Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASYภาคเจ้าหญิงทั้ง 7ตอน1 : เจ้าหญิงสีขาวบริสุทธิ์แคทน่า(ตอนจบ)

“ดรากอนอายคัลเลอร์”

เสียงตะโกนของปรมาจารย์ทั้งเจ็ดดั่งขึ้นพร้อมๆกับลำแสงพุ่งใส่ร่างของแคทน่า

“เรากำลังจะตายแล้ว...”

...แคทน่าคิดในใจ

ในยามนั้นเองแคทน่าได้หลับตาลง...เธอไม่ต้องการที่จะต่อสู้หรือขัดขืนใดๆอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกินจนไม่น่าที่จะอยู่ต่อไป

...สิ่งที่เป็นเห็นใบยามนี้มีเพียงใบหน้าของชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีน้ำเงิน-เงินเท่านั้น

แต่ในยามนั้นเองที่ลำแสงนั้นจะทำร้ายร่างแคทน่านั้น-แหวนหัวมังกรคาบเพชรสีดำได้มาปรากฏยังเบื้องหน้าแคทน่า-มังกรแสงสีดำอาการ์ดได้ปรากฏกายเข้ามาปกป้องเธอไว้ แต่ว่าพลังอำนาจทำลายล้างของดรากอนอายคัลเลอร์มันมากเกินกว่าเขาในตอนนี้อันเหลือไม่ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งในร้อยของยามที่มีชีวิตจะต้านทานไว้ได้ อาการ์ดเพียงหันมายิ้มให้กับแคทน่าอีกครั้งก่อนจะทุมเทพลังทั้งหมดเพียงปกป้องแคทน่าไว้แม้วิญญาณของตนจะต้องสูญสลายไปก็ตาม

“เปรี้ยง...เปรี้ยง”

แหวนหัวมังกรคาบเพชรสีดำกำลังจะร้าวและแตกสลายออก...แคทน่าได้แต่มองด้วยหยาดน้ำตาที่หลั่งไหลจากการเสียสละและความรักของพ่อเธอ

“พ่อค่ะ...”

แคทน่าส่งเสียงร้องทั้งน้ำตา...เธอยังร่ำร้องต่อไปว่า

“...พ่อค่ะ...หนูรักพ่อค่ะ”

ทันใดนั่นดวงวิญญาณของเคย์น่าได้ปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหน้าของแคทน่า...เคย์น่าได้ยื่นมือทั้งสองออกไปโอบอุ้มแหวนแหวนหัวมังกรคาบเพชรสีดำ พร้อมทั้งเกิดประกายแสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นบดบังทุกสิ่งไป

...บดบังแม้แต่แสงของดรากอนอายคัลเลอร์

แคทน่าคล้ายมองเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆมากมายทั้งภาพที่จอมเวทนับร้อยรวมกันจับแม่ของเธอและพ่อเธอกำลังจะตาย...ก่อนที่เบื้องหน้าของแคทน่ามองเห็นเพียงแหวนเป็นรูปหัวมังกรกำลังคาบเพรชเม็ดสีดำสองวงที่ติดกันพร้อมทั้งมังกรแสงแห่งความมืดทั้งสองที่สุกสว่างยิ่งกว่าแสงใดๆกำลังปกป้องเธออยู่

พ่อของเธอหรือมังกรแห่งแสงความมืดสีดำอาการ์ดตัวซ้ายที่เกิดใหม่อีกครั้งพร้อมพลังที่กลับมาเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ดุจยามที่มีชีวิตนั้นกล่าวออกมาว่า

“แหวนคู่ดับเบิลดาร์ชดรากอนนี้พ่อและแม่มอบให้ลูก...มันจะปกป้องลูกแทนความรักที่พ่อและแม่มีให้กับลูก…”

แม่ของเธอที่กลายเป็นมังกรแห่งแสงความมืดสีขาวเคย์น่าตัวขวาที่มีพลังพอๆกับอาการ์ดนั้นได้กล่าวต่อไปว่า

“...พ่อกับแม่จะอยู่กับลูกเสมอแคทน่า...เหมือนกับความรักของพ่อและแม่ที่จะไม่มีวันจางหายไป...”
ก่อนที่ทั้งสองจะพูดพร้อมๆกันว่า

“...พ่อ-แม่รักลูกน่ะ...แคทน่า”

“ค่ะ...หนูก็รักพ่อและแม่ค่ะ”

ยามเมื่อแคทน่าปรากฏกายขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าทุกคน-เธอจึงมีมังกรแสงสีดำและขาวแห่งความมืดมิดหรือพ่อแม่ของเธออยู่เคียงข้าง

ปรมาจารย์ที่ห้าร้องตะโกนสั่นทุกคนทันที่ว่า

“โจมตี...”

ก่อนจะสั่งต่อไปว่า

“...ทุกคนใช้เวทที่รุนแรงที่สุดโจมตีใส่มังกรที่ชั่วร้ายนั่นเร็ว”

เวทมนต์มากมายพุ่งเข้าใส่แคทน่า...แต่ไม่เป็นผล ปรมาจารย์ที่ห้าจึงสั่งต่อไปว่า

“ใช่เวทมนต์ตราพันธนาการไว้เหมือนเมื่อสิบหกปีก่อนเร็วเข้า”

จอมเวทนับร้อยได้ร่ายเวทมนต์พันธนาการใส่ร่างของแคทน่า...เพื่อสะกดเธอไว้เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยสะกดเคย์น่าไว้

เกิดพสุธามากมายมาคุมขังเธอไว้ ละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศกลายเป็นสายน้ำกำลังผูกรัดเธอไว้ สายลมที่พัดพาผ่านไปก็ตรึงร่างเธอไว้ เปลวเพลิวลุกขึ้นจำกัดเธอมิให้เคลื่อนไหวได้ สายฟ้าที่ฟาดลงมาหยุดแทบทุกสิ่งของเธอไม่ยอมให้ขยับ ความมืดมิดก็ตรึงเงาร่างเธอไว้ให้หยุดนิ่ง แม้แต่ดวงวิญญาณมากมายก็ยื่นมือออกมาจับต้องร่างกายเธอไม่ให้เป็นไปตามใจนึก

...เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับเคย์น่า...กำลังจะเกิดขึ้นกับแคทน่าอีกครั้ง

...แคทน่ากำลังจะถูกคุมขังด้วยคุกเวทมนต์และโซ่ตรวนแห่งมนตราเช่นเดียวกับเคย์น่า...หรือร้ายกว่านั้นเธออาจถูกพิพากษาโทษตาย

“ดาร์ชซัน”

อาการ์ดส่งเสียงพูดออกมา...เคย์น่าจึงพูดต่อไปอีกว่า

“...มีแต่ดาร์ชซันเท่านั้นที่จะสามารถช่วยลูกได้...เพราะว่ามันเป็นเวทเดียวเท่านั้นที่มีพลังมากพอที่จะต่อต้านเวทพันธนาการของจอมเวทนับร้อยนี้ได้-ไม่เช่นนั้นลูกจะต้องพบกับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าแม่”

“แต่แม่ค่ะ...หนูใช่ดาร์ชซันยังไม่ได้...”

แคทน่าพูดต่อไป...เธอยังพูดต่อไปอีกว่า

“...หนูยังไม่ได้เป็นจอมเวทธาตุแห่งความมืด...ค่ะแม่”

“ไม่เป็นไรหรอก...ลูกเป็นลูกพ่อ-ลูกต้องใช้ได้อย่างแน่นอน”

อาการ์ดพูดออกมา-เคย์น่าจึงพูดต่อไปว่า

“ใช่...ลูกต้องใช้ได้อย่างแน่นอน เพราะพลังแห่งความมืดของลูกไม่แพ้ผู้ใด...ไม่ว่าพ่อและแม่...”
เธอหยุดเล็กน้อยและพูดต่อไปว่า

“...เพราะว่าลูกสืบทอดสายเลือดอันยิ่งใหญ่ของมังกรแห่งความมืด-อาการ์ด...”
อาการ์ดจึงพูดต่อไปอีกว่า

“...และสืบทอดสายเลือดของจอมเวทแห่งแสงผู้ยิ่งใหญ่-เคย์น่า”

“ค่ะ...”

แคทน่าตอบรับกลับไปพร้อมทั้งเริ่มร่ายเวทมนต์ดาร์ชซันออกมา

“ข้าแด่พระองค์เทพพระเจ้าอาเทออนผู้ยิ่งใหญ่เหนือราชันย์แห่งจอมธาตุทั้งแปดพระองค์พระผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งขอได้โปรดจงประทานพรแห่งอำนาจของพระองค์เพียงเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งผ่านราชนัย์ผู้ครองวิญญาณแห่งความมืดมิดจากความมืดมิดเพียงเล็กน้อยสู่ห้วงแห่งความมืดมิดอันยิ่งใหญ่นิรันดร์กาลเพื่อมอบดวงเพลิงแห่งความพิโรธของห้วงความมืดมิดที่ไร้แสงสัจจะใดมาเป็นอำนาจแห่งการทำลายล้างผลาญสิ้นศัตรูแห่งข้าตะโกนก้องส่งเสียงกำรามกัมปนาทดุจหมาป่าสีดำสู่ดวงเพลิงอันมืดมิดที่ฉายแสงทมิฬส่องสว่างอันร้อนแรงกล้าในโลกแห่งความมืดมิดรัตติกาลเผาผลาญแปรเปลี่ยนเป็นพลังมากัดกินทำลายล้างหมู่ศัตรูของข้าด้วยเถิดด้วยเปลวไฟแห่งความมืดมิดบรรลัยกันที่เผาผลาญทุกสิ่งดับสิ้นสูญโดยไร้เหลือเถ่าธุลีควันใดๆ...”

ยามเมื่อแคทน่าร่ายเวทมนต์ดาร์ชซัน...เวทมนต์แห่งพันธนาการต่างๆนับร้อยบนร่างของเธอกลับค่อยคายสลายออกไป ทั้งคุกแห่งหินผาค่อยแตกสลายออก สายน้ำก็ไม่สามารถผูกรัดเธอไว้ได้ สายลมก็ไม่สามารถตรึงร่างเธอไว้ได้อีกต่อไปแล้ว ส่วนเปลวเพลิวกลับถูกดูดกลืนมาเป็นส่วนหนึ่งของเปลวเพลิงแห่งความมืดมิดสีดำ โซ่ตรวนแห่งสายฟ้าแสงสว่างสลายไปสิ้น ความมืดมิดที่เคยตรึงเงาร่างเธอไว้ก็ตกอยู่ภายใต้บงการแห่งเธอ เหล่าวิญญาณมากมายพากันลอยล่องหนีหายไปด้วยความหวาดกลัว

“บ้าน่า”

ปรมาจารย์ทั้งหกต่างหวาดกลัวในภาพที่เห็น...มีเพียงปรมาจารย์ที่ห้าเท่านั้นที่หวาดกลัวยิ่งว่าสิ่งใด-ท่านกำลังหวาดกลัวถึงคาถาที่แคทน่ากำลังร่ายเวทท่องอยู่

“ดาร์ชซัน”

ปรมาจารย์ที่ห้าคิดในใจพร้อมทั้งสั่งปรมาจารย์ที่เหลือต่อไปว่า

“...พวกเรารีบใช้เวทต้องห้ามสร้างกำแพงแสงแห่งการปกป้องเร็วเข้า”
ปรมาจารย์ที่เจ็ดรีบยืนเป็นวงกลมโดยให้ปรมาจารย์ที่ห้าอยู่ตรงกลาง-พร้อมเกิดเสาแสงทั้งเจ็ดเชื่อมเป็นกำแพงแสงเจ็ดสีทั้งเจ็ดด้าน

“...ขอความมืดมิดจงกังวาลกึกก้องเหนือแสงกัมปนาทใดๆ-ดวงตะวันอันร้อนแรงกล้าสีดำสนิทแห่งความมืดมิดนิรันดร์กาลอันยิ่งใหญ่แห่งโลกมืด...”

แคทน่ายังท่องต่อไปพร้อมๆทั้งเอามือขวาวางไว้ที่กลางอก-หันเงยฝีมือขึ้นสู่บนฟ้าปลายนิ้วชี้ออกด้านนอก...แล้วเองมือซ้ายจับที่ข้อมือขวาก่อนที่จะชูขึ้นเหนือศีรษะ-พร้อมทั้งหันข้อมือขวากลับไปด้านหลัง ทันใดนั้นบนฝ่ามือขวาของแคทน่าก็เกิดลูกแก้วสีดำขนาดใหญ่ประมาณสองเท่าของฝีมือก่อนที่แคทน่าจะตวัดลงมือพร้อมทั้งตะโกนก้องออกมาว่า

“ดาร์ชซัน”

“ปรึม...ปรึม”

แสงสว่างสีดำจ้าระเบิดขึ้นเมื่อสิ้นเสียงตะโกนของแคทน่าพร้อมทั้งลูกแก้วสีดำในมือเธอตกกระทบพื้น
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เหล่าจอมเวทนับร้อยและปรมาจารย์ทั้งเจ็ดต่างมองดูลูกแก้วสีดำในมือของแคทน่าตกลงพื้น...บางที่พอรู้ว่าเป็นเวทมนต์ดาร์ชซันรีบหลบหนีออกไปทันทีไม่ว่าจะใช้เวทมนต์หายตัวไปหรือหันหลังวิ่งหนีออกไป ก่อนที่ห้วงแห่งความมืดมิดจะระเบิดเป็นสว่างจ้าสีดำมืดมิดจะเผาผลาญกลืนกินทุกสิ่งไปจนหมดสิ้นพร้อมเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นดังก้อง

“ปรึม...ปรึม”

…ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้นด้วยระเบิดแห่งความมืดมิดอันร้ายแรงดุจดวงตะวันตกลงมาบนผืนโลก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“คลืน...คลืน”

เสียงแผ่นดินสั่นคลืนแผ่นราวโลกจะแตกดับดังลั่น

“เกิดอะไรขึ้น”

จอมเวทคนหนึ่งร้องถาม...จอมเวทอีกคนตอบกลับมาว่า

“ที่ห้องขังใส่คืนรู้สึกว่าจะมีมังกรแห่งความมืดบุกเข้าไป...เหล่าจอมเวทชั้นสูงกำลังกับมันอยู่...”

ก่อนที่จอมเวทอีกคนจะตอบอะไรออกมากกว่านี้พื้นดินที่ทุกคนยืนอยู่เกิดแสงแห่งความมืดมิดระเบิดออกมาเผาผลาญทุกสิ่งให้หายไปในเปลวไฟแห่งความมืดมิดอันร้อนแรงกล้านั้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ท่ามกลางความมืดมิดที่มีทั้งแสงสีขาวและสีดำ...แคทน่าคล้ายกำลังนอนหลับฝันอยู่-เธอคล้ายเห็นชายหนุ่มรูปหล่อราวดุจเทพบุตรคนหนึ่ง-ผู้มีเส้นผมและดวงตาสีดำพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักว่า

“แคทน่าพลังเวทของลูกมันมากมายเกินกว่าที่พ่อคิดไว้...พ่อไม่คิดว่าเวทมนต์ดาร์ชซันของลูกจะมีพลังทำลายมาขนาดนี้…”

ชายหนุ่มคนนั้นหรืออาการ์ดพูดต่อไปอีกว่า

“…พ่อจะสะกดพลังเวทที่แรงกล้าของลูกไว้ให้เหลือเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น...ตราบใดที่ลูกยังสวมแหวนคู่นี้อยู่”

แม่ของเธอจึงพูดต่อไปว่า

“แต่ลูกไม่ต้องกลัว...ตราบใดที่ลูกยังสวมแหวนวงนี้อยู่...”

เคย์น่ายังพูดต่อไปอีกว่า

“...พ่อและแม่จะอยู่เคียงข้างและปกป้องลูกเสมอ...แคทน่า”

อาการ์ดและเคยน่ายังพูดต่อไปอีกว่า

“เรารักลูกน่ะ...แคทน่า”

“ค่ะ...”

แคทน่าตอบกลับ...และตอบต่อไปอีกว่า

“...หนูก็รักพ่อกับแม่ค่ะ”

ก่อนที่ภาพพ่อและแม่เธอจะเลือนหายไปกลายเป็นภาพของเธอในวัยเด็กกำลังวิ่งเล่นอยู่กับเด็กผู้ชายที่มีเส้นผมยาวสลวยสีน้ำเงิน-เงินผู้มีรอยยิ้มที่แสนสดใส...

...และก่อนที่เธอจะถูกฉุดดึงออกมาจากห้วงแห่งความฝันนั้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2 วันต่อมา...

บริเวณที่เคยเป็นเมืองดาเมนัส-เมืองหลวงแห่งอาณาจักรดาเมนัส...วันนี้เหลือเพียงพื้นที่วางเปล่าเท่านั้น-มีเพียงแค่เศษซากที่โดยทำลายเล็กน้อยเท่านั้นกับฝุ่นทรายไปพัดคละคลุ้มไปมาเท่านั้น
ท่ามกลางฝุ่นทรายที่ลอยตลบขึ้นตามสายลมที่พัดพา...ได้มีรถม้าคันหนึ่งแล่นผ่านมา

“เมื่อสองวันก่อนที่นี่ยังมีเมืองดาเมนัสตั้งอยู่...”

ชายหนุ่มที่ขับรถม้าพูดออกมา...ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...แต่จากที่คนที่อยู่เมืองใกล้ๆเล่าว่าเมื่อมองมาทางนี้...ต่างเมืองเห็นระเบิดสีดำลูกมหึมาระเบิดขึ้นมาเผาผลาญทุกสิ่งหมดสิ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว…”

ชายหนุ่มหันไปยังในรถม้าแล้วพูดต่อไปว่า

“...พวกชาวเมืองต่างพากันบอกอีกว่า...ถึงมันจะเป็นระเบิดสีดำแต่มันก็สว่างจ้ามากจนทำให้สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ในความมืดมิดนั้น-เหมือนกับดวงอาทิตย์สีดำ”

“ฉันคิดว่าพวกปรมาจารย์ทั้งแปดคงทดลองเวทมนต์อะไรแล้วเกิดผิดผลาดมากกว่า...”

เสียงหญิงสาวดังออกมาจากในรถม้า...เธอก้าวออกมาพร้อมทั้งแหวกม่านรถม้าก้าวเดินออกมา

“...จึงทำให้เกิดระเบิดขึ้นทำลายเมืองหายไปทั้งเมืองมากกว่าค่ะ...เหมือนกับที่พวกเขาเคยพยายามทดลองกับริวโน่จนเขาต้องหนีออกมาไงค่ะ...เซฟฟี่…”

หญิงสาวที่ก้าวออกมาจากรถม้าเธอมีใบหน้าสีสวยซึ้งดวงตาและเส้นผมสีเงิน...เธอกวาดมองแผ่นดินเวิ้งว้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองดาเมนัสมาก่อน-ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“...เรากลับเมืองกับเถอะ-เซฟฟี่”

“ได้ไดอาน่า...เรารีบกลับเมืองของเธอกันเถอะ”

ชายหนุ่มตอบรับกลับไป...แต่หญิงสาวคล้ายมองเห็นอะไรกลับร้องบอกออกมาว่า

“เอ๋...นั่นอะไรน่ะ-เซฟฟี่”

เธอพร้อมทั้งชี้มือตรงไปยังกองหลุมที่ลึกกลางใจที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมือง...ชายหนุ่มที่ตาดีกว่ามองลงไปแล้วร้องตะโกนว่า

“มือ...นั่นมือคนนี่...”

พูดเสร็จชายหนุ่มก็กระโดดลงไปในหลุมจับมือที่โผล่ขึ้นมาจากผิวดินดึงร่างนั่นขึ้นมา...พร้อมกับพูดต่อไปว่า

“...ยังมีชีวิตอยู่-ยังไม่ตาย”

ก่อนจะกระโดดกลับขึ้นมาบนหลุมพุ่งตรงกลับมาสู่รถม้าวางร่างที่อุ้มมานั่นลงบนรถ...หญิงสาวที่อยู่บนรถจึงพูดออกมาว่า

“เป็นเด็กสาวนี่...อายุพอๆกับดิวน่าเลย”

“อืมม์”

ชายหนุ่มตอบรับกลับมา...หญิงสาวจึงพูดต่อไปว่า

“เราพากลับไปรักษาเถอะ...ถ้าหายแล้วไม่มีที่ไปก็ให้อยู่ในปราสาทเป็นเพื่อนเล่นกับดิวน่าก็ได้จะได้แบ่งเบาภาระของฟลอน่าด้วยที่มักถูกดิวน่าแกล้งอยู่เสมอ”

“นั่นสิจะได้เป็นเพื่อนเล่นของดิวน่ากับฟลอน่า”

ชายหนุ่มกลับไปนั่งขับรถม้าควบออกไปมุ่งสู่เมืองของตน...ส่วนหญิงสาวก็ใช้เวทมนต์รักษาเด็กสาวที่พวกเธอช่วยขึ้นมาภายในรถม้า เด็กสาวคล้ายได้สติขึ้นมา...หญิงสาวจึงถามออกไปว่า

“มันเกิดอะไรขึ้นเธอจำได้มัย...”

ก่อนจะถามต่อไปอีกว่า

“...เธอจำได้มันว่าเธอชื่อว่าอะไร”

เด็กสาวคนนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไร้ความรู้สึกว่า

“แคทน่า”

โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าข้างๆหลุมที่แคทน่าถูกฉุดดึงขึ้นมานั้นต่อมาซักพักได้มีร่างของจอมเวทชราผู้หนึ่งยังไม่ตาย...ร่างนั้นได้ตะเกียจตะกายลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก...เมื่อร่างนั่นจ้องมองฝุ่นทรายที่คละคลุ้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงแห่งเวทมนต์ดาเมนัสถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวลว่า

“แคทน่า”

เหล่าผู้คนในทวีปโลเกียร์เหนือต่างพากันเล่าลือไปต่างๆนาๆถึงการล่มสลายของเมืองดาเมนัส

...ไม่ว่าจะเป็นเหล่าปรมาจารย์ทั้งแปดต่างพากันทดลองเวทมนต์ลับจนเมืองแห่งนั้นล่มสลายลง หรือไม่ก็เป็นมีมังกรที่ร้ายกาจบุกเข้าไปทำลายเมือง

แต่หนึ่งในนั่นคือผู้คนที่ได้ยินเสียงโหยหวลของเวทชราต่างเชื่อว่าคนที่ทำลายล้างเมืองแห่งนี้คือ...จอมเวทแห่งความมืด-แคทน่า

...ชื่อเสียงของจอมเวทแห่งความมืด-แคทน่าจึงเป็นที่โด่งดังไปทั่วทวีปโลเกียร์เหนือแห่งนี้

...ว่าเป็นจอมเวทมนตราแห่งความมืดผู้ยิ่งใหญ่และเก่งกาจที่สุด

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 10 ส.ค.49 เวลา 18:52:56 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ