K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 10 - ศึกภูตแห่งหิมะ

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 10 - ศึกภูตแห่งหิมะ
---------------------------------------------------

            เกนโซเคียวจัดเป็นโลกอีกมิติหนึ่งที่แปลกประหลาดเพราะมีทั้งภูตและปีศาจมากมายหลายรูปแบบอาศัยอยู่

            ซึ่งการที่มีเผ่าพันธ์ปีศาจหลายเผ่าพันธ์อยู่ร่วมกันนี้เอง หากจะมีการเขม่นหางตาไม่ลงรอยเกิดขึ้นย่อมถือเป็นเรื่องปกติมาก ปีศาจหรือภูตล้วนได้ชื่อว่ามีความคิดและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและไม่ค่อยยอมให้กัน
            ด้วยความต่างทางเผ่าพันธ์ต่างทางความคิดทำให้การปรับตัวเข้าหากันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก แม้จะพูดจาภาษาเดียวกันแต่ก็มีบ่อยครั้งไปที่การเจรจาด้วยเหตุผลไม่อาจใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งได้...

            ในเมื่อเจรจาโดยสันติไม่ได้ผล ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการใช้กำลัง!!
            ผู้ชนะหลังการสาดกระสุนเวทมนตร์คือผู้มีสิทธิ์ทั้งปวง...

            นี่คือกฎประจำเกนโซเคียวที่ถูกบัญญัติให้เรียกว่าดันมาคุ


            ...............................................................


            เรย์มุกับมาริสะบินร่อนลงไปยืนที่พื้นหิมะเบื้องล่างใกล้กับภูตทั้งสอง ซึ่งภูตทั้งสองเองก็มองตอบเช่นกัน เป็นบรรยากาศการพบกันครั้งแรกที่ดูไม่พึงประสงค์ดีนัก

            มาริสะเพ่งไปที่ภูตน้ำแข็งตัวน้อยในชุดสีฟ้าอยู่พักใหญ่แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก
            "เอ๊ะ! พอมาดูใกล้ๆฉันว่าเธอคุ้นๆว่าใคร ที่แท้ก็ชิลโง่นี่เอง!!" มาริสะยกมือทักเสียงดัง
            "ชิลโน่เฟ้ย!!" ภูตน้อยปีกน้ำแข็งตะโกนสวนกลับ "นี่แก!? แก..."

            ทันทีที่ด่าเสร็จภูตน้อยในชุดสีฟ้าตนนั้นก็นึกออกเช่นกัน แถมนึกออกเพราะจำได้ฝังใจดีอีกด้วย
            "แก!! มาริสะ!!? ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมาเจอแกอีก!?" ภูติน้อยตะโกนใส่ไม่พอใจ
            "อ้าว... นี่ทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนเหรอ?" ภูตผมสีชมพูอีกคนที่ยืนข้างๆถามขึ้นด้วยความสงสัย "พวกนี้เป็นใครน่ะชิลโน่?"
            "มิโกะแดงขาวไม่รู้ แต่ยัยดำขาวเนี่ยรู้จักดีเลย มันเป็นคนที่ยิงฉันร่วงที่ทะเลสาบมาก่อน" ภูตน้อยตอบกลับขุ่นเคือง "แล้วนี่จะมาหาเรื่องอะไรอีกก็ไม่รู้!?"

            มาริสะฟังที่ภูตตัวน้อยบ่นก็พลันนึกออกได้ เธอทุบมือตัวเองแล้วอุทานขึ้นมา
            "แหม... อย่าโกรธกันน่า ชื่อมันเลือนๆเลยเรียกผิดน่ะ" มาริสะยิ้มถาม "เอ่อ... ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะชื่อชิลโน่ใช่ไหม?"
            "เออ! สิยะ!!" ภูตน้อยตอบกลับไม่สุภาพ
            "แหม... อะไรกันๆ เรื่องก็ผ่านมาตั้งนานแล้วยังโกรธอีกเหรอ" มาริสะแซวไม่คิดอะไรมาก "อีกอย่างตอนนั้นเธอก็มาขวางทางแล้วท้าฉันดันมาคุเองนะ"
            "ไม่ต้องพูดมากเลยยัยดำขาว!"

            เรย์มุที่ยืนข้างๆฟังมาริสะแซวภูตน้ำแข็งตัวน้อยอยู่สักพักก็ถามกลับบ้าง
            "นี่มาริสะ... เธอเคยดันมาคุกับภูตตนนี้ด้วยเหรอ?"
            "อืม... ก็ตอนสมัยที่เราไปลุยคฤหาสน์สีเลือดไง ตอนนั้นเธอบุกทางด้านหน้าส่วนฉันไปบุกทางด้านหลัง"
            "อาฮะๆ ด้านหน้าเจอยัยหมวยอยู่ ก็ลำบากนิดหน่อย" เรย์มุจำความได้ชัด
            "ด้านหลังไม่มีอะไรมากมายเลยมีแต่ทะเลสาบ เพียงแต่เจอหนูชิลโน่ตัวเย็นนี่ขวางไม่ยอมให้ผ่าน ฉันก็เลยเล่นกับเธอนิดหน่อย"
            "อ้อ... งั้นไม่แปลกใจแล้วล่ะที่เจ้าหล่อนจะเกลียดเธอมากขนาดนี้น่ะ" ได้ยินเช่นนี้เข้าเรย์มุจึงพอจะเข้าใจหัวอกชิลโน่ขึ้นมาบ้าง
            "พูดอย่างงี้หมายความว่าไงยะ?" มาริสะค้อนใส่
            "ก็ลองถามเจ้าหล่อนดูเองสิ จ้องเธอตาเขม็งเชียว"

            มาริสะหันไปมองชิลโน่ก็พบว่าเป็นอย่างที่เรย์มุว่ามา
            ชิลโน่จ้องหน้ามาริสะเขม็งอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้ ขณะที่เล็ตตี้ที่ยืนข้างๆกลับมองเรย์มุเหมือนไม่ได้จริงจังอะไร

            เช่นนั้นแล้วมาริสะจึงคิดสรุปหาคำตอบเอาเองทันที
            "ก็ได้ๆ งั้นเดี๋ยวฉันขอไปคุยความหลังกับชิลโน่ก่อนนะเรย์มุ" มาริสะตบบ่าเรย์มุแล้วยิ้มขึ้นมา "ส่วนเธอก็ฝากไต่ถามความเป็นมาด้วยละกัน"
            "เออๆๆ จะไปทำอะไรก็ทำเถอะ" เรย์มุตอบรับแบบขอไปที จริงๆแล้วเธอก็คาดเดามาแต่แรกแล้วว่าเรื่องราวน่าจะมาลงอีรอบนี้ ไปที่ไหนมาริสะต้องลุยที่นั่น...

            มาริสะก้มลงเก็บหิมะมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆแล้วโยนเข้าใส่ชิลโน่เบาๆเป็นการท้าทาย
            "ไปเล่นกันหน่อยไหมชิลโน่?" แม่มดสาวเอ่ยปากชวนอย่างเป็นกันเอง

            โผล๊ะ!

            ชิลโน่ปัดก้อนหิมะทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
            "คิดจะยั่วโมโหฉันหรือไง!?" ชิลโน่ถามตรงๆ ที่จริงแล้วเธอโมโหก่อนที่จะโดนยั่วเสียอีก
            "ไหนๆก็เจอหน้ากันทั้งที เรามาเล่นดันมาคุแทนคำทักทายกันหน่อยไหม?"
            "ได้สิ... ต้องการอยู่แล้ว...!"

            ภูตน้อยในชุดกระโปรงบานสีเงินกางปีกน้ำแข็งทั้งหกออกและฉีกบินขึ้นไปบนฟ้ารวดเร็วก่อนที่จะปาแท่งน้ำแข็งแหลมเข้าใส่มาริสะ
            มาริสะขึ้นขี่ไม้กวาดบินหลบได้ง่ายๆและเชิดหน้าขึ้นตามไปบนท้องฟ้าพร้อมกันร่ายเวทด้วยรอยยิ้มพอใจ
            "ฮ่าๆๆ มาสนุกกันชิลโน่! รักเธอนะเด็กโง่...!" มาริสะยังแซวไม่เลิก
            "ฉันจะแก้แค้นทบดอกเลยยัยดำขาว!!" ชิลโน่กล่าวพาชาร์จพลังน้ำแข็งขึ้นมาอีกรอบ


            ...............................................................


            เสียงปะทะกันของเวทแสงและน้ำแข็งดังสนั่นไปมาทั่วท้องฟ้า
            เรย์มุได้แต่ถอดถอนหายใจพลางบ่นงึมงำกับตัวเอง
            "แบบนี้ทุกทีสิน่ามาริสะ..."

            เรย์มุส่ายหน้ามองตรงไปยังภูตอีกตนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหน้า
            ซึ่งเมื่อภูตตนนั้นมองหน้าเรย์มุก็ยิ้มแบบบริสุทธิ์แล้วถามเรย์มุด้วยคำถามที่แปลกประหลาด
            "แล้วเราจะเอายังไงกันดีล่ะ จะดันมาคุแบบคู่นั้นดีไหม?"

            ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นการท้าดันมาคุนัยๆ แต่เรย์มุเองก็ไม่ใจร้อนที่จะใช้กำลังแบบมาริสะ
            "ก็อยู่ที่ว่าเธอจะตอบคำถามฉันยังไงล่ะนะ?" มิโกะสาวที่ยืนกอดอกชูนิ้วชี้ในมือขวาขึ้นมาและยื่นเงื่อนไขออกไป "ก็หวังว่าคงจะจบที่คุยกันก็พอนะ"
            "แล้วเธอจะถามว่าอะไรล่ะจ๊ะ?" ภูตความเย็นยิ้มเป็นกันเอง
            "ก่อนอื่นขอให้แนะนำตัวก่อนเถอะ... ฉันชื่อเรย์มุเป็นมิโกะอยู่ที่ศาลเจ้าห่างออกไปจากนี้นิดหน่อย" เรย์มุเอ่ยแนะนำตัวก่อน "แล้วเธอเป็นใคร?"
            "ฉันชื่อเล็ตตี้... เล็ตตี้ ไวท์ร็อค"
            "ว่าแต่เธอมาจากไหนเป็นโยวไคที่นี่จริงๆเรอะ ทำไมฉันไม่คุ้นหน้าเลย?"
            "ฉันเป็นภูตแห่งความเย็นน่ะ... เธอจะเห็นฉันได้ก็แค่ช่วงนี้เท่านั้นเอง ถ้าหมดหน้าหนาวฉันก็ต้องไปหาที่พักจำศีลจนกว่าหน้าหนาวปีของถัดไปจะมาถึง"
            "เดี๋ยวก่อนนะ... แล้วภูตอีกตนที่สู้กับมาริสะล่ะ ถ้าเป็นประเภทเดียวกันทำไมมาริสะถึงไปเจอกันได้ทั้งที่ตอนนั้นไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว" เรม์มุกล่าวย้อนไปถึงตอนที่บุกคฤหาสน์สีเลือด
            "ชิลโน่เป็นภูตน้ำแข็งน่ะ ต่อให้อากาศจะร้อนแค่ไหนเธอก็อยู่ได้ ขอเพียงมีพลังพอสร้างน้ำแข็งได้ล่ะก็นะ... ส่วนฉันเป็นเพียงภูตความเย็นที่ควบคุมได้แค่อุณหภูมิเท่านั้น ถ้าอากาศร้อนจัดจริงๆฉันก็สู้ไม่ไหวหรอก ต้องหาที่หลบอย่างเดียว"
            "อ้อ... แบบนี้นี่เอง" เรย์มุผงกศีรษะเข้าใจ "แสดงว่าการที่หิมะตกตลอดนี่เลยทำให้เธอทั้งสองมาพบกันได้สินะ"
            "แหม... ทั้งฉันทั้งชิลโน่ก็ชอบความเย็นทั้งคู่นี่นา"
            "เหรอ... แล้ว..."

            เรย์มุเพ่งสายตาจริงจังมองตาของเล็ตตี้และเอ่ยถามคำถามสำคัญขึ้น
            "แล้วเรื่องที่ฤดูใบไม้ผลิมาช้านี้ เพราะพวกเธอเป็นตัวการหรือเปล่า?" มิโกะสาวถามไปตรงๆไม่อ้อมค้อม
            "นั่นสินะ... จะใช่หรือเปล่าน้อ?" เล็ตตี้อมยิ้มตอบเชิงทีเล่นทีจริง
            "ตอบมาตรงๆว่าใช่หรือไม่ใช่?" เรย์มุไม่สนุกตามไปด้วย ความหนาวทำให้เธอหงุดหงิดอยากทำธุระให้เสร็จจะได้กลับไปนอนอุ่นๆ
            "ถ้าฉันบอกว่าไม่รู้เธอจะเชื่อไหมล่ะ?" เล็ตตี้หลับตาพริ้มอุบคำตอบ
            "ช่างเถอะ ใช่ไม่ใช่ถามตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบที่ควรออกมาจริงๆนั่นล่ะ"
            "งั้นก็..." ภูตความเย็นลืมตามองเรย์มุ ดวงตาสีครามนั้นแผ่ออกมาซึ่งจิตสังหารผิดกับรอยยิ้มที่ปรากฎ "ดันมาคุกันเถอะ"
            "ท่าทางเธอเองก็ต้องการแบบนี้อยู่แล้วสินะ"

            เรย์มุใช้มือขวาดึงไม้ปัดรังควานออกมาจากที่เหน็บไว้ข้างหลัง ส่วนมือซ้ายหยิบยันต์จำนวนหนึ่งออกมาคลี่ในมือ
            "ถ้าแพ้ล่ะก็เปิดปากออกมาเล่าให้หมดเลยนะ" เรย์มุออกเงื่อนไขรับกติกาดันมาคุ
            "ได้สิ แต่ถ้าฉันชนะล่ะก็ ฉันขอแช่เย็นเธอในหิมะแทนละกัน"
            "ไม่มีปัญหา! เริ่มกันเลย!!"

            กล่าวจบ เรย์มุก็ทะยานเข้าใส่ไม่รอช้า


            ...............................................................


            ภูตแห่งความเย็นบินขึ้นไปในอากาศที่สูงกว่า แล้วควบคุมอุณหภูมิตามที่ตนเองถนัด
            พลันนั้นหิมะเม็ดเล็กๆที่ร่วงหล่นจากฟ้าก็ส่องสว่างเป็นสีขาวจ้า

            เรย์มุไม่ทันได้ระวังอันตรายขนาดจิ๋วนี้ จนกระทั่งหิมะก้อนเล็กๆร่วงลงมาโดนชุดมิโกะสีแดงของเธอ...
            เพียงแค่สะกิดชายแขนเสื้อเท่านั้น ก็เกิดก้อนน้ำแข็งเล็กๆจับขึ้นมา
            "เฮ้ย...?" เรย์มุรีบปัดก้อนน้ำแข็งออกทันที "อะไรกันเนี่ย แค่โดนนิดเดียวถึงกับจับเป็นก้อนน้ำแข็งเลยเรอะ...?"

            เล็ตตี้ยิ้มพลางอธิบายทริกซ์นี้
            "เรื่องควบคุมความเย็นไม่มีใครเกินฉันหรอก ฉันสามารถลดอุณหภูมิหิมะให้เย็นเฉียบขนาดที่เธอแตะแล้วถูกแช่แข็งรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้สบาย"
            "ก็ดูเข้าท่าดีหรอก แต่ไว้มาช่วยลดอุณหภูมิศาลเจ้าช่วงหน้าร้อนจะดีกว่านะ แบบนั้นหลับสบายเลย"
            "หลับตอนนี้ตลอดไปเลยก็ได้นี่" เล็ตตี้แกล้งแหย่
            "ไม่เอาล่ะหนาวแบบนี้หลับไม่ลง" เรย์มุไม่คล้อยตาม "อย่างน้อยขอซุกเตาผิงสักหน่อยก็ยังดี"
            "ไม่เป็นไรน่าฉันจะกล่อมให้เอง!"

            เล็ตตี้ใช้พลังของตนเองสร้างไอเย็นจำนวนมากขึ้นมาจนดูเหมือนเป็นม่านหมอก มันเป็นไออากาศที่อุณหภูมิต่ำมากแผ่ขยายกว้างออกเรื่อยๆ

            เรย์มุเงยหน้ามองด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจนัก
            "อย่าดีกว่าน่าเล็ตตี้ยอมบอกดีๆจะได้ไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวให้เสียเลือดมีแผล" เรย์มุเตือนด้วยความหวังดีในขณะที่มือทั้งสองกำอาวุธประจำตัวไว้แน่น "นี่ฉันเตือนเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังจะดีกว่า"
            "จะบอกว่าถ้าเธอใช้กำลังแล้วจะชนะฉันได้งั้นเหรอ?"
            "อันนั้นมันของตายอยู่แล้ว แต่เรื่องของเรื่องคือหนาวๆแบบนี้ฉันขี้เกียจออกแรงมากกว่า" มิโกะในชุดแดงขาวตอบเชิงข่มซึ่งๆหน้า "อีกอย่างฉันไม่มั่นใจว่าโดนไปแล้วเธอจะยังอยู่มีสติพอให้ฉันสอบปากคำหรือเปล่าน่ะสิ"
            "งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นลองชิมนี่ดูก่อนเป็นไง เธอจะได้แข็งก่อนที่จะได้โจมตีแน่"

            เล็ตตี้กางแขนออกและระเบิดพลังออกมา เป็นลูกหิมะนับร้อยลูกทั่วท้องฟ้า
            "เชิญสนุกกับความเย็นให้เต็มที่เลยนะ "
            "ก็บอกแล้วไงล่ะว่าฉันไม่ชอบอากาศเย็นๆ"

            เรย์มุไม่ร้อนรน เธอยกมือซ้ายที่นิ้วทั้งห้ากำลังหนีบยันต์อยู่ขึ้นสูงเหนือศีรษะ พลันนั้นยันต์ในมือจำนวนหนึ่งก็ลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยตัวเองดั่งได้รับคำสั่งในตัว

            ทันทีที่ยันต์นั้นปะทะกับก้อนหิมะ การระเบิดก็เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง

            ตูม!!

            เปลวไฟทำลายไอเย็นของหิมะเยือกแข็งที่เล็ตตี้สร้างจนกลายเป็นหิมะปกติไป

            ไม่เพียงเท่านั้นเรย์มุได้ใช้โอกาสนี้โยนยันต์ขึ้นและร่ายเวทประกอบ แล้วเธอก็ใช้มือขวาที่ถือไม้ปัดรังควานฟาดเข้าใส่ยันต์เหล่านั้นเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง
            เมื่อไม้ปัดรังควานโบกพัดผ่านยันต์... ยันต์ทั้งหมดก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง
            "อะไรน่ะ!?" เล็ตตี้ค่อนข้างประหลาดใจกับการต่อสู้ในรูปแบบของมิโกะผู้นี้
            "ผลัดกันรุกผลัดกันรับนะ" เรย์มุกล่าวพลางเงยหน้ามองยันต์ที่พุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว
            "ไม่ถึงตัวฉันหรอกน่า"

            เล็ตตี้เหยียดแขนมาข้างหน้า วงเวทขนาดใหญ่ก็บังเกิดขึ้นพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ออกมาตามอักขระเรืองแสง
            "ตราอาคมแห่งความหนาวเหน็บ" ภูตความเย็นประกาศชื่อคาถาออกมา "ลิงเกอร์ลิงโคลด์!"

            น้ำแข็งก้อนหิมะเล็กน้อยจำนวนมากพุ่งออกมาเป็นแนวกว้าง
            และก้อนน้ำแข็งนี้ก็กลายเป็นเกราะกำบังยันต์ เหมือนกับที่เรย์มุใช้ยันต์กันน้ำแข็งเมื่อครู่

            เปรี้ยง!!!

            เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรง ทำลายความสงัดในระแวกนั้นจนสิ้น
            ยันต์ที่ผ่านมาปลุกเสกและได้การเสริมด้วยอาคมนั้นมีความรุนแรงสูง เพียงกระทบก้อนน้ำแข็งก็ระเบิดเป็นลูกไฟกระจายเป็นวงกว้างดังเช่นดอกไม้ไฟที่ระเบิดกลางท้องฟ้า
            ความรุนแรงนั้นอยู่ในระดับสูง ชนิดที่ว่าเพียงแต่แผ่นเดียวก็สามารถจัดการเล็ตตี้ได้สบาย
            "ใช้ได้นี่ แต่ว่าถ้ายันต์ไม่โดนตัวก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะเรย์มุ" เล็ตตี้เองก็ทราบถึงข้อจำกัดนี้ดี

            ทว่าสิ้นคำพูดของเล็ตตี้ บอลพลังเวทกลมขนาดเท่าลูกบอลลูกหนึ่งก็พุ่งทะลุก้อนน้ำแข็งที่กระจัดกระจายเข้ามา
            "อะไรน่ะ!?" สาวเจ้าตั้งรับไม่ทัน

            เพราะยันต์เป็นกระดาษจึงถูกสกัดได้ด้วยก้อนน้ำแข็ง ยิ่งตัวยันต์เป็นระเบิดสัมผัสเพียงโดนแตะก็ทำงาน ดังนั้นการใช้น้ำแข็งป้องกันจึงไม่จำเป็นต้องใส่พลังให้แข็งแกร่งนัก แต่ให้เน้นที่จำนวนมากแทนก็เพียงพอ
            เรย์มุจึงฉวยโอกาสที่เล็ตตี้ประมาทเช่นนี้ในการลอบโจมตีระลอดที่สองด้วยบอลพลังเวท ซึ่งบอลพลังเวทจะมีอำนาจการทะลุทะลวงสูงกว่า และน้ำแข็งก้อนเล็กๆไม่อาจจะต้านทานได้

            การโจมตีนี้ถือว่าเกิดความคาดหมายของเล็ตตี้ไปเยอะ สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวคือการยกมือทั้งสองขึ้นบังหน้าป้องกันเท่านั้น

            ตูม!!

            บอลพลังเวทระเบิดเข้าที่กลางแขนของเล็ตตี้อย่างจัง
            แรงระเบิดนั้นอาจไม่ได้ถึงครึ่งของยันต์ แต่มันก็มากพอที่จะซัดให้เล็ตตี้ร่วงจากฟ้าลงมานอนกองที่พื้นหิมะนุ่มๆได้

            เรย์มุเป่าควันที่มือซ้ายออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย
            "ประมาทไปหน่อยนะเล็ตตี้ ถึงฉันจะเป็นมนุษย์ ถึงฉันจะเป็นมิโกะ แต่ฉันก็ไม่ได้มีดีแค่เพียงยันต์กับไม้ปัดรังควานเท่านั้นหรอกนะ... แค่รวมเวทเป็นก้อนกลมล่ะก็ของกล้วยๆน่ะ"

            เรย์มุยืนมองเล็ตตี้ที่กำลังก้มหน้าคุกเข่านิ่งๆที่พื้นให้ร่างกายฟื้นตัวกลับคืนมา
            "บอกมาดีๆเถอะน่าว่าเธอรู้อะไรบ้าง สู้ไปก็มีแต่เจ็บตัวเปล่าๆ ฉันเองก็ชักขี้เกียจจริงๆแล้วนะ"
            "เล่นงานฉันได้หนเดียวอย่านึกว่าจะชนะกันนะ!" ภูตความเย็นเริ่มหงุดหงิดและคิดเอาจริงขึ้นมา


            เล็ตตี้ทะยานขึ้นสู่ฟ้าอีกครั้ง แม้จะมีอาการบาดเจ็บตกค้างแต่เธอก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยกำลังใจในการต่อสู้
            เธอเรียกวงเวทอาคาขึ้นมาอีกครั้ง หนนี้มีลูกพลังสีขาวส่องสว่างมาจากมุมทั้งห้าเป็นรูปดาวห้าแฉก
            "ตราอาคมแห่งเหมันต์กาล... กลีบแก้วบุปผาน้ำแข็งร่วงโรย"

            จุดทั้งห้าแฉกส่งพลังจากมุมถึงมุม เกล็ดน้ำแข็งแหลมขนาดเล็กๆพุ่งผ่านไปมาจนกลายเป็นดาวหน้าแฉกขนาดเล็กๆสองดวงซ้อนกัน
            นี่คือเวทตัวใหม่ที่เรย์มุไม่เคยเจอมาก่อน เธอได้แต่จ้องมองด้วยความสนใจและคิดอยู่ว่าจะรับมืออย่างไรดี

            ช่วงเวลาแค่เรย์มุเหม่อนั้นเอง เกล็ดแหลมแท่งน้ำแข็งขนาดเล็กได้พุ่งออกมาจากมุมทั้งห้ากระจายไปทั่วท้องฟ้า ครอบคลุมพื้นที่ๆยืนอยู่
            "ยันต์อันน้อยนิดเธอจะทำอะไรกับเวทที่มากมหาศาลนี้ได้" เล็ตตี้มั่นใจในทีเด็ดที่ปล่อยออกมา

            ทว่าเรย์มุก็หาได้ตกใจแม้แต่น้อย...
            การโจมตีนี้อาจจะดูแปลกๆไปบ้าง แต่เรย์มุเองก็เคยเจอการโจมตีที่ทั้งแปลกประหลาดและหนักกว่านี้มาแล้ว
            กับเวทความเย็นที่ดูพื้นๆแต่มากด้วยจำนวนแค่นี้ถ้ากลัวก็เสียชื่อมิโกะอัจฉริยะกันพอดี เธอคิดเช่นนั้น...
            "ช่วยไม่ได้นะ ในเมื่อขอร้องดีๆไม่ได้เรื่องก็ต้องใช้กำลังกันล่ะ!" มิโกะสาวกล่าวพลางหยิบยันต์สีแดงและสีม่วงออกมาอย่างละใบ "คงต้องเล่นเจ็บๆสักที ไม่ต้องถึงขั้นใช้ค่ายกลปิดผนึกคงพอมั้ง"
            "เอาตัวรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยคิดโจมตีน่า!" เล็ตตี้เพิ่มจำนวนเกล็ดน้ำแข็งให้มากอีกเป็นเท่าตัว

            เวลานี้หากมองจากมุมของเรย์มุแล้วท้องฟ้าเต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งมหาศาลเหมือนกับสายฝนห่าใหญ่ที่กำลังร่วงโรยลงมาจากฟ้า
            แต่ที่ต่างกันก็คือนี่ไม่ใช่ฝนแต่เป็นเกล็ดน้ำแข็งที่เพียงสะกิดก็ทำให้ร่างกายแข็งได้ในสัมผัสเดียว...
            "ถ้าจะมีอะไรให้ต้องแนะนำสักหน่อยล่ะก็ฉันว่ามีเรื่องหนึ่งนะเล็ตตี้" เรย์มุแหงนหน้ามองไม่ทุกข์ร้อน ในมือขวาจับไม้ปัดรังควานไว้แน่น
            "เรื่องอะไร?"
            "ฉันแนะนำว่าเธอควรประเมินค่าฉันให้สูงกว่านี้นะ"

            กล่าวจบ เรย์มุก็บินพุ่งเข้าหาน้ำแข็งพร้อมร่ายคาถาประกอบ...
            อาคมที่ร่ายออกมาแสดงผลไปยังที่ไม้ปัดรังควานและยันต์ซึ่งทั้งสองเปล่งแสงสีส้มเรืองสว่างจ้าออกมา
            "การโจมตีของภูตก็คืออำนาจของภูต ย่อมสามารถจัดการด้วยอาวุธพิชิตภูต แม้จะแปลกแค่ไหนแต่ยันต์ฉันก็ถูกปลุกเสกมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว และไม้ปัดรังควานนี้ก็คืออาวุธและเครื่องป้องกันอย่างดีในการจัดการกับภูตจอมรั้นอย่างเธอ" เรย์มุวาดแขนซ้ายเป็นวงกลมจากด้านหลัง

            วู้ม!!

            แรงลมจากไม้ปัดรังควานพัดเกล็ดหิมะแหวกเป็นทางกว้างไปจนถึงที่ๆเล็ตตี้ยืนอยู่
            "เปิดช่องว่างโบ๋แล้วนะ" เรย์มุมองตรงไปยังคู่ต่อสู้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัว "เวทไม้ตายเธอก็ไม่เท่าไหร่เลยนะเล็ตตี้"
            "ฮะ... ฮึ่ม!!" เล็ตตี้รีบกางแขนเรียกพลังเวทอีกครั้ง

            ภูตแห่งความเย็นคิดจะใช้เวทน้ำแข็งอุดช่องว่างที่เปิดอยู่ แต่ก็ช้าไปกว่าเรย์มุ...
            ช่วงเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นยันต์สองใบก็ถูกปล่อยออกมา

            ยันต์แดงม่วงคู่นี้พุ่งทะยานตามกันมา และหนนี้มันผ่านการปลุกเสกมาอย่างดี และจะไม่ระเบิดจนกว่าจะกระทบเป้าหมายที่เรย์มุกำหนดไว้

            จนเมื่อระยะห่างอยู่เพียงแค่เอื้อมจับ ยันต์สีแดงก็ออกตัวแซงยันต์สีม่วงและพุ่งตรงแหวกเกล็ดหิมะเล็กๆน้อยๆเข้ายังบริเวณใบหน้าของเล็ตตี้
            "พุ่งมาตรงๆแบบนี้ก็หมูสิ"

            ฟุ่บ!

            เพียงเล็ตตี้ลดเพดานบินลงเล็กน้อยยันต์สีแดงนั้นก็พุ่งผ่านศีรษะไปแบบไม่เฉียดแม้แต่ปลายเส้นผม
            "เป็นไง!" ภูตแห่งความเย็นได้ทีคุยกลับ "ไม่เห็นจะเจ๋งอย่างที่คุยเลย"

            เรย์มุเห็นเล็ตตี้เข้าก็อมยิ้มเล็กๆขึ้นมาก่อนจะเอ่ยเตือนอีกครั้งด้วยความหวังดี
            "พึ่งบอกไปหยกๆว่าให้ประเมินค่าฉันสูงกว่านี้น่ะ"
            "หมายความว่ายังไง?" เล็ตตี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เรย์มุพูด
            "ก็ลองดูเงยหน้าดูสักหน่อยเป็นไร... เธอคิดว่าหลบพ้นแล้วจริงๆเหรอ?" เรย์มุบอกใบ้อีกครั้ง
            "ตลกฝืดน่า"

            ถึงใจหนึ่งจะไม่เชื่อแต่อีกใจหนึ่งก็ระแวง เล็ตตี้เผลอเงยหน้าขึ้นมองให้รู้แจ้ง...
            แล้วเธอก็ต้องตกใจตาค้างเมื่อยันต์อีกใบไม่ได้พุ่งผ่านไปอย่างที่คิด หากแต่หยุดนิ่งกลางอากาศในระยะที่สามารถพุ่งเข้าหาได้โดยที่เธอไม่สามารถหบลหรือป้องกันได้ทัน
            "มะ... ไม่จริงน่า!?" เล็ตตี้อุทานแบบไม่อยากเชื่อสายตา

            ยันต์สีม่วงกำลังลอยนิ่งๆอยู่เหนือศีรษะเธอไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น... มันอยู่เฉยรอคำสั่งของนายซึ่งกำลังยืนเท้าสะเอวที่พื้นหิมะเบื้องล่าง
            "วิธีการบังคับยันต์ให้ตามเป้าหมายก็เป็นสิ่งที่มิโกะแห่งศาลเจ้าฮาคุเรย์ต้องทำเป็นน่ะ ฉันถึงเตือนไงว่าให้ประเมินค่าฉันไว้สูงๆน่ะ" เรย์มุกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะดีดนิ้วนิ้วให้สัญญาญ "อย่าลืมเรื่องกฎดันมาคุซะล่ะ"

            ยันต์นั้นพุ่งเข้าแปะที่ไหล่ของเล็ตตี้อย่างเลี่ยงเสียไม่ได้

            ตูม!!!

            การระเบิดก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงบนท้องฟ้า ก่อนที่ร่างไร้สติของภูตแห่งความเย็นจะร่วงลงมานอนแน่นิ่งบนพื้นหิมะเบื้องหน้าเรย์มุนั่นเอง


            ...............................................................


            ตื่นได้แล้ว!

            เสียงเรียกของสาวน้อยคนหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเล็ตตี้ ทำเอาเธอจำต้องฟื้นจากการสลบในที่สุด
            ซึ่งคนเรียกก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นมิโกะแดงขาวผู้ชนะการดันมาคุเมื่อครู่นี้เอง
            "อย่ามัวแต่นอนอู้แบบนางเอกนะ รีบบอกมาซะทีว่ารู้อะไรบ้าง?" เรย์มุเค้นคำตอบต่อหลังจากที่เห็นเล็ตตี้ได้สติ "จัดการเธอได้แต่หิมะก็ยังตกอยู่ ท่าทางว่าเธอจะไม่ใช่ตัวการ... ถ้ารู้อะไรก็บอกมาซะให้หมดฉันจะได้จัดการให้มันจบๆซะที"

            เล็ตตี้พยายามพลิกตัวหันมานั่งมองเรย์มุ บาดแผลที่ได้รับจากการโจมตีเพียงหนเดียวถือว่ารุนแรงเอาเรื่อง แต่ถึงกระนั้นตามกฎของดันมาคุแล้วผู้แพ้ก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้ชนะโดยห้ามอิดออด
            "ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น... ฉันมาที่นี่เพียงแค่พูดคุยกับชิลโน่ตามประสาภูติที่ชอบความเย็นด้วยกันเท่านั้น..." เล็ตตี้บอกไปด้วยเสียงที่สั่นคลอนด้วยความเจ็บปวด "ฉันไม่รู้อะไรจริงๆนะ... เธอจะเชื่อหรือเปล่าล่ะ...?"

            เรย์มุยืนกอดอกมองเล็ตตี้เงียบๆพิจารณาอยู่พักใหญ่จึงถอยหายใจยอมรับความจริง
            "เอาเถอะ ฉันเชื่อ... เค้นคอคนไม่รู้ความจริงไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เล่นกับชิลโน่ต่อไปตามสบายละกันฉันหมดธุระกับเธอแล้ว" เรย์มุกล่าวบอกโดยลืมไปว่าชิลโน่เองก็กำลังดันมาคุอยู่กับมาริสะ

            เล็ตตี้นั่งพักเหนื่อยปล่อยให้ความเย็นรักษาบาดแผล
            "แล้วเธอจะทำยังไงต่อ?" ภูตความเย็นถามขึ้น
            "ช่วยไม่ได้ ก็คงต้องบินตามกลีบซากุระต่อไป ต้นตอน่าจะอยู่ที่สุดปลายทาง"
            "งั้นเหรอ... ยังไงก็จะทำให้ฤดูใบไม้ผลิกลับมาให้ได้สินะ..."
            "ฤดูกาลควรหมุนเวียนไปตามวัฎจักรน่ะ มันมีสมดุลในตัวของตัวเอง ถ้ามันเปลี่ยนไปฉันก็ต้องเปลี่ยนกลับให้เหมือนเดิม อย่างน้อยนี่ก็เป็นหน้าที่ๆฉันต้องทำ" เรย์มุเปรยขึ้นต่อ "อีกอย่างถ้าหน้าหนาวยังอยู่แบบนี้ต่อไป เกนโซเคียวคงแย่ พืชผลไม่ผลิบาน อาหารขาดแคลน หลายชีวิตในนี้จะย่ำแย่ไปตามกัน... แล้วที่สำคัญฉันเองก็หลับแบบไม่มีความสุขด้วยสิ"

            ในเวลาที่กำลังคุยกันอยู่นั้นเองแสงสว่างก็เจิดจ้าส่องสว่างระยิบระยับจากด้านหลังไม่ไกลไม่ไกลนัก... แสงนั้นมาจากทิศที่มาริสะกำลังดันมาคุกับชิลโน่อยู่
            เห็นแสงที่คุ้นเคยเช่นนี้เรย์มุก็อุปมาณได้ในทันทีว่าทางด้านโน้นก็คงรู้ผลแล้วเช่นกัน
            "แสงแบบนี้ท่าทางจะเป็นมิลกี้เวย์แฮะ มาริสะนี่ไม่ปรานีเหมือนเดิมจริงๆ หวังว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ตายนะ" มิโกะสาวถอนหายใจพลางเหน็บอาวุธปิดผนึกและเก็บยันต์ไว้ที่เดิม "จบธุระแล้ว ฉันจะไปหาตัวการทำเกนโซเคียวปั่นป่วนต่อล่ะ"
            "นี่เรย์มุ..."
            "มีอะไรเหรอ?"
            "ทำไมเธอถึงออมมือไว้?" เล็ตตี้เกิดข้อสงสัย "ถึงจะปะทะกันสั้นๆ แต่ฉันดูออกนะว่าเล่นงานฉัน เธอจงใจใช้แรงที่เบากว่าครึ่งของปกติ"
            "ก็... ฉันไม่ใช่พวกบ้ากำลังอย่างมาริสะนี่นา" เรย์มุกล่าวเปรียบเทียบ "อีกอย่างฉันแค่ต้องการทำให้เรื่องมันจบลงไวๆ ถ้าเธอเจ็บจนพูดไม่ได้ฉันก็เสียแรงเปล่าสิ"
            "งั้นเหรอ..." เล็ตตี้ก้มหน้าพูดอะไรไม่ออก วัดกันที่ฝีมือแล้วตนเองเป็นรองจริงๆ
            "เอ้อ... อีกอย่างนะเล็ตตี้ ฉันเองก็รู้สึกได้นะว่าเธอเองก็สู้เอาสนุกไม่ได้คิดจะฆ่าฉันจริงๆเหมือนกัน... ฉันเลยไม่คิดเอาจริงตามไปด้วย"

            ได้ยินเช่นนั้นเข้าเล็ตตี้ถึงกับเงยหน้ามองเรย์มุทันที
            "ทำไม... ทำไมเธอถึงรู้?"
            "ก็ลองประเมินค่าฉันให้สูงๆดูสิ" เรย์มุแกล้งแซวขึ้นโดยทิ้งคำตอบปริศนาไว้ "แล้วเธอจะรู้ว่าทำไมฉันถึงมองความคิดเธอออก"


            ภูตแห่งความเย็นนิ่งไปสักพักก็ยิ้มเล็กๆขึ้นมาและกล่าวลา
            "อื้ม... นั่นสินะ ถ้าเจอกันใหม่ปีหน้าแล้วเรามาเล่นปาหิมะกันอีกนะเรย์มุ"
            "ได้สิ แต่เล่นนะไม่ใช่ดันมาคุ" เรย์มุบินขึ้นพลางยกมือแทนการลาสั้นๆ

---------------------------------------------------

Edit by K.W.E. - 12 ม.ค.50 เวลา 08:16:23 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 06 ส.ค.49 เวลา 00:54:45 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply

darkton
คนธรรมดาPKขี้เกียจจำ

มิโกะโหดกับแม่มดบ้าพลังก็รังแกคู่หู น้ำแข๊งเรียบร้อยไปซะแล้วเหอๆ ว่าแต่ที่แต่งอันนี้ ยึดเอาเวทย์ ระดับความยากไหนครับ เท่าที่ดูน่าจะ Normalนะ
ส่วนเรย์มุกับมาริสะก็คงใช้ Type A ทั้งคู่

/me เผ่นโลด

Edit by darkton - 06 ส.ค.49 เวลา 01:42:54 น.

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 06 ส.ค.49 เวลา 01:40:19 น.

Rayno
สมาชิกชมรมคนรักเด็ก

เนื้อเรื่องชักถึงในส่วนตัวเกมแล้วแฮะ เหอๆ รอดูตอนต่อgrin
ปล.เชียร์ให้แต่งภาคมารแดงด้วย หุๆ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 06 ส.ค.49 เวลา 01:57:46 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

ซ้ำๆ

Edit by K.W.E. - 06 ส.ค.49 เวลา 07:17:28 น.

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 06 ส.ค.49 เวลา 07:14:09 น.

K.W.E.
นักล่าCG Touhou

เหอะๆ แรกๆบอสยังง่ายอยู่ครับใช้ยิงธรรมดาก็พอ หลังๆมาได้ขุดเอามาใช้ทุกท่าแน่ๆ grin

ส่วนเรื่องภาคของเรมีเลีย แต่งค่อนข้างแน่นอนแล้วครับตอนนี้เก็บข้อมูลไปเยอะแล้ว ว่าจะลงต่อหลังภาคนี้จบเลยครับ smile

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 06 ส.ค.49 เวลา 07:16:02 น.

bekung
BONESแฟนคลับ

ภาค 7 จะว่าไป ได้แต่ดู replay แฮะ แต่ท่าของ letty นึกออกจากตอนที่เล่น 9.5 เกล็ดหิมะท่วมจอ เอิ้ก

เรย์มุ ออมมือเป็นด้วยเรอะ...

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 22 ส.ค.49 เวลา 23:30:25 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 5 จากทั้งหมด 5 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ