K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 13 - เพื่อนเก่า...

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 13 - เพื่อนเก่า...
---------------------------------------------------

            ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้
            ณ ห้วงมิติแห่งความมืดในโลกปีศาจ...

            สาวน้อยผมสั้นสีทองในชุดสีขาวกระโปรงสีฟ้านอนหมอบศิโรราบให้กับหญิงสาวผมยาวในเครื่องแบบมิโกะมาตรฐาน เสื้อขาวกางเกงแดง...
            "เอาล่ะ... เสร็จสิ้นภารกิจจัดการตัวอุปสรรค์ที่ขวางทางได้เสียที งั้นก็ขอไปต่อล่ะนะ... คอยก่อยเถอะราชินีปีศาจ ฉันไม่ปล่อยให้เธอได้ลอยนวลแน่" สาวน้อยผมยาวชุดมิโกะเอ่ยปากออกมาแล้วเดินขึ้นหลังเต่าชราที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและพาหนะเดินทาง
            "ปล่อยศัตรูให้มีชีวิตต่อไปแบบนี้จะดีเหรอเรย์มุ...?" เต่าชราถามขึ้น
            "ช่างเถอะ ศัตรูระดับนี้ต่อให้มาอีกฉันก็จะซัดให้หมอบทุกครั้งเลย" มิโกะสาวกล่าวไม่คิดอะไรมาก ในเวลานี้เธอคิดแต่จะจัดการราชินีปีศาจเพียงอย่างเดียว
            "หึ... มีช่วงเวลาที่ใจดีกับเขาเหมือนกันนะเธอนี่" เต่าชราแซวต่อ
            "เอาเถอะ... เสียเวลามากแล้ว เรารีบไปกันเถอะเกนจิ"
            "อื้ม..."

            แล้วมิโกะนางนั้นก็ขี่เต่าบินจากไปโดยไม่แยแสผู้แพ้ที่นอนหมดแรงอยู่ข้างกาย
            ซึ่งเธอผู้พ่ายแพ้ก็ทำได้แค่นอนก้มหน้าโมโหโกรธแค้นในความพ่ายแพ้นี้เท่านั้น
            "เจ็บ... เจ็บใจนัก...!" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วม "ฝากไว้ก่อนเถอะฮาคุเรย์ เรย์มุ...! สักวัน... สักวัน... ฉัน... อลิซ มากาทรอยคนนี้จะต้องล้างแค้นให้ได้!!!"

            สาวน้อยผมทองพยายามรวมรวมกำลังพูดจาตอบโต้ แต่กว่าจะได้เอ่ยออกมามิโกะผู้ชนะก็เดินจากไปไกลแล้ว
            เสียงที่หลุดออกมานั้นจึงเปรียบดังสัจจะสัญญาแค้นที่ประกาศออกมาด้วยเจตนารมณ์ที่แรงกล้า และรอวันที่จะได้พบกันอีกครั้ง...


            ......................................................


            ท่ามกลางความหนาวเหน็บจากเหมันต์กาลที่ทำให้อุณหภูมิบนผืนดินนั้นเย็นจัดขนาดทำให้น้ำในทะเลสาบกับจับตัวเป็นพื้นน้ำแข็งได้
            หากแต่ยิ่งเป็นบนฟากฟ้าที่ความกดอากาศต่ำย่อมยิ่งมีอุณหภูมิที่เย็นกว่าหลายเท่านัก

            แต่ทว่า...
            ในเวลานี้ คิริซาเมะ มาริสะ แม่มดในชุดดำขาวกำลังรู้สึกร้อนรุ่มเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่กลางศีรษะใกล้ๆกระหม่อม...
            อันเป็นจุดที่ถูกแรกกระแทกพุ่งลงจนเกิดปูดโนขึ้นมา
            "ใจร้ายจริง... ทำไมต้องเขกหัวกันด้วยเล่า!?" มาริสะบ่นงึมงำพลางลูบศีรษะตนเองไปมา

            แม้ว่าหมวกแม่มดสีดำปลายแหลมนั้นจะช่วยผ่อนแรงกระแทกไปบ้าง แต่อานุภาพของมะเหงกเรย์มุนั้นร้ายแรงนัก หมวกผ้าบางๆไม่อาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้เลย
            "แค่ยิงมาสเตอร์สปาร์คไปทีเดียวเอง ไม่เห็นต้องโมโหเลย" มาริสะบ่นอุบอิบ
            "หนอย... ทำไมต้องเขกหัวกันด้วยงั้นเรอะ... ไม่เห็นต้องโมโหงั้นเรอะ...? นี่หล่อนไม่เข้าใจความผิดของตัวเองอีกหรือไง!?" เรย์มุชี้นิ้วจิ้มหน้าผากมาริสะพูดสั่งสอนร่ายยาว "เพราะเธอแท้ๆทำให้ฉันพลาดข้อมูลสำคัญไป ทั้งเรื่องยูคาริ ทั้งเรื่องเขตแดนเมย์ไค หมดกันความลับที่อยากรู้ ต้องมาไล่บินงมทางต่อจนทำให้ฉันต้องมาหนาวนานแบบนี้ แล้วยังจะคิดว่าไม่ผิดอะไรอีกเหรอไง!?"
            "โธ่เรย์มุ... อย่าโกรธกันสิ" มาริสะพยายามอ้อน เธอเองก็รู้ความผิดที่ทำลงไปเช่นกันหากแต่เวลานี้เธอรู้แล้วว่าการแก้ตัวคงไม่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้น "เธอก็เห็นนี่นาว่าแมวสองหางนั่นมันเก่งจริงๆน่ะ ทั้งไวทั้งอัดหนัก ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างฉันก็แย่น่ะสิ แล้วถ้าฉันเกิดเป็นอะไรไปเธอจะไม่ห่วงหน่อยเหรอ?"
            "อย่าๆๆ อย่ามาอ้าง อย่างเธอน่ะมีเวทรุนแรงหลายชนิดที่สามารถจัดการให้ศัตรูหมอบได้แบบไม่ยับเยินอยู่แล้วทำไมไม่ใช้ ดันใช้เวทที่อัดปลิวทั้งกระสุนทั้งศัตรูแบบนี้ได้ยังไง... ขี้เกียจหลบกระสุนเองก็บอกมาเถอะ เล่นยิงมาสเตอร์สปาร์คแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน!?"
            "บู... อะไรกันๆ อุตส่าห์ต่อให้โดยไม่ใช้เตาหลอมพลังเวทเสริมพลังแล้วแท้ๆ"
            "ยังจะพูดแบบนี้อีกนะ!?" เรย์มุยกมือทำมะเหงกขึ้นขู่
            "หยาๆ ไม่พูดแล้วๆ" ซึ่งนั่นก็ทำให้หวาดผวาได้ไม่น้อย
            "ให้ตายสิ... นึกว่าจะเสร็จเรื่องได้ง่ายๆซะอีก เซ็งชมัดเลย"

            ดังที่เรย์มุว่ามาเมื่อเชนผู้ที่คาดว่าจะรู้เห็นเหตุการณ์บ้างไม่มากก็น้อยปลิวหายไป
            ที่สุดแล้วทั้งคู่จำเป็นต้องบินต่อไป โดยต้องตามกลีบดอกไม้ในสะเก็ดหิมะซึ่งเป็นร่องรอยเพียงอย่างเดียวในเวลานี้ โดยไม่รู้ว่าจุดหมายจะไปสิ้นสุดที่ใด...


            ......................................................


            จนกระทั่งบินเข้าไปยังพื้นที่หนึ่งที่น่านฟ้าเปลี่ยนจากสีครามมาเป็นสีคล้ำมืดดังเช่นห้วงเวลากลางคืนเข้า

            เรย์มุกับมาริสะเห็นว่าบรรยากาศไม่สู้ดีจึงลดความเร็วลงและระวังตัวมากขึ้น
            "นี่... ฉันว่าเกนโซเคียวนี่ก็มีที่แปลกๆอยู่เยอะนะ?" มาริสะกล่าวขึ้นพลางเงยหน้าดูท้องฟ้าที่หมองหม่น "ยังสายๆอยู่แท้ๆ แต่ไหวที่นี่กลับเหมือนยามดึกซะได้นะ"
            "ถ้าไม่ใช่เพราะมีโยว์ไคควบคุมความมืดอย่างรูเมียมาปั่นป่วนล่ะก็... นี่อาจเป็นเพราะผลกระทบจากการที่ฤดูใบไม้ผลิถูกดูดไปก็ได้มั้ง..." เรย์มุสันนิษฐาน
            "เธอคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับเกนโซเคียวถ้าฤดูใบไม้ผลิยังไม่กลับมาน่ะ?"
            "ไม่รู้สิ อย่างเลวร้ายก็อาจทำให้วัฏจักรหมุนเวียนเสียไป สิ่งมีชีวิตบางอย่างอาจต้องตายลง แล้วเป็นผลกระทบลูกโซ่ต่อเนื่องได้... แต่ว่าอย่าไปกังวลไม่เข้าเรื่องเลย มันจะไม่มีทางเกิดเรื่องเลวร้ายกว่านี้ขึ้นแน่" เรย์มุตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง "เพราะว่าเราจะทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิมให้ได้ภายในวันนี้เอง"
            "อืม ก็น่าจะอย่างงั้นอยู่แล้ว" มาริสะคล้อยตาม
            "แต่มีข้อแม้สำคัญว่าเธอต้องห้ามทำลายพยานหลักฐานรู้เห็นทั้งหมดส่งเดชอีกนะ" เรย์มุไม่วายเหน็บกลับ
            "แหม... ช่างแขวะกันจริงๆ ฉันเผลอไปแค่ทีเดียวเองแท้ๆ"
            "ฉันพูดจริงน่ะมาริสะ... เพื่อร่นเวลาที่ไร้ประโยชน์ จากนี้ไปถ้าเจอใครที่พอจะรู้เงื่อนขำนี้ต้องเค้นคอให้ถึงที่สุดให้ได้ เพื่อที่จะได้..."

            ระหว่างที่เรย์มุกำลังกล่าวอยู่นั้นเอง
            จู่ๆบอลพลังเวทขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งมาจากรอบทิศทางในลักษณะลอบโจมตี โดยเป้าหมายนั้นถูกเล็งเข้าที่เรย์มุแต่เพียงผู้เดียว...
            "ลอบกัดเรอะ!?" เรย์มุเอ่ยปากพลางออกบินและเพิ่มความเร็วแบบฉับพลันพุ่งหนีไปข้างหน้า

            วูบ! วูบ! วูบ!!

            บอลขนาดเล็กแต่เปี่ยมไปด้วยพลังและความเร็วพุ่งแหวกอากาศไปมา และยังคงเพิ่มมาจากมุมมืดรอบทิศไม่หยุดไม่จบสิ้น ทำเอาเรย์มุต้องพยายามบินหลบเป็นการใหญ่
            "เรย์มุ บินลง!" มาริสะที่บินหลบออกมาห่างๆอ่านวิถีการโจมตีของกระสุนอาคมออก กระสุนนี้พุ่งเล่นงานแต่บนท้องฟ้าเท่านั้นเหมือนจะบีบให้คู่ต่อสู้ลงมาพื้นล่าง
            "ได้!"

            มิโกะสาวร่อนลงด้วยความเร็วสูงและก้าวขาแตะพื้นพลางหยิบยันต์ออกมาเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีระลอกที่สอง

            แต่ทว่ากลับมีเรื่องผิดคาด เมื่อไม่มีการโจมตีใดๆตามมาดังที่เรย์มุระแวงไว้...

            ทุกอย่างมีแต่ความเงียบสงบ ใกล้ๆกับหมู่บ้านร้างที่เต็มไปด้วยแมกไม้ป่าเขา ไม่มีสิ่งใดอื่นที่จะยืนยันว่ามีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่จะสามารถระดมยิงพลังเวทได้พร้อมกันเช่นที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
            "อะไรกันเนี่ย...?" มาริสะขี่ไม้กวาดร่อนลงเหยียบพื้นข้างๆเรย์มุด้วยความสงสัย "ฉันว่ามันออกจะแปลกๆนะ... ลอบโจมตีจากทุกทิศทางแต่กลับสัมผัสชีวิตไม่ได้เลย แล้วพลังพวกนี้มันมาได้ยังไง ไหนจะข้างล่างที่เงียบสงบผิดกับเมื่อกี้อีก?"
            "นั่นสินะแปลกจริงด้วย"

            มิโกะสาวผ่อนลมหายใจทำสมาธิให้นิ่งแล้วมองไปมากวาดสายตาให้ละเอียดหาสิ่งที่ต้องสงสัย
            "แต่ว่านะมาริสะ... ฉันว่าฉันพอจะรู้อยู่สองอย่าง..." ในฐานะที่เป็นมิโกะที่ต้องสู้กับโยว์ไคชั่วร้ายมามากจึงทำให้เธอมีเซนส์เรื่องการสัมผัสที่เฉียบคมติดตัว "ฉันสัมผัสอะไรได้บางอย่าง"
            "อะไรเหรอ?"

            เรย์มุมองตรงไปที่ป่าใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยความมืดและลึกลับ
            "อย่างแรกมีสิ่งมีชีวิตที่ฉันจำแนกไม่ได้ว่าเป็นอะไรอยู่หนึ่งตน..." เธอละคำว่าจำแนกไม่ได้ไว้ในฐานที่เข้าใจเพราะเกนโซเคียวมีสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์ตั้งแต่ภูตไปถึงเทพยันปีศาจ "แล้วอย่างที่สองคือเจ้าสิ่งนั้นมันจ้องเล่นงานฉันคนเดียว..."
            "อะไรกัน... ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ?"

            ในระหว่างที่เกิดความสงสัยนั้นเอง เสียงลึกลับก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
            "ฮิ... ฮิ... ฮิ... ฉลาดเหมือนกันนี่ยัยมิโกะ..." โทนเสียงแหลมๆคล้ายกับเสียงเด็กดังเจื้อยแจ้วแต่น้ำเสียงเย็นยะเยือกชนขนลุกลากยาวมา "ฮะ... ฮะ... ฮะ... คิดถึงเธอจังเลย... คิก... คิก..."
      
            เรย์มุกับมาริสะพร้อมใจกันหันหลังกลับไปมองต้นเสียง แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยู่นอกไปจากผืนป่าห่างๆออกไปสิบเมตร
            "มีใครแอบพูดจากในป่าเหรอ?" มาริสะพยายามมองโลกแง่ดีว่าอาจมีใครสักคนพลางตัวแล้วสร้างสถานการณ์แปลกๆขึ้นกดดัน

            ช่วงเวลาต่อเนื่องกัน เสียงที่ลักษณะคล้ายกันอีกเสียงหนึ่งก็ดังมาจากทางด้านขวามือของเรย์มุบ้าง
            "ฮิ... ฮิ... ฮิ... ฉันยังจำความแค้นที่มีต่อเธอได้ดี... มันช่างเป็นแค้นที่เหลือคณานับจริงๆ..."

            ไม่เปิดโอกาสให้ได้สงสัยมากขึ้นเสียงจากด้านซ้ายมือของเรย์มุก็ดังสอดรับต่อ
            "ฉันจำได้ไม่รู้ลืม... แม้จะผ่านมาหลายปีก็ตาม..."

            แล้วทุกเสียงก็ดังประสานกันต่อในประโยคสั้นๆพร้อมกัน
            "วันนี้จะเป็นวันตายของเธอ... ฮาคุเรย์ เรย์มุ... ฮะ... ฮะ... ฮะ..."

            จากนั้นเสียงทั้งหมดก็กลายเป็นเสียงเด็กหัวเราะคิกคักอื้ออึงไปทั่วทั้งป่า...
            เสียงหัวเราะนั้นดังลั่นมาจากทุกทิศทุกทางโดยที่ทั้งเรย์มุและมาริสะต่างมองไม่เห็นแหล่งต้นตอของเสียง มันเป็นเสียงลึกลับประหนึ่งดังเช่นเสียงจากประตูนรกที่เพรียกหาความตายจากศัตรูแต่เพียงเท่านั้น...

            มาริสะจับแขนตัวเองถูไปมาให้อบอุ่นพลางกระตุ้นตัวเองให้มีสติไม่หลงกระเจิงไปกับสถานการณ์พิลึกพิลั่นนี้
            "น่าขนลุกนะเนี่ย!?" มาริสะถามกึ่งประชดแซว "นี่เธอไปฆ่าใครมาเรอะไงเรย์มุ ท่าทางเจ้าของเสียงแค้นเธอแบบตายไม่เผาผีเลยนะนั่น?"
            "จะบ้าเรอะไง อย่ามองฉันเป็นฆาตกรมือมีดอย่างซาคุยะนะ!" เรย์มุตอกแบบชิ่งกระทบบุคคลที่สาม "แล้วฉันก็ทำหน้าที่ปราบผีด้วยนะ จะมีหน้าไหนกล้าลองดีเรอะ?"
            "แล้วจะเอายังไงดีล่ะ เป็นแบบนี้อึดอัดแย่เลย... หรือจะให้ฉันใช้มาสเตอร์สปาร์คเผาป่าจัดการให้ในทีเดียว?" มาริสะเสนอแนวคิดหัวรุนแรงขึ้นมา
            "นี่ๆ ฉันพึ่งเตือนไปหยกๆเองนะ"
            "แล้วจะปล่อยให้เสียงนี้ตามหลอกหลอนไปหรือไงล่ะ?"
            "ใจเย็นไว้ก่อนมาริสะ... ฉันว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างแน่... ฉันเคยเจอพวกเรื่องลึกลับมาเยอะ เชื่อเถอะต้องมีตัวการเบื้องหลังแหง"

            เรย์มุลองเชิงด้วยการตะโกนท้าทายขึ้นในป่า
            "ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ถ้ามีความแค้นก็ออกมาคุยกันตัวๆดีกว่าน่า ไอ้วิธีหลอกเด็กอย่างนี้ใช้กับฉันไม่ได้หรอก อย่ามาทำตัวขี้ขลาดอย่างนี้นะ!"


            เสียงตะโกนของเรย์มุดังก้องไปในป่าแบบได้ยินทั่ว
            ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี เสียงหัวเราะของตุ๊กตาหยุดลงโดยสิ้นเชิง แต่ที่เงียบไปนั้นหาใช่เพราะเชื่อคำชวนของเรย์มุไม่...
            แต่เป็นเพราะต้นตอของเรื่องกำลังโมโหหนักที่โดยดูถูกเช่นนี้

            ไม่นานนักก็มีเสียงๆหนึ่งที่ฟังเหมือนเสียงมนุษย์ปกติสามัญก็ดังขึ้นมาจากป่าเบื้องหน้า
            "ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินคำดูถูกแบบนี้จากปากของเธออีกครั้งนะฮาคุเรย์ เรย์มุ..."

            เรย์มุจับจ้องไปที่เงามืดเบื้องหน้าพร้อมๆกับยิงคำถามกลับไปบ้าง
            "เธอเป็นใคร แล้วเรามีความแค้นอะไรกันเรอะ!?"
            "อะไรกัน... ไม่เจอกันไม่กี่ปีก็ลืมกันแล้วเรอะ?"

            สิ้นคำกล่าวทักทายเจ้าของเสียงก็ก้าวขาเดินออกมาจากมุมมืด
            เผยให้เห็นซึ่งหน้าตาเป็นผู้หญิงที่ที่มีลักษณะวัยพอๆกับเรย์มุและมาริสะ ส่วนสูงราวๆหนึ่งร้อยห้าสิบหกเซนติเมตรซึ่งก็ใกล้เคียงกับเรย์มุอีกเช่นกัน
            เธอมีนัยน์ตาสีน้ำเงิน มีผมสีทองสั้นระดับคอลักษณะเป็นลูกคลื่นแล้วคาดด้วยที่คาดผมสีแดง สวมเสื้อแขนยาวสีขาวที่ทับด้วยเสื้อนอกสีฟ้าและกระโปรงยาวสีฟ้า มีผ้าคลุมไหล่ลักษณะคอซองสีขาวประดับลูกไม้หยักๆทับที่คอเสื้อ นอกจากนี้แล้วยังมีริบบิ้นสีชมพูลูกไม้ลายหยักผูกแทนผ้าพันคอและเข็มขัดด้วย ซึ่งหากเปรียบดูแล้วก็คลับคล้ายกับตุ๊กตาน่ารักตัวหนึ่งเลยทีเดียว...

            หญิงสาวลึกลับเดินออกมาพร้อมๆกับถือสมุดเล่มหนึ่งกอดไว้ในแขนด้วยความทนุถนอม
            "ไง... เรย์ม... ฉันคิดถึงเธอเสียจริงๆ"

            หญิงสาวในชุดตุ๊กตาทักทายแบบเป็นกันเองทว่าเรย์มุกลับลืมเรื่องราวของเธอเสียหมดสิ้น
            "เธอเป็นใครน่ะ?" เรย์มุถามกลับสั้นๆ
            "อะไรนะ...?"

            คำถามสั้นๆของเรย์มุเสียดแทงใจของหญิงสาวลึกลับยิ่งนัก
            "หึ... นี่ลืมกันไปจริงๆแล้วเหรอนี่... เหอะ... ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้จริงๆสินะ..." เธอก้มหน้าบ่นรำพัน "กระทั่งชื่อของฉัน... เธอก็ไม่คิดจะจดจำมันเลยใช่ไหม...?"
            "เดี๋ยวสิๆ ถ้าเคยเจอกันมาก่อนก็บอกกันหน่อยสิ ฉันไม่ได้แกล้งอะไรเธอเลยนะแต่จำไม่ได้จริงๆ แล้วผู้แพ้ผู้ชนะนี่มันอะไรกัน?" เรย์มุปลอบใจและถามไปพร้อมๆกัน

            อันที่จริงแล้วการที่เรย์มุจำไม่ได้ก็ไม่ใช่ความผิดเธอแต่อย่างใด เพราะการพบกันครั้งนั้นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆในการต่อสู้เท่านั้น แล้วหญิงลึกลับผู้นี้ก็ยังแต่งตัวในเครื่องแบบที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย
            "เราเคยเจอกันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว..." หญิงสาวผู้ปรากฎตัวจากในป่าเอ่ยปากขึ้น "เราเจอกับแบบไม่ได้ตั้งใจด้วย..."
            "แล้วยังไงต่อ?"
            "แล้วเราก็ดันมาคุกัน..."
            "เห..." เรย์มุยังคงนึกไม่ออก "เราเคยสู้กันด้วยเหรอ?"
            "ใช่... เราดันมาคุกัน... แล้วฉันก็พ่ายแพ้เธอแบบยับเยิน... แพ้แบบสู้ไม่ได้เลยด้วย... ฉันไม่เคยแค้นใจอะไรเท่าครั้งนั้นมาก่อนเลย ความมั่นใจของฉันพังทลายลงในพริบตาที่โดนอาคมของเธอจนต้องนอนกองไร้สิ้นกำลัง..." เธอบ่นรำพันหนักกว่าเดิม "แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้ถึงความอ่อนหัดของตัวเอง... ฉันจึงได้พร่ำเพียรฝึกอาคมในแบบตนเองจนคิดว่าสู้กับเธอได้... แต่ให้ตายสิพอได้พบกัน เธอกลับลืมฉันไปเสียนี่... มันน่าเจ็บใจจริงๆ ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลยสินะ...!?"
            "เดี๋ยวสิๆ ไม่ได้ตั้งใจลืมจริงๆนะ จู่ๆเธอก็มาพูดแบบนี้ฉันก็จับต้นชนปลายไม่ถูกสิ ใจเย็นๆก่อนแล้วค่อยๆพูดกัน อย่างน้อยก็บอกชื่อให้ฉันรู้ก่อนได้ไหม?" เรย์มุพยายามจับประเด็นหลักให้ได้เสียก่อนที่จะคุยกันไม่รู้เรื่อง
            "ไม่มีที่ว่างสำหรับผุ้แพ้จริงๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก... ก่อนตายก็จำให้ขึ้นใจไว้เถอะ..."
            "อะไรนะ?"

            ในระหว่างที่เรย์มุยังจับต้นชนปลายไม่ถูกนั่นเอง หญิงสาวลึกลับได้เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเรย์มุด้วยสายตาที่โกรธเกลียดชิงชัง
            พลันนั้นมือของเจ้าหล่อนก็ยกมาที่ระดับอกของเรย์มุ...
            พริบตาเดียวแรงอัดอากาศอันมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาด้วยเวทมนตร์เฉพาะตัวของเธอ

            ตูม!

            เรย์มุที่โดนแรงอัดเข้าไปอย่างจังก็ถึงกับปลิวลอยถอยหลังไปกระแทกกับต้นไม้ก่อนที่จะลงนั่งทรุดด้วยอาการจุก...
            "แค่ก... แค่ก... อะไรเนี่ย... จู่ๆก็!?"
            "จำไว้เลยเรย์มุ... ฉันชื่ออลิซ! อลิซ มากาทรอย!" ที่สุดแล้วสาวลึกลับก็ยอมบอกชื่อของตนเอง

            หญิงสาวนามอลิซย่ำพื้นหิมะรองเท้าบูทเดินตรงมาอีกสามเก้าจากนั้นก็ทำการร่ายเวทต่อเนื่อง สร้างบอลอาคมพลังเวทยิงเข้าใส่เรย์มุจากทุกทิศทาง เช่นเดียวกับการโจมตีลึกลับบนฟ้าเมื่อครู่ที่ผ่านมา
            "หา!?" เรย์มุตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ถึงกระนั้นก็ยังคงชักยันต์คุ้มกายออกมาด้วยปฎิกริยาตอบสนอง

            ในเวลาต่อมาแสงสว่างจากผลกระทบเวทมนตร์ก็ส่องเจิดจ้าขึ้นจนดูเหมือนเช่นกลางวัน...
            แล้วเสียงระเบิดอันรุนแรงก็ตามมาต่อเนื่องติดกัน

            ตูม!!!!!!

            แรงระเบิดทำเอาพื้นดินสั่นสะเทือนไหวอย่างหนัก หิมะที่ค้างอยู่บนต้นไม้ร่วงมาทับจุดที่เรย์มุอยู่จนเป็นกองพะเนิน ส่วนต้นไม้ใกล้ๆกับที่เรย์มุพิงอยู่ซึ่งอยู่นอกรัศมียันต์คุ้มกันต่างถูกแรงอัดจากการระเบิดซัดจนโค่นล้มระเนระนาด...


            .....................................................


            หลังจากแรงระเบิดหายไป ทุกอย่างก็กลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครา
            สภาพป่ามีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ต้นไม้สี่ต้นรอบๆเรย์มุถูกโค่นไปกับเวททำลายล้างชุดเดียวของอลิซ นอกจากนี้ก็มีหิมะกองในจุดที่เรย์มุอยู่แต่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ...

            มาริสะที่อยู่ใกล้ๆถึงกับผิวปากทึ่งในพลังเวทนี้
            เธอมองไปทางอลิซแล้วกล่าวชมเปาะเป็นการใหญ่
            "ยอดจริงๆเลย ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอแม่มดที่คล้ายมนุษย์เหมือนกันๆในเกนโซเคียวนี้อีก" มาริสะค่อนข้างจะดีใจเป็นพิเศษ "หลังจากพาโชว์ลี่แล้วก็ไม่เจอแม่มดที่ไหนอีกเลย ว่าแต่เธอเป็นแม่มดสายไหนเหรอ?"
            "อะไรของเธอน่ะ?" อลิซประหลาดใจกับพฤติกรรมของมาริสะ "เธอเป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับเรย์มุ?"
            "ฉันคิริซาเมะ มาริสะเป็นแม่มดที่มาจากโลกภายนอก พอดีเห็นว่าเกนโซเคียวน่าสนุกดีเลยเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ แล้วก็เลยได้รู้จักกับเรย์มุน่ะ" มารสะขี้เกียจอธิบายยืดยาวเลยปั้นเรื่องเท็จผสมจริงแบบสั้นๆขึ้นมา
            "เพื่อนกันงั้นเหรอ?" อลิซถามย้ำในจุดนี้
            "อ้อใช่... ก็แวะไปเล่นบ่อยๆ ยัยนั่นทำอาหารอร่อยด้วยสิ" มาริสะแอบแซวเป็นการใหญ่ "ถึงจะเก่งและโหดก็เถอะนะแต่เรื่องขี้เกียจนี่ไม่เป็นรองใครเลย กว่าจะลากออกมาได้ก็แทบแย่"

            เห็นมาริสะพูดแจ้วๆแบบนี้ยิ่งทำให้อลิซประหลาดใจหนักเข้าไปอีก
            "ตกลงเป็นเพื่อนกับแน่เรอะ?"
            "แม่นสิ เพื่อนสนิทเลยด้วย" มาริสะทุบอกแสดงความหนักแน่น
            "แต่ท่าทางเธอไม่ได้เป็นห่วงเพื่อนสนิทเลยสักนิด?" อลิซถามกลับไป
            "จะไปห่วงทำไมล่ะ อย่างแม่เรย์มุน่ะไม่จอดกับเวทเดียวแบบนี้หรอก แหม... ไม่อยากจะคุยหรอกนะแต่เราสองคนลุยกับที่ร้ายโหดๆมาเยอะนะ" มาริสะยกมือขวาแบบขึ้นมาป้องปากพูดเหมือนกระซิบกับอลิซ "อย่าว่างั้นงี้เลยนะฉันคิดว่าเธอกำลังปลุกยักษ์หลับให้ตื่นน่ะ... เลยคิดว่ารีบคุยตอนที่ยังคุยได้จะดีกว่า"
            "อะไรนะ?"
            "ถ้าไม่เชื่อก็รอสักพักสิ รับรองได้เจอยายจอมโหดคืนชีพแน่ๆ"
            "โดนเข้าไปขนาดนั้นยังคิดว่าจะลุกได้อีกหรือไง?"
            "แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?" มาริสะยิ้มเล็กๆขึ้นมา "ฉันว่าถ้าเป็นแม่มดที่มีความสามารถระดับเธอก็น่าจะรู้สึกในใจเหมือนกันว่ามันง่ายไปน่ะ... หรือเธอคิดว่าไง?"
            "อืม... ฉันเองก็"

            ตูม!

            ไม่ทันที่อลิซจะตอบคำถามใจตัวเอง
            บุคคลที่ถูกกล่าวถึงก็พาลระเบิดหิมะลุกพรวดขึ้นยืน...

            เรย์มุในสภาพที่แขนเสื้อกับปอยผมไหม้เกรียมเล็กน้อยยืนขึ้นแบบไม่บาดเจ็บเท่าไหร่นักตามที่มาริสะคาดไว้ไม่ผิดเพี้ยน
            "โฮ่... จริงๆด้วยแฮะ โจมตีชุดเดียวโค่นแม่มิโกะแดงขาวอย่างหล่อนไม่ได้จริงๆด้วย" อลิซมองตรงไปที่เรย์มุแล้วยิ้มขึ้นมา "น่าสนุก! มันต้องแบบนี้สิ... ถ้าจอดง่ายๆก่อนที่จะเห็นของดีมันก็น่าเบื่อแย่ แล้วฉันจะแสดงให้ดูว่าช่วงที่ผ่านมานี้ฉันพัฒนาฝีมือไปมากแค่ไหน!"
            "อา... จำได้แล้ว... โดนเข้าไปสักทีแล้วหัวโล่งเลย นึกออกซะที... เธอคือ อลิซ มากาทรอยนี่เอง" เรย์มุมองอลิซด้วยสายตาที่จริงจังบ้าง "นี่หล่อนยังคาใจครั้งอดีตเรื่องจัตุรัสมายาอีกหรือไง?" (Mystic Square)
            "ใครจะไปลืมได้กัน ความพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศอดสูนั่น การถูกมองข้ามแบบไม่เห็นหัวนั่น!"

            อลิซเบิกตามองเรย์มุด้วยความชิงชังพร้อมกับแนบหนังสือเวทมนตร์ที่อกพลางร่ายคาถาอีกครั้ง

            เรย์มุเห็นเข้าก็ผงกศีรษะรับความจริงเรื่องการผูกใจเจ็บของอลิซแล้วตัดสินใจจะเข้าร่วมดันมาคุตามที่อลิซต้องการ
            "ก็ได้อลิซงั้นเรามารำลึกความหลังกัน...!"

            เรย์มุชักยันออกมารวดเดียวห้าใบแล้วปาเข้าใส่อลิซทั้งหมด
            พลันนั้นเสียงระเบิดก็ดังสนั่นป่า ดั่งจะใช้เป็นสัญญาณระฆังเริ่มศึกที่เหมือนกับภาพอดีตได้ย้อนเหตุการณ์กลับมาอีกครั้ง...

---------------------------------------------------
Free Talk - แย่ไปนิดกับส่วนนี้เพราะผมไม่ได้เล่นภาค 5.0 เลยอิมเมจไม่ออก อันนี้ก็พึ่งพาจาก Touhou wiki ไม่น้อย
อืม... อลิซนี่ก็เป็นตัวละครที่ผมชอบมากอีกตัวหนึ่ง เธอมีบทเหลือเกินหลายโดจินหลายๆเล่ม ทั้งแบบปกติและ...

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ผมชอบชินคิแม่ของเธอมากกว่าแฮะ tongue
ปีศาจผมยาวโลลิที่มีปีกสวยงาม grin
ก็อะไรประมาณนี้ ฮี่ๆ



คลังนิยายครับ

Edit by K.W.E. - 12 ก.พ.50 เวลา 05:21:04 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 11 ก.ย.49 เวลา 02:06:59 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

bekung
BONESแฟนคลับ

ตอนของอลิซแต่โพสรูปชินคิ หุหุ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 11 ก.ย.49 เวลา 02:14:55 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

หึหึ ชอบเป็นการส่วนตัวไง grin

ดีแฮะชอบไม่ค่อยเหมือนใครไม่ค่อยโดนแซว ทายใจไม่ค่อยถูกกัน
แต่ก็แย่แฮะหาภาพเก็บยากจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 11 ก.ย.49 เวลา 02:34:38 น.

miragez
Member

เ่อ่อ มาริสะ รู้จักกับ อลิส ก่อน พาโชว์ลี่ อีกนะ

ในภาคห้านั้น มาริสะเจอกับอลิส พร้อมกับ เรมุ หรืออาจจะเจอก่อนเรย์มุอีกนะ (สังเกตว่า คู่นี้จะสนิทกันเป็นพิเศษ? พบกันเมื่อไหร่ก็ทะเลาะกันเมื่อนั้น) ถ้าในความคิดผม ถ้าเธอจะแค้นฝังใจละก็ เธอน่าจะแค้นมาริสะมากกว่านะ

อีกอย่างในภาคห้า เราสามารถใช้ตัวละครได้ถึง 4 คนด้วยกัน คือ เรย์มุ อลิส ยูกะ มิมะ ซึ่งก็ทำให้อลิส และชินกิ ก็รู้จักพวกนี้พอสมควรละ (เช่น อลิสเคยพลังซัดมิมะ ทีเดียวจอดตอนที่ถูกบังคับให้ไปเป็นเมด หลังจบ Extra (ฮา))

ชินกิ เธอเป็นนางฟ้าระดับ 6 ปีก (ผมจำไม่ได้แล้วแหะว่า เขาเรียกพวกเทวดาหกปีกว่า อะไร เซริเอล ใช่ป่าวหว่า) ฐานะของเธอก็็เป็นราชินีแห่งโลกปีศาจ


ดูชัด ๆ เธอมี 6 ปีกนะ


อลิสตอนเด็กสมัยอยู่กับแม่


และลูกสาวของเธอก็คือ อลิส นั่นแหละ แต่ก็ไม่รู้เหตุผลว่า ทำไมถึงต้องทิ้งไว้ที่ป่าเวทย์มนต์เหมือนกัน อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปกับ โทโฮภาค Z (มันจะมีเรอะ)





ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 11 ก.ย.49 เวลา 15:38:39 น.

bekung
BONESแฟนคลับ

สรุปก็คือ ZUN รู้ทุกอย่างไงล่ะ ( แต่ปล่อยให้ไปคิดกันเองสนุกกว่า เฉลยหมดเกมก็เอวังกันพอดี )

..ก็จินตนาการกันไป แฟนฟิคเลยเกิดขึ้นมาได้ smile

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 11 ก.ย.49 เวลา 21:44:30 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

ก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนะครับคุณ miragez smile

อันที่จริงผมเองก็ระแวงเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครเหมือนกัน
ในส่วนของการวางไอเดียนั้นผมถึงตัดปัญหาโดยอาศัยมุมมองเดียวแบบความเป็นจริงคือให้ภาค 5.0 ในเรื่องเป็นของเรย์มุคนเดียวเท่านั้นไป (เรย์มุเหมาหมดว่างั้นเถอะ) เพื่อให้บทมาริสะว่างจะได้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่งั้นบทชนกันครับแล้วจะขัดแย้งกันเองในเนื้อเรื่องไป

อืม... ก็กรณีเดียวกับที่จับยูคาริมาเปิดตัวก่อนเหมือนกัน ส่วนตัวแล้วคิดว่าเธอเป็นตัวละครที่มีความโดดเด่นมาก น่าเสียดายที่จะให้มาอยู่ในตอนท้ายๆแบบ Phantasm ไป จับมาเปิดตัวแบบนี้ดีกว่าเยอะเลย ฮี่ๆ grin

ก็อาจมีบิดผันจากเกมไปบ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็เผื่ออารมณ์นิยายก็จะอิงเค้าเดิมให้มากที่สุด แต่ในบางส่วนก็จำเป็นต้องปรับครับ ไม่งั้นดราม่าหายเหือดหมด หากมีจุดไหนที่ผิดพลาดไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ smile

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 12 ก.ย.49 เวลา 00:28:22 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ