Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASYภาคเจ้าหญิงทั้ง7 ตอน2 : นักดาบสาวที่ไร้รอยยิ้มอายน่า(ตอน1)

ขอโทษที่มาช้าไปวันหนึ่งครับ...และขอบคุณที่ติดตาม

2 : นักดาบสาวที่ไร้รอยยิ้มอายน่า

ดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่า”แฟนตาซี” มันเป็นดินแดนที่พระเจ้าสร้างขึ้น ในดินแดนที่มี 7 มหาทวีปและอีก 4 ทวีปย่อย มีอาณาจักรและหมู่บ้านมากมายนับร้อย แต่ว่าดินแดนแห่งนี้กลับถูกแบ่งออกเป็น 10 ส่วน ด้วยพลังกำแพงแสงของพระเจ้า ด้วยเหตุผลใด...โดยที่เราไม่มีทาง-ได้รับรู้

มหาทวีปที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ตรงกลางของดินแดนนี้-ที่มีนามว่า”โลเกียร์” ถึงกับถูกพระเจ้าแบ่งออกเป็น 5 ส่วน มีหมู่บ้านบางหมู่บ้านถูกตัดผ่าทำให้ได้แค่มองผ่านอยู่กันคนละด้านของกำแพงแสงนั้น และบนมหาทวีปนี้มีอาณาจักรอาณาจักรหนึ่งที่ถูกตัดออกให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงกลางของทวีปที่มีชื่อว่า”ดรีมฟาแลนด์” อาณาจักรพิเศษกว่าอาณาจักรใด เพราะว่าที่เหนือยอดปราสาทของอาณาจักรนี้ มีวิหารซึ่งเป็นที่อยู่ของพระเจ้าลอยอยู่ให้ผู้คนสามารถมองเห็นได้ แต่ว่าด้วยอำนาจของพระองค์จึงไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถผ่านเข้าไปได้ เช่นเดียวกับกำแพงแสงที่พระเจ้าใช้แบ่งโลกออกเป็นส่วนๆที่ไม่มีมนุษย์คนไหนก้าวข้ามไปได้

และที่เราจะกล่าวคืออาณาจักรที่อยู่ทางตะวันตะตกเฉียงเหนือของทวีปโลเกียร์เหนือ-ทางทิคตะวันตะเฉียงเหนือของดรีมฟาแลนด์ บนดินแดนแห่งนั้นมีอาณาที่ชื่อว่า”พาราเซีย” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในตอนนี้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปีศักราชแห่งพระเจ้าอาเทออนที่ 2002

2 เดือนหลังจากที่จอมมารได้ยกกองทัพออกมารุกรานทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้ มหาทวีปแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้มหาสงคราม รวมถึงที่นี่-ที่เป็นหนึ่งในอาณาจักรที่ถูกลุกลานมากที่สุด แต่ด้วยชัยชนะติดต่อกันของผู้กล้า...ทำให้จอมมารรวมกำลังทั้งหมดกลับสู่ปราสาทเพื่อปกกันการบุกของผู้กล้า

...ชะตากรรมของอาณาจักรนี้คล้ายขึ้นอยู่กับบุรุษนานว่าริวโน่-เพียงคนเดียว
พาราเซียอาณาจักรแห่งอัศวินและนักรบ-อาณาจักรที่ตั้งอยู่บนทวีปโลเกียร์เหนือ...หรืออาณาจักรที่เริ่มต้นของเรื่องราวในตอนนี้

…เรื่องราวของนักดาบสาวเก่งกาจ...ที่มีนามว่า”อายน่า”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาณาจักรพาราเซียประกอบด้วยเมือง 5 เมือง...โดยมีเมืองหลวงตามชายของอาณาจักรว่า”พาราเซีย”อยู่ติดชายทะเลด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นอาณาจักรแห่งอัศวินและนักรบที่เก่งกาจแห่งหนึ่งบนทวีปโลเกีย์เหนือนี้

...และเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่จอมมารยังไม่สามารถตีได้สำเร็จไม่ว่าจะโจมตีซักกี่ครั้งก็ตาม
มีพระราชาที่สืบทอดบังลังภ์มายาวนานนับพันปี-เป็นผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้...และผู้สืบเชื้อสายแห่งราชาอีก 4 คน

พระราชาจะประชุมว่าราชการกับเหล่าขุนนางเกี่ยวกับปัญหาสำคัญๆทุกวัน สถานที่ประชุมของพระราชาคือปราสาทที่สวยงามและยิ่งใหญ่ของพระองค์-ที่ถูกเรียกว่า“ปราสาทอัศวิน”

บานประตูถูกเปิดออกหลังการประชุมสิ่งสุดลง...อัศวินสูงวัยผู้หนึ่งภายในชุดเกราะได้ก้าวออกมาจากห้องเป็นคนแรก-ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะตามหลังมาด้วยทหารคนสนิทที่ก้าวตามหลังมา

อัศวินสูงวัยหยุดเล็กน้อย-ก่อนจะหันกลับไปหาทหารคนสนิท...ส่งม้วนกระดาษที่ถืออยู่ในมือ-พร้อมกับสั่งว่า

“เอาไปจัดการเสีย”

“ครับ”

ทหารคนสินทรับม้วนกระดาษนั้นไปพร้อมส่งเสียงตอบรับ-ก่อนวิ่งออกไปจนสุดเส้นทาง

“ในที่สุด...ความหวังของเราก็เป็นจริงเสียที”

อัศวินสูงวัยที่มองทหารคนสนิทของตนวิ่งออกไปจนหายรับ...พูดพึมพำออกมา-ก่อนสาวเท้าก้าวเดินออกไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู้หน้าปราสาท
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ประกาศ
โดย
พระราชาแห่งพาราเซีย
ทางอาณาจักรมีความประสงค์ที่จะรับ
สมัครนักรบ อัศวินและจอมเวทเพื่อจัดตั้งเป็น
กองทัพไปช่วยเหลือผู้กล้าในการปราบจอมมาร
ที่คุกคามทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้
                         ผู้ที่สนใจเชิญร่วมทดสอบเพื่อสมัครได้ที่
ลานหน้าปราสาท
                   ลงชื่อ      
                   บาเล็น ทีดีก้า
                                     (หัวหน้าเหล่าทหารองค์รักษ์)

ใครจะคิดบางเล่าว่า “ประการแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆของอาณาจักรแห่งนี้”...มันจะเป็นเปลี่ยนถึงชีวิตผู้คนมากมาย

...อย่างน้อยที่สุดก็ 4 คน-ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในตอนนี้

...หนึ่งในนั่นคืออายน่า เอสเมทร้า
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

20 วันต่อมา

ที่ลานประลองภายในประสาท...พระราชาแห่งอาณาจักรพาราเซียกำลังนั่งชมการประลองรอบรองชนะเลิศอยู่ที่สองอยู่

หนึ่งนั่นเป็นชายร่างสูงใหญ่เกือบ 2 เมตร สวมชุดเกราะสีเงินเป็นมันวาว-ใช้ลูกตุ้มที่มีหนามแหลมคล้อยสายโซ่เป็นอาวุธ...ส่วนอีกมือถึงโล่เหล็กใบใหญ่ไว้ ใบหน้าเขาไม่ได้สวมหมวกทำให้เห็นถึงบาดแผลมากมายที่เกิดจากการต่อสู่มาค่อนชีวิต-และหมวดที่เรียวยาวสองสาย...เขาเป็นหนี่งในทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงของพาราเซียนามว่า “บิวมอส”

ส่วนคู่ต่อสู่กลับเป็นเด็กสาววัยประมาณ 15 ปี ร่างสูงสง่าอกผายไหล่ผึ่ง สูง 175 เซนไว้ผมสีแดงยาวสลายจนถึงการหลัง เธอมีจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเบาบางสีแดงสด ใบหน้าเรียวงามรับกับดวงตากลมโตสีแดงดั่งเปลวไฟ-แต่ว่ากลับเย็นชาจนแทบไร้ประกาย

...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชีวิตของเธอผ่านชะตากรรมที่เลวร้ายมามากเพียงใด

เธอสวมใส่เสื้อแขนสั้นสีแดง ทับด้วยเกราะป้องกันหน้าอกสีเงินและเกราะปกกันแขนทั้งสองข้าง สวมกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าเนื้อหยาบทับด้วยรองทองบูทสีดำสูงปกปิดหัวเข่า ในมือของเธอถึงดาบเล่มหนึ่งเท่านั้น-ไร้โล่ปกกัน

“เชิญได้”

ทันทีที่กรรมการส่งสัญญาณ...บิวมอสก็ยกลูกตุ้มเหล็กในมือขึ้นหลุมแกว่งเหนือศีรษะตน-ส่งเสียงแหวกอากาศดั่งกำวาลก้องสนามประลอง ก่อนที่จะเหวี่ยงมันลงไปยังร่างของคู่ต่อสู้อย่างไม่ปราณี

...การตายในการประลอง-ถือเป็นความสมัครใจของผู้สมัคร

“ตู้ม...ม!”

เสียงดังลั่นเมื่อลูกตุ้มเหล็กตกกระทบพื้น-หินที่ปูเป็นพื้นลานประลานแตกกระจายพร้อมความเจ็บปวดใจของคนดูแลสนามประลอง ร่างของเด็กสาวผมแดงหายไปจากที่เดิม-เธอกระโดดถอยออกไปด้านขวามือของตนเองก่อนที่จะพุ่งเข้ามาพร้อมทั้งตวัดดาบฟาดลงมา

“แกร้ง!”

บิวมอสรับยกโล่ขึ้นรับทันที-ก่อนจะตวัดมือกลับดึงลูกตู้มกลับมาให้พุ่งเข้าใส่ร่างคู่ต่อสู้ทางด้านหลัง แต่เด็กสาวคล้ายรู้ตัว-รีบก้มตัวหลบไปทางซ้ายด้วยความเร็วก่อนที่จะตวัดดาบในมือขวาออกมาอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่ง...คราวนี้เป้าหมายคือข้อมือขวาของบิวมอส

แต่บิวมอสก็ไม่รอช้า-กลับก้าวถอยหลังออกไปจนดาบที่วางลงมาของเด็กสาวต้องผลาดเป้า
เด็กสาวที่ฟาดดาบลงมาก็ก้าวเท้าขวาออกไปตามต่อไปเบื้องหน้า...ดาบที่ฟาดเปลี่ยนเป็นแทงออกไปอย่างรวดเร็ว-เป้าหมายเปลี่ยนเป็นคอของบิวมอส จนบิวมอสต้องถอยหลังออกไป 2 ถึง 3 ก้าวอย่างฉุกละหุก...คมดาบเพียงเฉียดผ่านใบแก้มของเขาไป

...แม้คมดาบจะไม่ทันสัมผัสผิวกายเขา...แต่ความเย็นยะเยือกของมันคล้ายบาดลึกไปถึงศักดิ์ศรีของเขาแล้ว

ก่อนจะเด็กสาวจะทำอะไรต่อไป...บิวมอสได้กระชากแขนขวากลับดึงลุกตุ้มเหล็กกลับมา-พร้อมทั้งก้าวถอยหลังกลับสู้ระยะที่ตนปลอดภัย เขาควงลูกตุ้มเหล็กที่มีหนามแหลมคมขึ้นกลางอากาศอีกครั้งอย่างรวดเร็ว...ดวงตาทั้งสองจ้องมองเด็กสาวที่ยื่นประจันอยู่เบื้องหน้าตน

เด็กสาวที่ไม่มีท่าทางหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย...ดวงตาสีแดงเปลวเพลิงของเธอยังจ้องมองไปเบื้องหน้า-คล้ายกับรอโอกาสที่จะพิชิตชัย

เบื้องบนอัฒจันทร์...พระราชาที่ชมการต่อสู้อยู่-ถึงกับตกใจเล็กน้อยที่ไม่คิดว่าการต่อสู้จะยึดเยื้องถึงเพียงนี้ ในตอนแรกพระองค์คิดว่า “บิวมอสคงจะจัดการคู่ต่อสู้เพียงแค่แป๋ปเดียวเท่านั้น”...จนอดที่จะหันไปกระซิบถามอัศวินคนสนิทของตนไม่ได้ว่า

“บาเล็น...ท่านคิดว่าบิวมอสจะชนะมัย”

บาเล็นที่เป็นอัศวินคนสนิทที่เสนอในมีการประลองครั้งนี้-กลับตอบออกมาว่า

“ก็ไม่แน่หรอกพระองค์”

“หา...”

พระราชาร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ...เพราะพระองค์เชื่อในการวิเคราะห์ของบาเล็น-แต่ยังอดที่จะถามต่อไปไม่ได้ว่า

“ทำมัยล่ะ...บาเล็น”

บาเล็นไม่ตอบ...แต่กลับถามพระองค์ต่อไปว่า

“พระองค์เห็นถึงเส้นผมสีแดงดั่งเปลวเพลิงของเธอมัยพะยะค่ะ”

“อืมม์”

เมื่อพระราชาตอบรับ...บาเล็นจึงบอกต่อไปว่า

“เธออาจเป็นชนเผ่าฟรายทีเซียก็ได้”

“ฟรายทีเซีย...”

พระราชาทวนคำออกมาอย่างแปลกใจ-แต่ก่อนที่พระองค์จะถามอะไรออกไป...การต่อสู้เบื้องล่างก็ได้เปิดฉากขึ้นอีกครั้งแล้ว

...และครั้งนี้มันก็ถึงเวลาที่จะต้องปิดฉากลงด้วยเช่นกัน

บิวมอสที่ค่อยๆเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ๆ-หมายที่จะหาถึงระยะสังหารที่แน่นอน...ฝ่ายเด็กสาวก็เช่นกันที่ค่อยๆถอยออกไปสู่ระยะที่โซ่ของลูกตุ้มไปสามารถทำร้ายถึง แต่ทันใดนั่นขาซ้ายของเธอที่ก้าวถอยหลังก็เหยียบออกไปนอกรอบลานประลองจนต้องชักเท้ากลับ

บิวมอสไม่รอช้า...ปล่อยโอกาสนั่นให้สุดลอย-รีบเหวี่ยงลูกตุ้มพุ่งตรงไปยังใบหน้าของเด็กสาวทันที
เด็กสาวที่เพิ่มวางเท้าซ้ายยังบนลาน-รีบเอียงหัวหลบไปด้านซ้าย...ให้ลูกตู้มลอยผ่านศีรษะไป-ก่อนที่จะหมุนตัวกลับตวัดดาบฟาดเป็นวงกลมใส่เอวซ้ายของบิวมอสอย่างรวดเร็ว

บิวมอสรีบลดด้ามจับลูกตุ้มในมือลงกระแทกใส่ปลายดาบทันทีพร้อมทั้งถอยหลังอย่างรวดเร็ว...พร้อมทั้งตวัดมือกลับตวัดขึ้นเหนือหัว-ดึงลูกตุ้มกลับขึ้นไปด้านบนก่อนเหวี่ยงลงมาอย่างสุดแรง

“แฟ่ว”

เสียงลูกตุ้มแหวกอากาศลงมาอย่างรวดเร็ว-จนแทบเร็วกว่าสายตาผู้คนจะมองได้ทัน...เป้าหมายของมันคือศีรษะของเด็กสาวที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาในเวลานี้

“ตูม...ม”

เสียงลูกตุ้มตกกระแทกพื้นอีกครั้ง-พบเสียงแตกกระจายของลานประลองพร้อมหัวใจที่แตกสลายของผู้ดูแล...บิวมอสรีบดึงลูกตุ้มกลับมาอีกที้อย่างรวดเร็ว...แต่...

แต่...

แต่ว่าเด็กสาวท่าหลบลูกตุ้มกลับยกเท้าซ้ายเหยียบลงบนลูกตุ้ม-กดลูกตุ้มให้จมลึกลงไปยิ่งกับพื้น...ดาบในมือขวาของเธอแทงออกไปอย่างรวดเร็วยิ่ง

...รวดเร็วราวกับประกายของไฟ

บิวมอสที่เห็นเช่นนั้นรีบถอยหลังกลับไปทันที...แต่ในคราวนี้มือของเขากลับชะงักลง-เพราะโซ่ลูกตุ้มที่โดนกดอยู่จมดิน แต่ปลายดาบยังแทงเข้ามาอย่างรวดเร็วยิ่ง...ทำให้บิวมอสต้องปล่อยมือออกจากลูกตุ้ม-ถอยหลังออกไป เขาคิดที่จะละทิ้งอาวุธเพื่อใช้มือเปล่าต่อสู้กันเด็กสาวต่อไป...เพราะเขาจำความเร็วดาบของเด็กสาวได้ดี-แต่...

แต่ปลายดาบของเด็กสาวที่แทงเข้ามาในครั้งนี้-มันเร็วยิ่งกว่าครั้งแรกมากนัก

บิวมอสในยามนี้เขารู้แล้วว่า “เขาหลงกลเด็กสาวเสียแล้ว”-ก่อนที่เขาจะแก้ไขอะไรได้...ปลายดาบของเด็กสาวที่แทงออกมาก็ได้แทงผ่านแก้มซ้ายของเขาไปแล้ว-ทิ้งรอยแผลที่มีเลือดไหลออกมาอาบแก้ม

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

บิวมอสหัวเราะออกมา-พร้อมทั้งชูมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะตน

...เป็นเครื่องหมายของการยอมแพ้

ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

“...คิดไม่ถึงเลยว่าฉัน-บิวมอสที่ต่อสู้เสี่ยงตายมาชั่วชีวิต...วันนี้จะพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวได้...”

ก่อนจะลงเสียงหัวเราะออกไปพร้อมกับพูดอีกว่า

“...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...สมกับที่เป็นสายเลือดแห่งฟรายทีเซียจริงๆ...แม้ฉันจะพ่ายแพ้-แต่ก็เต็มใจจริงๆ”

พร้อมทั้งหยิบมือส่งไปยังเบื้องหน้าเด็กสาวเพื่อจะจับมือแสดงความยินดีกับเธอ

เด็กสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าบิวมอส-มองกลับมาด้วยสายตาที่เย็นชา...จนบิวมอสที่มองเห็นประกายไฟในดวงตาสีแดงเพลิงของเธอต้องเสียวสันหลังดัวยความหนาวเย็นยะเยือกหัวใจไม่ได้

ก่อนที่จะเห็นเด็กสาวสอดดาบเก็บใส่ฝักดาบที่ข้างเอว...หันหลังกลับเดินตรงออกกลับเข้าไปยังห้องพักผู้ร่วมประลอง-โดยที่ไม่ส่งเสียงพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรออกมาแม้แต่น้อย

...ราวกับว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใด-มีค่าคู่ควรกับความรู้สึกของเธอ

“เชอะ”

บิวมอสส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย-ก่อนที่จะครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วส่งเสียงถอนหายใจออกมา ถึงแม้บิวมอสจะไม่รู้จักเด็กสาว-แต่ก็เคยได้ยินถึงการล่มสลายของเมืองฟรายทีเซียดี...เพราะเฉพาะนั้นการที่เด็กสาวจะมองโลกในแง่ร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

พระราชาที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ส่งเสียงชื่นชมบาเล็นอัศวินคนสนิทออกไปว่า

“ดูท่าท่านจะทายถูกน่ะ-บาเล็น”

...พระราชารู้ดีว่าบาเล็นทราบดีกว่าเด็กสาวจะชนะ เพียงแต่ไม่พูดออกมาเป็นการหักหน้าพระองค์เท่านั้น

“ไม่เป็นไรพะยะค่ะ”

บาเล็นตอบรับกลับมารับความคิดของพระองค์...พระราชจึงพูดต่อไปว่า

“บาเล็นท่านดูเด็กสาวคนนั้นประลองมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่รอบแรกแล้วพะยะค่ะ”

สิ้นเสียงตอบรับของบาเล็น...พระราชาจึงยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า

“มิน่าล่ะ...”

ก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า

“...ท่านคงเห็นแววเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่แรกแล้วสิน่ะ…”

เมื่อบาเล็นยิ้มรับ-พระราชาจึงยิ้มแล้วถามต่อไปว่า

“...เด็กสาวคนนั้นเป็นใครมาจากไหน...ใช่เป็นชนเผ่าฟรายทีเซียจริงหรือเปล่า”

“ไม่ทราบได้พะยะค่ะ...”

บาเล็นตอบปฏิเสธกลับมา-ก่อนจะตอบต่อไปว่า

“...เธอเข้ามาอยู่ในเมืองไม่ถึงเดือน...ไม่มีใครทราบว่าเธอมาจากไหน-หรือเป็นใคร...”

ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบต่อไปว่า

“...ชื่อที่เธอใช้ในการประลองคืออายน่า เอสเมทร้าพะยะค่ะ”

“เอสเมทร้า...”

พระราชาพูดพร้อมๆกับครุ่นคิด-ก่อนพูดต่อไปว่า

“...เอสเมทร้าไม่ใช่ชื่อตระกูลของพระราชาแห่งฟรายทีเซียนี่น่า...เอหรือว่าเธอไม่ใช่ชาวฟรายทีเซีย...”

“ก็อาจเป็นไปได้...”

บาเล็นแสดงความเห็นออกมา-ก่อนพูดต่อไปว่า

“...เพราะแม้แต่ในตระกูลฟรายทีเซียของพระราชาแห่งเมืองฟรายทีเซียก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสายเลือดแห่งฟรายทีเซียเข้มข้นจนมีดวงตาและเส้นผมสีแดงแห่งเปลวไฟ...”

“เฮ่อ...”

พระราชาถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย...ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...ดูเหมือนจะยากน่ะ-ที่จะมีนักรบแห่งฟรายทีเซียมาเป็นนักรบแห่งอาณาจักรเรา”

...สายเลือดแห่งฟรายทีเซีย...สายเลือดนักรบแห่งไฟ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อ 2 เดือนกว่าๆบนทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้-เคยมีเมืองที่ชื่อว่าฟรายทีเซีย มันเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางตะวันออกค่อนไปทางใต้เล็กน้อยของอาณาจักรพาราเซีย-อยู่ระหว่างอาณาจักรพาเรเซียกับดาเมนัส
เป็นเมืองที่เข้มแข้งทางการทหารที่ตอนเหนือติดทะเล-ทำการติดต่อค้าขายทางชายทะเลกับทวีปต่างๆที่อยู่ใกล้ทวีปโลเกียร์เหนือ-ที่อยู่ภายใต้แสงอาณาเขตของพระเจ้าเดียวกัน

มีพระราชาที่สืบทอดในตระกูลฟรายทีเซียสืบทอดมาตั้งแต่ตั้งเมืองแห่งนั้น

แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนกว่า-ก่อนหน้านี้...เมื่อจอมมารได้เปิดฉากบุกยึดทำลายล้างเมืองต่างๆบนทวีปโลเกียร์เหนือ-ได้บุกยึดทำลายล้างเมืองสำคัญ 2-3 แห่งเป็นการเปิดฉาก

เพียงแค่ค่ำคืนเดียวเท่านั้น-จอมมารได้ส่งมังกรแสงเผาทำลายล้างเมืองฟรายทีเซีย เพราะเกร่งกลัวในสายเลือดนักรบแห่งไฟของฟรายทีเซียที่สืบทอดมาในตระกูลฟรายทีเซียที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยโลกมาครั้งหนึ่ง

หลังจากค่ำคืนนั้น-ก็ไม่มีเมืองฟรายทีเซียอีกเลย

...สายเลือดนักรบแห่งไฟของฟรายทีเซียก็ได้หายสาปสูญไปจากโลกนี้

...แต่ก็ไม่แน่เสมอไป...หรอก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขณะที่บิวมอสกำลังถอดชุดเกราะที่หลังอึ้งของตนออกจากร่างภายในห้องเตรียมตัวรวมสำหรับ-ก็ได้ยินเสียงของชายสองคนที่อยู่ด้านหลังตนกำลังพร้อมอยู่อย่างแผ่วเบา

“ดูนั่นสิ”

ชายคนแรกพูดทำให้บิวมอสอดมองตามไปด้วยความสงสัยไม่ได้...บิวมอสมองเห็นเด็กสาวที่เขาพึ่งจะสู้แพ้มา-อายน่ากำลังเก็บของเพื่อจะก้าวเดินออกไปจากห้องเตรียมตัวนี้

“นั่นสิ...”

ชายอีกคนกล่าว-และก่อนต่อไปว่า

“...เด็กนั่นจะเป็นสายเลือดนักรบของฟรายทีเซียหรือเปล่าน่ะ…”

บิวมอสก็ครุ่นคิดในใจเช่นกัน-และยังฟังชายคนที่สองกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ผมสีแดง ผิวขาว-ถ้ามีดวงตาสีแดงเพลิงก็ใช่เลย”

“อืมม์...อืมม์...”

ชายคนแรกตอบรับก่อนพูดต่อไปว่า

“...ดูไหล่ของเธอสิ-ไม่ได้กว้างอย่างที่คิดไว้แฮะ”

บิวมอสอดมองไปยังหัวไหล่ของอายน่าที่ในยามนี้เธอถอดเกราะปกกันหน้าอกออก...สวมเพียงชุดเสื้อสีแดงกับกางเกงขายาวหันหลังให้กับทุกคนเท่านั้น หัวไหล่ของเธอไม่ได้กว้างอย่างพวกนักรบที่ออกกำลังช่วงบนมาเป็นอย่างดี

“ฉันว่าเด็กนั่นต้องเป็นพวกฟรายทีเซียแน่ๆ...”

ชายคนที่สองกล่าว-และกล่าวต้องไปว่า

“...ทั้งๆที่ใช้ดาบได้คล่องขนาดนั้น แต่ลำแขนขาวๆของเธอกลับไม่มีกล้ามเนื้อบึกบึนเหมือนนักรบสาวทั่วๆไปเลย”

บิวมอสที่ฟังอยู่อดที่จะคิดในใจไม่ได้เช่นกัน...เพราะว่าพวกฟรายทีเซียมักมีพรสวรรค์ทางด้านการต่อสู้มาแต่กำเนิด ไม่ว่าจะฝึกฝนมากเท่าไหร่ร่างกายก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก...ถึงจะไม่มีกล้ามเนื้อมากมายหรือผิวขาวที่ไม่มีวันดำคล้ำ-แต่ไม่ใช่หมายความว่า “ไม่มีวันเก่งขึ้น”

...เพราะความเก่งกาจของพวกฟรายทีเซีย-มันแฝงลึกลงไปในสายเลือดและวิญญาณมากกว่าร่างกาย
ในยามนั้นอายน่าได้เก็บข้าวของเสร็จแล้ว...นอกจากเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้ว-เธอเพียงแค่พกดาบของเธอก้าวเดินออกไปจากห้องเตรียมตัวนี้เท่านั้น ทั้งชุดเกราะและข้าวของต่างๆของเธอ-ต่างถูกเก็บไว้ในตู้ใส่ของเพื่อรอใช้ในวันรุ่งขึ้น...ผิดกลับบิวมอสที่เขาจะต้องเก็บข้าวของออกไปให้หมดสิ้นภายในวันนี้-เพราะการประลองของเขาสิ้นสุดลงแล้ว

ทั้งบิวมอสและชายอีกสองคนที่ด้านหลังอดมองตามเงาหลังของอายน่าทีก้าวเดินออกไปไม่ได้...ที่ถึงแม้เธอจะอายุแค่เพียง 15 ปี-แต่รูปร่างของเธอในตอนนี้กลับสูงสง่าร่างกับหญิงสาวที่สมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง ถ้าหากเธอไปปรากฏตัวอยู่ภายในงานเลี้ยงด้วยอาภรณ์ที่สูงค่าแล้วละก็-คงมีเจ้าชายมากมายต้องมาขอเธอเต็มรำอย่างแน่นอน

...ผู้ที่มีสายเลือดนักรบแห่งฟรายทีเซียมักจะเติบโตเร็วกว่าบุคคลทั่วไป-และมีช่วงชีวิตวัยหนุ่มสาวที่ยาวนานกว่า...เพื่อทำสงคราม

“แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก”

ชายคนแรกพูดออกมาอย่างเสียดาย...ชายคนที่สองจึงถามออกไปว่า

“ทำมัยล่ะ”

“เพราะว่าสายเลือดแห่งฟรายทีเซียมีน้อยมาก...”

ชายคนแรกตอนออกมา-ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

“...ยิ่งสายเลือดที่บริสุทธิ์ด้วยแล้ว-แทบจะไม่มีเหลือเลย”

บิวมอสที่ได้ยินเช่นนั่นก็อดที่จะเห็นด้วยไม่ได้เช่นกัน เพราะว่าแม้แต่พระราชาของฟรายทีเซียที่มีสายเลือดแห่งฟรายทีเซียที่ว่าบริสุทธิ์ที่สุดยังมีดวงตาสีน้ำตาลเลย

...ยิ่งในพวกเชื้อพระวงค์ของฟรายทีเซียบางคนที่ผ่านการแต่งงานเปลี่ยนสายเลือดหลายต่อหลายร้อยครั้ง-บางคนกลับแทบจะไม่มีลักษณะเด่นของฟรายทีเซียปรากฏออกมาเลย

...ลักษณะเด่นที่มีเส้นผมสีแดง

แต่บิวมอสก็ครุ่นคิดไม่ออกว่า “ในทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้ยังมีชนเผ่าใดที่มีดวงตาและเส้นผมสีแดงอีกบาง”

“เฮ้ย”

ก่อนที่เขาจะส่งเสียงถอนหายใจออกมาแล้วเบิกข้าวของของตนเองก้าวเดินออกไปจากห้องเตรียมตัว...เขาหวังที่คืนจะจะดื่มให้เมามายสักคืนหลังจากที่อดอยากมานานจากการประลอง ถึงเขาอาจจะไม่ได้บรรจุเป็นทหารแต่เงินรางวัลจากการประลองที่ได้ก็มากพอให้เขาจับจ่ายไปได้อีก 2-3 เดือนเลยที่เดียว

และแน่นอน-เขาไม่ยอมแน่ที่จะผลาดการประลองในคู่ชิงชนะเลิศวันพรุ่งนี้ระหว่างอายน่ากับนักดาบดำที่ไร้ฟ่ายคนนั้น...เมื่อคิดถึงตอนนี้-บิวมอสอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ที่ผลาดโอกาสในการแก้มือกับนักดาบดำในวันพรุ่งนี้ไป
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“แอ๊ก-กี้-แอ๊ก-เอ๊ก...”

รุ่งเช้ามาพอไก่ขัน-อายน่าลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอน

เช้านี้-ก็เหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา...อายน่าแทบไม่รู้สึกพิเศษอะไรกับมัน-เพียงหลับตาลงไปอีกครั้งนึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายของตนไม่มีวันลืม

มือของเธอยังจี้สร้อยคอสีน้ำเงิน-เงินแน่น

“ตื่นได้แล้วจ้า...อายน่า”

เสียงหญิงกลางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน

อายน่าปล่อยมือที่กุมจี้สร้อยคอพร้อมลืมตาขึ้น-แล้วตอบไปอย่างเฉยชาว่า

“อืมม์”

ก่อนที่จะดึงตัวขึ้นจากที่นอนปล่อยให้ผ้าห่มร่วงลงไปกองอยู่ที่หน้าท้อง...เปิดให้เห็นร่างท่อนบนของเธอสวมเพียงเสื้อคอกว้างไร้แขนสีขาวที่ยาวเพียงแค่ครึ่งลำตัวที่เปิดเผยให้เห็นถึงใต้เนินอกสีขาวนวลสวยของเธอ-ท่อนล่างของอายน่ากางเกงชั้นในสีขาวเท่านั้นและจี้รูปเปลวไฟสีน้ำเงิน-เงินพร้อมสายสร้อยคอเท่านั้น

ก่อนที่อายน่าจะลุกขึ้นจากเตียงนอนก้าวลงมา...แล้วสวมใส่ชุดเสื้อผ้าของเธอพร้อมทั้งหยิบดาบของเธอที่วางไว้-ก่อนที่จะก้าวออกไปจากห้อง

“หลับฝันดีมัยจ๊ะ…”

เสียงของหญิงกลางคนถามออกมาอีกครั้ง...อายน่าเพียงส่ายหัวตอบออกไปเท่านั้นก่อนที่จะเดินไปล้างหน้าอย่างลวกๆที่อ่างล้างหน้า หญิงกลางคนที่กำลังทำอาหาร-ร้องบอกออกมาว่า

“...อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วจ๊ะ”

อายน่ายังไม่ได้ตอบอะไร-เพียงนั่งรอคอยอยู่ที่หน้าโต๊ะเท่านั้น ปล่อยให้เวลาผ่านไป...ดวงตาของเธอยังเหม่อมองผ่านบานหน้าออกไป-มองดูท้องฟ้าที่กำลังเริ่งสว่างขึ้นมาที่เบื้องนอก

“เสร็จแล้วจ๊ะ”

หญิงกลางคนพูดพร้อมวางจานอาหารลงเบื้องหน้าอายน่า-เธอจึงตักมันกินโดยที่ไม่ส่งเสียงพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรออกมาแม้แต่น้อย

...ราวกับว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใด-มีค่าคู่ควรกับความรู้สึกของเธอ

“เฮ้ย...”

หญิงกลางคนส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบายใจ...เพราะยิ่งนานวัน-อายน่ายิ่งค่อยๆสูญเสียความรู้สึกไปจนแทบจะไม่แสดงอะไรออกมาเลย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลานประลอง-บิวมอสที่ตื่นสายรีบวิ่งเข้าลานประลองอย่างรีบร้อน เมื่อคืนเขาดื่มหนักไปหน่อยเลยทำให้ตื่นสาย บิวมอสจึงรีบกวาดตาตรงไปยังลานประลองทันที-ยังดีที่การประลองยังไม่จบลง

“แฮก...แฮก...”

อายน่าที่กำลังถือดาบอยู่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่าง...คู่ต่อสู้ที่ยื่นอยู่เบื้องหน้าเธอ-เป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ เขาเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลา ผมสีดำ สวมชุดเกราะสีดำ-ถือดาบยาวใหญ่สีดำสนิท ใบหน้าและดวงตายังคงฉายแววขี้เล่นอยู่-ไม่มีอาการหอบหายใจแล้วแม้แต่น้อย

...ชายหนุ่มคนนั้นคือนักดาบดำ

“...แฮก...แฮก”

อายน่าที่หอบหายอยู่จึงก้าวเท้าขวาพุ่งเข้าหาพร้อมทั้งตวัดดาบฟันออกไปอย่างรวดเร็ว...นักดาบดำจึงถอยหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว อายน่าเห็นเช่นนั้นจึงก้าวเท้าซ้ายเอาไป-เปลี่ยนเป็นแทงดาบออกไปอย่างรวดเร็ว...แต่นักดาบดำยังถลันร่างหลบไปยังด้านหลังเร็วขึ้นอีก-ทั้งๆที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
แต่อายน่าก็ไม่รอช้า...ไม่เปิดโอกาสให้นักดาบดำได้ตีโต้-ตวัดดาบของเธอฟันต่อไปอีก แต่ความเร็วของนักดาบดำที่หลังจากหลบไปมา 4-5 ครั้ง ก็ค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นราวกับไม่ใช่ความเร็วของผู้คน แม้แต่อายน่าที่ว่า “เร็วแล้ว”...แต่เขากลับเร็วกว่า

...เร็วจนแม้แต่บิวมอสยังมองตามร่างของทั้งสองไม่ทัน

จนในที่สุด-สุดท้าย นักดาบดำก็ใช้ดาบตวัดรับดาบของอายน่า-ก่อนจะแทงสวนออกมา อายน่ารีบหลบอย่างรวดเร็ว-ก่อนจะพุ่งเข้าไปพร้อมฟาดดาบลงมาอย่างเต็มแรงเพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่เธอสามารถเอาชนะนักดาบดำได้

แต่ทันใดนั้นใบหน้าของนักดาบดำฉายแววรุ่มร้อนขึ้น-ก่อนที่ความมืดมิดจะครอบคลุมร่าง แสงสีดำได้แผ่กระจายออกมาจากร่างนักดาบดำ

ดาบที่อายน่าแทงออกไป-กลับถูกความวางเปล่า

...นักดาบดำที่เปล่งหน้าได้หายไปแล้ว

แต่ไม่มีเวลาให้อายน่าได้สงสัย เธอได้ยินเสียงดาบฟาดลงมาทางด้านซ้ายมือ-เธอจึงหันกายตวัดดาบรับออกไปทันที

“เปรี้ยง!”

...เสียงดาบปะทะกัน

อายน่าเพียงเห็นร่างของนักดาบดำแผ่วแววเดียว-ก่อนที่ร่างเขาจะหายไป พร้อมกับได้ยินเสียงดาบฟาดมาทางด้านหลัง เธอจึงหันหลังกลับพร้อมทั้งพลิกดาบตั้งตรงกับพื้นให้มือซ้ายจับปลายดาบ-กันดาบที่ฟันมาของนักดาบดำ

“เปรี้ยง!”

ร่างของอายน่ากระเด็นถอยหลังออกมา-หลังจากเสียงดาบปะทะกันดังลั่น ร่างของนักดาบดำที่เห็นเพียงแววเดียวยังคงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วหมายที่จะปิดชีวิตอายน่าให้ได้
อายน่าไม่รอช้ารีบเอี้ยวตัวหลบไปทางซ้าย-ตวัดดาบลงไปอย่างรวดเร็ว

แต่ร่างของนักดาบดำที่พุ่งเข้ามาก็หายไปอีกครั้งหนึ่ง...ครั้งนี้ไปปรากฏตัวอยู่ทางด้านซ้ายของอายน่า เธอรีบหันร่างไปเผชิญหน้าในทันที

นักดาบดำจึงตวัดดาบลงมาอีกครั้ง-อายน่าจึงตวัดดาบฟันขึ้นไปรับ

“เปรี้ยง!”

เสียงดาบปะทะกันอีกครั้ง มือขวาของอายน่าที่กำด้ามดาบรู้สึกปวดชาราวกับถูกภูเขาแห่งความมืดมิดที่ยิ่งใหญ่จนไร้สิ้นสุดโหมกระหน่ำทับลงมาในดาบนี้

นักดาบดำยังไม่หยุดยั้ง-ยังตวัดดาบลงมาอีก

...เร็วขึ้นกว่าครั้งเดิม

อายน่าได้แต่ตวัดดาบขึ้นรับเท่านั้น...ด้วยมือที่ปวดชา

“เปรี้ยง!”

“เปรี้ยง!”

“เปรี้ยง!”

นักดำดาบยังคงฟันดาบออกมาอย่างรวดเร็ว-ทั้งซ้ายขวาและตรง อายน่าได้แต่ตวัดดาบขึ้นรับอย่างฉุกละหุกเท่านั้น แต่ละดาบของนักดาบดำยิ่งเพิ่มความเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น

“เปรี้ยง!”

นักดาบดำฟาดดาบลงมาอีกครั้ง อายน่าได้ได้ตั้งรับอย่างเต็มฝึด-เข่าของเธอสั่นจนแทบอ่อนแรงจะทรุดลง

“เปรี้ยง!”

นักดาบดำฟาดดาบลงมาอีกครั้ง-อย่างไม่ปราณี อายน่าที่แทบจะตวัดดาบรับไม่ทันถึงกันถูกแรงกระแทบลงมาจนเจ็บปวดไปทั้งร่าง ไม่เพียงดาบของเธอที่ปิ่นไปหลายจุดเท่านั้น เมื่อแต่มือขวาของเธอที่ยังด้ามดาบในยามนี้ก็มีเลือดไหลออกมาจนอายน่าต้องใช้มือซ้ายจับด้ามดาบด้านล่างเพื่อไม่ให้ดาบหลุมมือ

“เปรี้ยง!”

นักดาบดำยังคงฟาดดาบลงมาตรงๆกลางศีรษะอายน่าอีกครั้งอย่างรวดเร็วจนเธอที่ชักดาบกลับไม่ทัน-ต้องปล่อยมือซ้ายจากด้านดาบมาจับที่ปลาย ยกตัวดาบขึ้นกันดาบที่ฟาดลงมา
ดาบของนักดาบดำที่ฟาดลงมาอย่างรวดเร็วและครั้งนี้มันยังรุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้ง จนเข่าซ้ายของอายน่าจนต้องทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น

นักดาบดำตวัดดาบขึ้นมาอย่างครั้ง-หมายจะฟาดลงมาอีกครั้ง
อายน่าที่นั่งคุกเข่าซ้ายอยู่เห็นเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะชนะได้-จึงยันตัวขึ้นแทงดาบออกไปอย่างสุดแรง

“เปรี้ยง!”

อายน่าแทงดาบออกไปอย่างรวดเร็วจนไม่ใครแทบมองไม่เห็น แต่ในยามที่ปลายดาบจะแทงเข้าใส่ร่างของนักดาบดำ...มันคล้ายกับปะทะอะไรบ้างอย่างก่อนที่ร่างของนักดาบดำที่เบื้องหน้าจะหายไป

“เพี้ยว!”

เสียงดาบฝ่าอากาศมาทางด้านขวาของอายน่า-เธอรับตวัดจับด้ามดาบแล้วใช้มือซ้ายจับปลายดาบเพียงกันดาบที่ฟาดมา

“เปรี้ยง!”

คมดาบของนักดาบดำที่ฟาดมาอย่างรวดเร็วจนร่างของอายน่าแทบลอยขึ้นจากพื้น ในวินาทีนั้นอายน่าที่มองเห็นใบหน้าของนักดาบดำอย่างชัดเจน ใบหน้าที่ถูกความมืดมิดปกคลุมคล้ายดูกระหายเลือดอย่างบอกไม่ถูก-ก่อนจะตวัดดาบกลับไปแล้วฟาดลงมาจากด้านบนอย่างรวดเร็ว

“เพี้ยว!”

อายน่าใช้แรงที่เหลืออยู่ตวัดดาบขึ้นไปทันที เธอให้แรงทั้งหมดหมายจะปัดดาบของนักดาบดำให้กระเด็นออกไป-เพื่อที่เธอจะได้มีโอกาสโจมตีสวนกลับไป

“เปรี้ยง!”

...เสียงคมดาบปะทะกัน

...และเป็นครั้งสุดท้าย

ดาบของอายน่าถึงกับถูกฟันขาดออกเป็นสองท่อนจนลอยละลิ้วหมุนขึ้นไปเบื้องบน

แต่แรงดาบของนักดาบดำที่ฟาดลงมาในครั้งนี้ มันมากยิ่งกว่าทุกครั้งราวกลับขุนเขาอันยิ่งใหญ่แห่งความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดทลายลงมากอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ร่างกายของอายน่ารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง-จนเข่าซ้ายต้องคุกลงกับพื้นอีกครั้ง ได้แต่ทิ้งมือขวาที่ยังกำด้ามดาบที่ถูกฟันขาดลงบนหัวเข่าขวา ส่วนมือซ้ายที่แทบไร้เรี่ยวแรงได้แต่ทิ้งลงที่ข้างกายเท่านั้น ปล่อยให้ปลายดาบของนักดาบดำเฉียดศีรษะของอายน่าไป

“ปัก”

ปลายดาบของอายน่าที่ถูกตัดขาดตกลงปักพื้นลานประลอง ในเวลาเดียวกัน...นักดาบดำได้ตวัดดาบลงมาฟาดยังคอต้นเหนือบ่าซ้ายของอายน่า ใบหน้าของนักดาบดำในยามนี้ไม่มีแววกระหายเลือดอยู่เลย-เพียงมีแต่ใบหน้าที่ขี้เล่นเท่านั้น เขายังพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีว่า

“เธอแพ้แล้ว”

อายน่าได้แต่จ้องมองดูใบหน้าของนักดาบดำอย่างไม่พอใจเท่านั้น ก่อนที่ความรู้สึกต่างๆค่อยห่างไกลออกไปจนเลือนลางจางหาย ดวงตาเธอจะปิดลงพร้อมกลับเข่าขวาทรุดลงพร้อมร่างที่คิอยล้มไปนอนอยู่บนลานประลอง

...อายน่าได้สลบไปแล้ว

ตั้งแต่วินาทีแรกที่ความมืดครอบคลุมร่างของนักดาบดำจนถึงร่างของอายน่าทรุดลงนอนอยู่กับพื้น-มันเป็นเพียงชั่วไม่กี่พริบตาเท่านั้น ผู้คนมากมายต่างงงๆอยู่กับสิ่งที่มองเห็น-ยังสับสนจำแนกอะไรไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ...ทุกคนต่างทราบว่า”นักดาบดำเป็นผู้ชนะแล้ว”

กรรมการที่พึ่งตั้งสติได้จึงร้องตะโกนออกมาว่า

“ผู้ชนะเลิศในการประลองครั้งนี้คือนักดาบดำเดมอส”

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 14 ส.ค.49 เวลา 20:35:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ