกลับมาอ่านต่อนะ] ก่อนจะออกจากห้องไป

............

โชคดี (อาจจะเรียกว่าเป็นเรื่องปรกติ) รถเข็นของเธอยังคงวางอยู่ที่เดิม
แอนนาจูงรถเข็นอย่างโล่งอก พลางกล่าวลาชายแก่อีกครั้ง
"...ให้ตายสิ....เหมือนกันไปหมดจริงๆ..." ชายแก่พูดพลางถอนหายใจหลังจากที่ประตูลิฟปิดลง

ขากลับคราวนี้ แอนนาลากรถเข็นวิ่งด้วยความเร็วสูง
ราวกับว่ารถเข็นที่แบกกองหนังสือขนาดภูเขาย่อมๆ นั้นไม่มีน้ำหนัก
คงเป็นเพราะเธออยากจะอ่านตอนต่อของหนังสือเล่มนั้นใจจะขาดนั่นเอง

"หนังสือจ๋า หนังสือ หนังสือ~~~~~" แอนนาพึมพัมไปตลอดทาง

เท่าที่เธออ่านดูคร่าวๆ [ผลงานชิ้นสุดท้าย]
เป็นเรื่องราวแนวสืบสวนสอบสวนแบบที่เธอชอบพอดี
นับว่าเซนท์ของเธอทำงานได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน !

เธอกระโดดโลดเต้นเมื่อกลับมาถึงหน้าที่พัก
แต่แล้วเมื่อมือจับไปที่ลูกบิด ความคิดเรื่องตอนต่อก็หยุดชะงักลง

"ประตูถูกงัด... !?"
สัญชาติญาณบอกให้เธอระวังตัว เธอคว้า"กระดาษ" รูปร่างคล้ายๆนามบัตร จากในโค้ทมาถือไว้ทันที


แอนนาค่อยๆแง้มประตูออก
สภาพชั้นล่างไม่มีอะไรเปลี่ยน
เธอเดินตรวจตราอย่างเงียบเชียบ
ครัว.... ห้องน้ำ... ไม่มีผู้บุกรุกใดๆบนชั้นหนึ่ง
แม้แต่กองหนังสือยังคงกองระเกะระกะอย่างเช่นเดิม

เธอจึงตัดสินใจ ก้าวขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง

แอนนาค่อยๆแง้มประตูออก พลางกวาดสายตามองทั่วๆห้อง
ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เท่าที่มองเห็น
ทีวีและลิ้นชักไม่ได้ถูกแตะต้อง แม้กระทั่งเงินที่กองๆไว้บนโต๊ะก็ยังอยู่...
......หนังสือล่ะ
"หนังสือ !" แอนนาเผลอตะโกนออกมา
มันหายไปแล้ว [ผลงานชิ้นสุดท้าย] ที่วางอยู่บนโต๊ะ !!

"เอี๊ยด" เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ประตูด้านหลัง

แอนนาสะบัดตัวพลางซัด"กระดาษ" ในมือออกไปทันที
พลันกระดาษธรรมดาๆนั้น กลับแข็งตัวกลายเป็นเสมือนใบมีดที่คมกริบ !

ทางด้านผู้บุกรุกเองก็รู้ตัวแล้วเช่นกัน
มันชักสมุดเล่มโตออกมา แล้วกางออก

ชั่วพริบตา สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น จากความว่างเปล่าเบื้องหน้าแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น
รูปร่างของมันละม้ายคล้ายสิงโตตัวเขื่อง หากแต่กลับมีหางที่เหมือนของแม่งป่องอย่างไม่ผิดเพี้ยน
เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ ดูละม้ายคล้ายกับอสูรกายที่เรียกว่า"มันติคอร์"ในนิยายก็ไม่ปาน

สัตว์ร้ายสะบัดหางที่แข็งดุจเหล้กกล้าปัดป้อง"กระดาษ" ที่แอนนาซัดออกไป

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ยินดีที่ได้พบ"The Paper" แต่ขออภัยด้วยที่ "จิตรกร" ผู้นี้มีธุระต้องสะสาง
ทำให้ไม่อาจสนนทนาด้วยนานนัก ยังไงซะ ก็ขอหนังสือเล่มนี้ไปก่อนล่ะ !!"
ชายชุดดำแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางกระโจนออกนอกหน้าต่าง
กระจกแตกเพล้ง สมุดเล่มโตถูกเปิดออกอีกครั้ง
คราวนี้มีนกตัวใหญ่สีแดงเพลิง ปรากฏขึ้นมารับชายคนนั้นแล้วบินลับไปในชั่วพริบตา

หนังสือถูกชายผู้เรียกตัวเองว่า"จิตรกร"ขโมยไปแล้ว !

"กรรรรรรรรร" สัตว์ร้ายในห้องเธอคำราม
มันตวัดหางอันใหญ่โต เป็นเชิงข่มขู่

แต่แล้วมันกลับเผลอร้องเสียง"อิ๋ง"
เมื่อแอนนาละสายตาจากเงาร่างของจิตรกรที่หายลับไป
แล้วหันหน้ากลับมาจ้องเผชิญหน้ากับมัน

เธอโมโหจริงๆแล้ว !!

จะขโมยเงิน ขโมยเสื้อผ้า
ขโมยทีวี หรือว่าจะขโมยบ้านไปทั้งหลังก็เถอะ
เรื่องอะไรเธอก็ยอมให้ได้
แต่การมาขโมยหนังสือที่เธอยังอ่านไม่จบไปดื้อๆ
ไม่ว่าจะเป็น"จิตรกร"หรือ"ราชา"จากไหนก็เถอะ
มันต้องถูกซัดให้หายบ้าซักตั้ง
เพราะเรื่องนี้เท่านั้นที่เธอยอมให้ไม่ได้ !!

สัตว์ร้าย รู้สึกถึงแรงคุกคามนี้ดี
แม้ว่ามันจะเป็นปลาใหญ่
แต่ข้างหน้านี้คือปลาที่ใหญ่กว่ามัน !!
ถึงกระนั้น มันก็ยังกลั้นใจแล้วพุ่งกระโจนโจมตีเข้าใส่เธอ
คำสั่งของผู้ให้กำเนิด ยังคงสำคัญที่สุดเสมอ

แอนนาสะบัดมือทั้งสองข้าง
"กระดาษ" จำนวนมหาศาลปลิวไสวออกมาจากเสื้อโค้ท
มันปกคลุมห้องเล้กๆทั้งห้อง ให้กลายเป็นสีขาวโพลนในทันที

กระดาษส่วนหนึ่งตรงหน้าเธอกางขึ้นมาเป็นกำบัง
สัตว์ร้ายพุ่งเข้าชนบาเรียกระดาษนั้นเข้าเต็มๆ
ขนาดเขี้ยวและหางที่แสนภูมิใจของมันก็ยังไม่สามารถทำลายกำบังตรงหน้าได้
มันมึนงง พยายามตะกุยกำแพงนั้นให้ทะลุ แต่ก็มีเพียงรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในตอนนี้ ห้องเล็กๆนี้เปรียบเสมือนอยู่ในอนาเขตของเธอไปแล้ว
เธอไม่มีทางแพ้ ตราบใดที่ยังอยู่ในโลกของกระดาษนี่
ผู้ที่เชื่อใจในกระดาษ จะย่อมไม่มีวันถูกกระดาษหักหลัง !

แอนนาวาดมืออีกครั้ง
เธอตั้งใจจะปิดฉากการต่อสู้นี้ในพริบตา
คราวนี้กระดาษทั้งหมด ค่อยๆสั่นไหวระรัว
แล้วพุ่งเข้าใส่สัตว์ร้าย พร้อมๆกัน
ราวกับแม่เหล็กที่ถูกดูด โดยมีสัตว์ร้ายเป็นจุดศูนย์กลาง !!

แอนนาวาดมือไปมาราวกับร่ายรำ
ราวกับวาทยากรซึ่งสะบัดมือไปมาเพื่อควบคุมวงดนตรี
กระดาษจำนวนมากยังคงพุ่งเข้าเสียบสัตว์ร้ายอย่างไม่หยุดยั้ง
เสียง ฉัวะๆ นับครั้งไม่ถ้วนดังอย่างต่อเนื่อง
ตามด้วยเสียงครางหงิงก่อนสิ้นใจของสัตว์ร้ายตรงหน้า
มันสิ้นลมฟุบลงกองกับพื้นห้อง ทั้งตัวมีแต่กระดาษจำนวนมากเสียบทึ้งราวกับตัวเม่น
และสัตว์ร้ายนั้นก็กลายสภาพเป็นเพียงภาพวาดที่ขาดวิ่นแผ่นหนึ่งในวินาทีต่อมา

..............

ถึงตอนนี้ในห้องของเธอ เต็มไปด้วยกระดาษที่ปลิวว่อน
กระจกหน้าต่างก็แตกละเอียด
กองหนังสือกระจายอยู่เต็มพื้นตู้หนังสือล้มระเนระนาด

กับ...ภาพวาดขาดๆหนึ่งใบ
แถมยังถูกขโมยหนังสือที่ยังอ่านไม่จบไปอีกหนึ่งเล่ม...


วันนี้มันวันอะไรกันหนอ... แอนนาคิด พลางทรุดตัวลงกับพื้น

..............................................

Read or die [Another die] Just read it ภาคต้น จบ


..............................................
ก็เป็น Fanfiction ของ Read or die น่ะครับ ^^
ซึ่งเนื้อหาของฟิคนี้ เวลาของเรื่องนั้น คิดว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังจากภาค TV series ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบปี
ส่วนแอนนา รีดแมนเป็นอะไรกับโยมิโกะ รีดแมนรึเปล่านั้น ผมเองก็ไม่ทราบครับ tongue
จริงๆแล้วแต่งโครงเรื่องเอาไว้หลังจากดู RoD ภาค TV Series จบเมื่อหลายปีก่อน
แล้วเอามาแก้สำนวน + ปรับปรุงเนื้อหาอะไรอีกหลายๆอย่าง

ส่วนของเนื้อหาช่วงแรก ที่จะดูแล้วเหมือนกับภาค OVA ก็เป็นการจงใจให้บุคลิคของแอนนา กับโยมิโกะทับซ้อนกันไปด้วย

และที่ใช้คำว่า "ภาคต้น" นั้น ก็เพราะตั้งใจจะให้จบที่ประมาณ สามตอน (จริงๆแล้วตอนที่สอง กะจะเอามารวมเป็นตอนเดียวกับตอนแรก แต่กลัวเนื้อหาจะยาวไปสำหรับหนึ่งตอน)
แต่กลัวว่าจะจบไม่ลง หรือว่าสั้น ยาวไป เพราะคุมเรื่องเนื้อหาไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน

ยังไงเรื่องการใช้สำนวน หรือเนื้อหา ผิดพลาดตรงไหนก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ smile


Edit by Misto - 13 ก.ย.49 เวลา 15:55:56 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 13 ก.ย.49 เวลา 15:50:13 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply

mako
ปลาหมึกผู้น่ารัก

โอ้ สนุกดีแฮะ smile ไม่ได้อ่านฟิคมานานแล้ว อ่านแล้วก็เพลินจนอ่านจนจบเลย

สำนวนนี่ ยังมีบางจุดติดๆขัดๆอยู่เหมือนกัน เช่นใช้คำซ้ำมากไปหน่อย (ราว ราว ราว และ และ และ เธอรู้ว่าเชารู้ว่าเธอมา) ถ้าปรับได้ก็คงจะทำให้อ่านได้ลื่นกว่านี่นะมะว่า

แล้วก็ตอนเข็นหนังสือไปคืนกับกลับมาถึงห้อง รู้สึกมันตัดเร็วไปหน่อย กำลังเข็นๆอยู่ แ้ล้วก็กระโดดโลดเต้นกลับมาห้องแล้ว อารมณ์ต่างกันเำกินไปมั้ง กำลังรู้สึกตื่นเต้นกับฉากวิ่งเข็นหนังสือ อยู่ดีๆก็ตัดจบไปเสียงั้น

อืม แล้วก็คำว่า sense ต้อง ส เสือ การันต์เน่อ

ชอบช่วงที่บรรยายความชอบอ่านหนังสือ + อาการตอนอ่านหนังสือของแอนนาที่เธอไม่สนใจรอบข้างจัง รู้สึกใช้ภาษาสวยงาม กับ เว้นจังหวะได้ดีจังเลย

รอตอนต่อไป (_-_)

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 14 ก.ย.49 เวลา 16:03:45 น.

Misto
ชีวิตบนเสี้ยว17ส่วน

โอ้~ ขอบใจมากมะ ปกติเขียนแล้วหาคนวิจาร์ณไม่ค่อยได้ เลยไม่รุ้ตัวเหมือนกันว่าชอบเขียนคำซ้ำตรงไหน ^~^;;
จะพยายามใช้คำให้หลากหลายขึ้นเน่อ smile

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 14 ก.ย.49 เวลา 16:12:33 น.

Witna
Member

เรื่องเกี่ยวกับพวกเทคนิคการเขียนนิยาย ไม่ขอวิจารณ์ก็แล้วกัน ( เพราะผมเองก็เขียนนิยายไม่เป็น และผมก็ไม่ใช่คนอ่านนิยายน่ะนะ )

แต่ว่า ผมว่าเรื่องมันคล้ายกับ ROD OVA แรกมากเกินไปหน่อย ถึงจะบอกว่าจงใจก็เถอะ แต่มันรู้สึกว่าเหมือนเกินไปจนไม่เรียกว่าแค่บุคคลิกแล้วนา มาช่วงหลังถึงค่อยรู้สึกถึงความเป็นออริจินัลของตัวคุณเองหน่อย ( ถึงจะบอกว่าแฟนฟิกก็เถอะนะ )

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 15 ก.ย.49 เวลา 09:57:04 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ