K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Ragnarok Fiction - The legend of descendant - ตอน 52 นักล่าปีศาจรุ่นที่สาม

Ragnarok Fiction - The legend of descendant - (ตำนานรักอามัตสึภาค2)

ตอน 52 นักล่าปีศาจรุ่นที่สาม
------------------------------

            ฉันจะฆ่าแก

            สำหรับคนทั่วไปแล้วคำกล่าวนี้เป็นเพียงคำพูดสั้นๆคำเดียวที่กล่าวออกมาลอยๆเพื่อข่มขู่เท่านั้น แต่หากเป็นผู้ที่มีจิตสังหารในตัวแล้วมันจะมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เห็นนัก เพราะมันเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ใช้ในการคลายสัญชาตญาณแห่งการทำลายล้างออกมา... เป็นที่รู้กันว่ายามใดที่จิตสังหารถูกเรียกออกมา ยามนั้นย่อมหมายความว่าจะมีการตายไปเกิดขึ้น
            ต้นกำเนิดคำกล่าวนี้มีที่มาจาก อิมิค แลนด์ฟอร์ด ในวัยห้าขวบ ตอนนั้นเขาได้หลุดปากคำว่า 'ทำไมต้องฆ่า' โดยบังเอิญ จากนั้นจิตสังหารก็ถาโถมออกมาเหมือนคลื่นยักษ์ที่กระหน่ำซัดเข้ากระแทกชายฝั่ง ภายหลังต่อมาเมื่ออิมิคโตขึ้นจากคำว่าก็ถูกปรับเพื่อเป็น 'ฉันจะฆ่าแก' แทนเพื่อให้เป็นคำติดปากที่จะใช้เป็นคีย์เวิร์ดสำหรับการฝึกไปในที่สุด
            ในเวลาต่อมา ดาริโอ วิเวียน เรย์ นักดาบสาวที่เป็นศิษย์เอกของอิมิคก็ได้รับการฝึกควบคุมจิตสังหารโดยตรงจนควบคุมมันได้ด้วยคีย์เวิร์ดคำเดียวกัน
            แล้วในเวลานี้ มิยูกิ แลนด์ฟอร์ด ที่ไม่เคยได้รับการฝึกควบคุมมาก่อนกลับเรียกใช้ขึ้นมาเองได้ โดยอาศัยการจดจำจากประสบการณ์ตรงที่ทั้งพ่อและครูดาบสาวเคยใช้ต่อหน้ามาเป็นแบบอย่าง เป็นการเข้าทำนองครูพักลักจำอีกเช่นเดิม...

            อย่างไรก็ดีถ้าเป็นเวลาที่มิยูกิยังคงปกติแล้ว ต่อให้เธอกล่าวคำว่าฉันจะฆ่าแกออกมาสักร้อยครั้งจิตสังหารก็ไม่มีทางระเบิดออกมาได้ แต่ในกรณีเมื่อรวมกับการถูกกระตุ้นทางสายเลือดที่ตอบสนองต่อปีศาจร้ายและการกระตุ้นทางจิตใจที่ไม่อาจให้อภัยต่อปีศาจร้ายเบื้องหน้านี้ทำให้พลังอันหลับไหลได้ถูกปลุกตื่นมาแต่โดยดีและง่ายดาย


            แม้การระเบิดจิตสังหารแบบจงใจเรียกใช้จะเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายเพราะการฆ่าสิ่งมีชีวิตไม่ใช่วิสัยสามัญของมิยูกิ หากแต่เวลานี้เธอได้เต็มใจที่จะใช้มันในการจัดการปีศาจผีดิบตนนี้ลงให้ได้...

            เรธเด๊ดจำต้องถอยหลังออกห่างจากมิยูกิโดยทันที เมื่อเห็นจิตสังหารจำนวนมากแผ่พุ่งออกมา จนทำให้ความมั่นใจเริ่มเกิดการสั่นคลอนขึ้น
            เรธเด๊ดเคยผ่านโลกมานานสู้กับศัตรูมาเยอะ เจอนักบวชมาทุกรูปแบบ ทั้งนักบวชประเภทคาถาโจมตี คาถาสนับสนุนหรือประเภทลุยแหลก เรธเด๊ดเจอมาหมดทุกวัยตั้งแต่นักบวชที่เป็นเด็กจนถึงยอดนักบวชที่แก่ชรา ซึ่งนักบวชทั้งหมดที่เจอมานั้นล้วนพบจุดจบเดียวกันคือเป็นอาหารอันโอชะ ไม่เคยมีสักครั้งที่เป้าหมายจะหลุดมือไปได้
            จากประสบการณ์ทั้งหมดที่เจอมาทำให้เรธเด๊ดกล้าที่จะสบประมาทมิยูกินักบวชที่พึ่งเข้าสังกัดเพียงไม่ถึงปีได้ ไม่ว่าจะดูแง่มุมไหนแล้วมิยูกิก็ไม่ใช่คู่มือตนเองได้เลยสักนิด ซึ่งก็ไม่ถือว่าเรธเด๊ดคิดผิดอะไร เพราะในเวลาปกติแล้วมิยูกิก็เป็นรองหลายขุมจริงๆ ทั้งประสบการณ์และสภาพจิตใจ...

            แต่ทว่าตอนนี้นี้ทุกอย่างมันเกิดพลิกความคาดหมายไปหมดเสียแล้ว... จิตสังหารอันรุนแรงกำลังทำเอาปีศาจผีดิบที่อายุมากกว่านับร้อยปีกลับต้องผวาเด็กสาววัยเพียงสิบเจ็บปีเข้าให้แล้ว...
            สัญชาตญาณในร่างกายเรธเด๊ดกำลังเตือนตัวเองว่าจงระวังให้ดี คู่ต่อสู้ไม่ใช่เด็กน้อยจิตใจอ่อนไหวอีกแล้ว การพลาดเพียงทีเดียวอาจถึงขั้นดับสูญได้
            "บ้าน่า... จิตสังหาร... เรื่องจริงหรือนี่... กับยัยเด็กน้อยที่ไม่ใช่นักรบนี้น่ะเรอะ บ้าไปแล้ว!?" เรธเด๊ดบ่นเพ้อคลั่งคนเดียวอยู่ตนเดียว มันไม่อยากเชื่อสายตาว่านักบวชหญิงตัวเล็กๆเพียงร้อยหกสิบเซ็นติเมตร ร่างกายก็เพรียวบางสมเป็นพวกใช้เวทมนตร์คาถามากกว่าใช้กำลัง กลับมีจิตสังหารเครื่องหมายการค้าของยอดนักรบอยู่ในตัวได้

            มิยูกิยืนเฉยไม่สนใจคำพูดของเรธเด๊ด แต่ทว่าดวงตาของเธอนั้นกลับจ้องตาเรธเด๊ดแบบเอาเรื่องเต็มที่ ในขณะที่จิตสังหารก็ยังคงแผ่พุ่งกดดันไม่ลดความรุนแรงลงแม้แต่น้อย
            "อะไรกัน... ถอยไปไหนซะล่ะ เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยนะ" มิยูกิเอ่ยปากท้าทาย

            ยิ่งได้ยินมิยูกิกล่าวเช่นนี้ยิ่งทำให้เรธเด๊ดยิ่งต้องระวังหนัก เพราะตั้งแต่จิตสังหารถูกเรียกใช้ออกมานั้น ไม่ได้มีเพียงแค่คลื่นสังหารที่เป็นแรงกดดันเท่านั้น แต่ทว่านิสัยของตัวผู้ใช้เองก็ยังเปลี่ยนไปด้วย จากที่เมื่อครู่ยังดูหวั่นๆใจอยู่ แต่ตอนนี้กลับเยือกเย็นจนเสียววูบเข้าไขสันหลังไปแล้ว

            เมื่อมิยูกิเห็นเรธเด๊ดไม่ตอบมิยูกิจึงถามซ้ำอีกครั้งเชิงคำถามเหน็บแนม
            "ความกล้าปากดีเมื่อกี้ไปไหนหมดแล้ว... หือ... ผีดิบผู้ยิ่งใหญ่?" มิยูกิกล่าวท้าทายไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม "ท้าทายฉันมากจนาดนี้ แล้วจู่ๆจะยอมถอยง่ายๆเลยเรอะ ฝ่อแล้วหรือไง!?"
            "ท้าทายงั้นเรอะ... เฮอะ... แกคิดว่าข้าแค่ขู่งั้นเรอะ!?"

            เรธเด๊ดข่มสติเรียกความมุ่งมั่นกลับมาได้รวดเร็วด้วยความคิดที่ว่า ถึงจะระวังแค่ไหนแต่ยังไงคู่ต่อสู้ก็เป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะปล่อยให้เสีบหน้าต่อไปล่ะก็ศักดิ์ศรีเป็นอันป่นปี้หมดแน่
            "เป็นแค่อาหารอย่ามาทำปากดีนักนังหนู อย่านึกว่ามีจิตสังหารเพิ่มขึ้นมาแล้วจะทำอะไรข้าได้นะ! ถ้าคิดว่าทำอะไรได้ก็ลองเลยนังหนูน้อย! แต่ชะตากรรมสุดท้ายของแกคืออารหารข้าอยู่ดี" เรธเด๊ดกล่าวพลางมองมิยูกิซึ่งกำลังร่ายคาถาอยู่ด้วบความรู้สึกที่ว่าเด็กคนนี้ดีสมที่ทำให้ทั้งมิลล่าและดาร์คลอร์ดสนใจจริงๆ

            ซึ่งการที่นึกถึงมิลล่านั่นเองก็ทำให้เรธเด๊ดฉุกคิดเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่จะถูกเรียกออกมาจากประตูมิติ ดาร์คพรีตส์มิลล่าได้ส่งกระแสจิตเข้ามาบอกว่า
            'จงทดสอบมิยูกิซะว่ามีสายเลือดของพ่อสูงแค่ไหน จิตสังหารคือตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุด ลำพังแค่ไอปีศาจชั่วร้ายยังไม่พอ อาจต้องมีการกระตุ้นสักเล็กน้อย ชีวิตคือสิ่งกระตุ้นมิยูกิได้ดีที่สุด จงปลิดชีพใครสักคนสองคนต่อหน้ามิยูกิเพื่อเป็นการกระตุ้น หากเป็นไปตามที่สันนิษฐานแล้วมิยูกิจะเผยพลังนั้นออกมาเอง แต่หากกระตุ้นแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็แสดงว่ามิยูกิก็ไม่มีค่าพอสำหรับท่านดาร์คลอร์ด'
            มิลล่าบอกค้างไว้เท่านี้ ซึ่งแท้จริงแล้วเธอต้องพูดต่ออีกประโยคว่า ถ้ากระตุ้นแล้วจิตสังหารตื่นขึ้นมาและหากเธอควบคุมได้หน้าที่ของเจ้าก็จะจบลง ด้วยความตายจากน้ำมือของมิยูกิ...

            พอได้เห็นจิตสังหารที่ถูกควบคุมได้เช่นนี้ก็ทำให้เรธเด๊ดถึงกับตาสว่างและรู้ตัวได้ในทันทีเลยว่ากำลังถูกหลอกใช้ถึงขั้นเอาชีวิตเป็นเดิมพันเสียแล้ว
            "เจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะดาร์คพรีสต์... ที่แท้แกก็ต้องการให้เป็นแบบนี้นี่เองใช่ไหม!" เรธเด๊ดเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้าเสียงดังระบายความแค้นด้วยถ้อยคำหยาบต่างๆนานา "แกหลอกข้าใช่ไหม! คิดจะให้ข้าตายเพื่อปลุกพลังนังเด็กคนนี้ใช่ไหม นังดาร์คพรีสต์!"

            อันที่จริงเรธเด๊ดกับดาร์คพรีสต์ก็ไม่ค่อยลงรอยกันมาแต่แรกอยู่แล้ว ความที่ถูกเด็กรุ่นหลังซึ่งอายุน้อยกว่าตนนับร้อยปีเข้ามาเสียบในตำแหน่งที่สูงกว่าแถมยังชี้นิ้วสั่งเอาง่ายๆแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่สร้างความอับอายและเสียหน้ามาก ยิ่งนิสัยของดาร์คพรีสต์ที่ค่อนข้างนิ่งไม่ตอบโต้หรือให้เรธเด๊ดแสดงความเห็นอะไรยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนบ้าไปคนเดียวในสายตาปีศาจทั้งหมดไป
            แต่ความที่อยู่ในสังกัดความมืดที่ อีกทั้งดาร์คพรีสต์เป็นลูกน้องใต้การบังคับบัญชาสายตรงของดาร์คลอร์ดจึงทำให้เรธเด๊ดจำต้องทนหุบปากเงียบและยอมถูกเรียกใช้งานโขกสับแต่โดยดี แต่เรธเด๊ดเองก็ทำเพียงบังหน้าเท่านั้น หากมีโอกาสเมื่อไหร่ล่ะก็จะเอาคืนให้หนำใจแน่... ซึ่งในเวลานี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะแล้วกับการจัดการกับมิยูกิซึ่งเป็นที่ต้องการของดาร์คพรีสต์มิลล่า อีกทั้งถ้าศพของมิยูกิกลับไปในสภาพไม่สมบูรณ์คนที่จะถูกตำหนิก็คือดาร์คพรีสต์มิลล่าด้วย
            "ก็ได้ดาร์คพรีตส์! ถ้าแกจะเล่นแบบนี้ ข้าก็จะจับเด็กที่แกโปรดปรานนักหนามากินต่อหน้าแกให้ดู!" หัวหน้าปีศาจผีกร้าวเสียงลั่น


            ................................................


            เสียงตะโกนของเรธเด๊ดดังข้ามบ้านมาสามสี่หลังเลยทีเดียว แน่นอนว่ามันก็มาถึงหูของดาร์คพรีสต์มิลล่าซึ่งกำลังจับตาดูการต่อสู้นี้อยู่ด้วย...
            ดาร์คพรีสต์ทั้งสองซึ่งได้เทเลเพอร์ทหนีไปแต่ตอนแรกโดยอ้างว่ามีงาน แต่ความจริงแล้วทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนไกลเลยสักนิด หากแต่เทเลพอร์ทไปซุ่มดูมิยูกิจากมุมมืดบนหลังคาบ้านหลังหนึ่งห่างออกมาเงียบๆเพื่อไม่ให้มิยูกิสังเกตเห็นและจับไอชั่วร้ายได้

            มิลล่าสนุกกับการดูพัฒนาการของมิยูกิ นิสัยนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากความเป็นคนชอบติดตามพัฒนาการของลูกศิษย์ ซึ่งมันก็ฝังลึกในจิตใจขนาดที่โดนครอบงำจิตใจความรู้สึกส่วนนี้ยังปรากฎออกมาได้เด่นชัด
            ลึกในใจแล้วมิลล่าไม่ได้คิดที่จะให้มิยูกิต้องมาเป็นอาหารของปีศาจหิวโซตนนี้เลยแม้แต่น้อย หากแต่มั่นใจเต็มที่ว่าปีศาจผีดิบอย่างเรธเด๊ดไม่อาจหยุดยั้งการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของมิยูกิได้นั่นเอง
            "ทำไมท่านมิลล่าถึงให้ความสนใจเด็กที่ชื่อมิยูกิมากมายเช่นนี้ครับ...?" ดาร์คพรีสต์มาร์คัสซึ่งยืนอยู่เคียงข้างถามขึ้นด้วยความสงสัย
            "มันสนุกดีน่ะมาร์คัส มิยูกิเป็นเด็กหัวดี แล้วก็มีความคิดสร้างสรรค์... เธอลองจับตาดูดีๆไว้ละกัน บางทีอาจจะได้เห็นการต่อสู้ในรูปแบบแปลกๆ รวมถึงวิธีการประยุกต์ใช้คาถาต่างๆอีกเยอะ ซึ่งมันจะมีประโยชน์กับเราในตอนหลังได้น่ะ" ดาร์คพรีสต์มิลล่าเปรยขึ้นในลักษณะชมเชย "ล่าสุดนี้ฉันก็ได้เห็นไลท์อิมแพคมาแล้ว... ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กที่เข้ามาเป็นนักบวชได้ไม่ถึงปีจะประยุกต์ใช้เวทแห่งแสงได้ดีขนาดนี้... ฉันเชื่อว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ล่ะก็ สักวันเด็กคนนี้ต้องมีคาถาแปลกๆโผล่มาให้เห็นอีกแน่"
            "ท่าทางจะชอบมิยูกิจริงๆนะครับ..." ดาร์คพรีสต์มาร์คัสถามต่อ
            "อืม... ก็นานๆจะได้เจอเด็กที่น่าสนใจเข้าสักทีน่ะ... นี่ถ้าท่านดาร์คลอร์ดไม่เกิดติดใจก่อนล่ะก็ ฉันก็ว่าจะเอามาเป็นมือขวาอยู่เหมือนกัน... คงจะช่วยงานฉันได้เยอะ" มิลล่ากล่าวสรุปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่ยังไงตอนนี้ก็จับตามองไปก่อนละกัน ยังไงสักวันก็ต้องประมือกันอยู่ดี ให้เก่งขึ้นมากๆ ตอนสู้กันจะได้สนุกมือหน่อย"
            "ผมว่าไม่เข้าท่านะครับ... ถ้าเก่งขึ้นเรื่อยๆจริง ถึงตอนนั้นจริงมันคงจะเป็นอุปสรรค์กับเราน่าดูเลย..."
            "หึ... ต้องให้เก่งๆสิถึงจะสนุก ตั้งแต่มาเป็นดาร์คพรีสต์ฉันแทบไม่ได้ออกแรงสู้กับใครจริงๆจังสักที แบบนี้น่าเบื่อแย่... แล้วก็นะมาร์คัส ถึงเก่งยังไง แต่คนที่ซื่อสัตย์ต่อตนเองก็ย่อมที่จะหลอกตัวเองไม่เป็นเช่นกัน... ตราบที่ยังคงเป็นคนที่มีจิตใจดีงามเช่นนี้ ต่อให้เก่งขึ้นเพียงใดมิยูกิก็ไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก... กับเรธเด๊ดอาจเป็นไปได้ แต่กับคนที่เธอสนิทแบบนี้ ใจแข็งยังไงก็หวั่นไหวได้" มิลล่ากล่าวอธิบายโดยอ้างถึงประสบการณ์ตรง... ซึ่งการที่เธอพลาดท่าโดนครอบงำก็เพราะมาจากการที่จิตใจหวั่นไหวเช่นกัน
            "ว่าแต่ว่าเถอะครับ ถ้ามิยูกิเกิดแพ้ขึ้นมาจะทำยังไงดีล่ะครับ จะยอมปล่อยให้ถูกกินจริงๆเหรอครับ แบบนั้นท่านดาร์คลอร์ดคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่...?" ดาร์คพรีสต์มาร์คัสไม่ค่อยสบายใจ เพราะมิลล่าถูกรับมอบหมายมาโดยตรงว่าให้ตามดูแลมิยูกิ หากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันจนมิยูกิต้องดับสูญจริงก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่างน้อยก็ต้องนำร่างกลับมาให้ได้ในสภาพที่สมบูรณ์เท่านั้น
            "ถ้าถึงตอนนั้นเราค่อยเข้าไปช่วยก็ได้น่ะ..."
            "หมายถึงจะเข้าไปขัดการต่อสู้งั้นหรือครับ" ดาร์คพรีสต์มาร์คัสมองตรงไปยังเรํดเด๊ดพลางถอนหายใจออกมา "แบบนี้เจ้าหมอนั่นต้องไม่พอใจเอามากๆแน่..."
            "เฮอะ... ไม่พอใจก็ไม่พอใจไป ยังไงมันก็ไม่กล้าหือกับพวกเราซึ่งมียศสูงกว่าแน่... แต่ถ้ามันเกิดหงุดหงิดจนกล้าท้าสู้ ฉันก็จะเป็นคู่มือให้เอง... แล้วมันจะได้รู้ว่านรกบนดินน่ะมีอยู่จริง" มิลล่ากล่าวแบบไม่หนักใจแม้แต่น้อย "ก็อีแค่เรธเด๊ดที่มีดีแค่ความอึดกับบ้าพลังแบบนั้น... ก็แค่ไอ้ปีศาจผีดิบอ้วนจอมหิวโซเท่านั้นเอง ไม่ทันกินฉันหรอก..."

            มิลล่ามองดูมิยูกิซึ่งตั้งท่าสู้เต็มกำลัง พลางยิ้มเล็กๆขึ้นมา
            "แต่ว่านะมาร์คัส... แม้ว่าเจ้าเรธเด๊ดจะถือว่ามีความสามารถสูงเกินกว่าที่นักบวชระดับอโคไลท์จะจัดการได้ แต่เห็นสภาพที่มิยูกิปลดปล่อยจิตสังหารออกมาแบบนี้แล้ว ฉันไม่คิดว่ามิยูกิจะแพ้เรธเด๊ดสักนิดเลยนะ..."
            "ถึงอย่างงั้นก็เถอะครับ ไลท์อิมแพคเวทที่รุนแรงที่สุดยังเจาะไม่เข้าแบบนั้นแล้วเธอยังจะมีอะไรให้เอาไปสู้ได้อีกกันครับ?"
            "ใครว่าเจาะไม่เข้ากัน... จริงๆแล้วไลท์อิมแพคมีความรุนแรงสูงมากเลยนะ เพียงแต่ว่ามิยูกิยังใช้ไม่ถูกจุดเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้จิตสังหารออกมาเต็มที่แล้ว เธอคงจะสงบใจ ได้สติอันเฉียบแหลมกลับมาแล้วล่ะ... " มิลล่าเพ่งสายตาไปที่มิยูกิซึ่งกำลังร่ายคาถาที่คาดว่าน่าจะเป็นไลท์อิมแพคอยู่พอดี "มิยูกิไม่ใช่พวกที่โจมตีแบบเปล่าประโยขน์ให้เสียแรงโดยใช่เหตุ การที่ร่ายเวทไลท์อิมแพคแบบนี้แสดงว่าเธอคงจะจับหลักเล่นงานเรธเด๊ดได้แล้วล่ะ"
            "หลักเหรอครับ...?"
            "อือ... มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยล่ะ ลองจับตาดูให้ดีละกัน แล้วเธอจะรู้เองว่าทำไมฉันถึงสนใจเด็กคนนี้นักหนา" มิลล่ากล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะหันมาดูการต่อสู้ของมิยูกิกับเรธเด๊ดแบบมีสมาธิ


            ................................................


            มิยูกิยืนร่ายคาถาจนใกล้เสร็จดีแล้วจึงทำการวิ่งเข้าหาเรธเด๊ดทันที ซึ่งการเข้าไปสู้ในสภาพนี้ก็ทำให้เรธเด๊ดประหลาดใจได้ไม่น้อย
            "สิ้นคิดแล้วเรอะนังหนูถึงจะเข้ามาตายถึงที่แบบนี้!?"
            "อีกเดี๋ยว... ก็รู้..." มิยูกิอีกคนอาสาตอบแทนมิยูกิซึ่งกำลังร่ายคาถาอยู่
            "ถ้าคิดว่ายิงจากระยะใกล้แล้วจะให้ผลที่รุนแรงขึ้นล่ะคิดผิดถนัดไปแล้ว นังเด็กโง่!" เรธเด๊ดพูดดักทางและยื่นมือขวาหมายคว้าจับมิยูกิให้อยู่ในทีเดียว
            "แกสิโง่!" มิยูกิร่ายคาถาแล้วเสร็จได้สวนกลับทันควัน ขณะที่แสงสว่างส่องประกายในมือข้างขวา แสดงให้เห็นว่าตัวคาถาพร้อมจะใช้งานทุกเมื่อ

            ทั้งคู่ต่างพุ่งเข้าหากัน จนเมื่อเข้าสู่ระยะหวังผลของตัวเอง พลันนั้นเองไลท์อิมแพคก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง
            แสงสว่างส่องเจิดจ้าไปทั่ว จากนั้นเสียงระเบิดและเสียงแตกหักก็ดังมาตามติดกัน

            เปรี้ยง!!

            โผล๊ะ!!

            ผลของแรงปะทะทำเอามิยูกิกับเรธเด๊ดพุ่งเฉไปคนละทาง
            มิยูกิซึ่งหลักดีกว่าพลิกตัวกลับมาได้ก่อน ซึ่งเมื่อได้มองเห็นผลงานแล้วก็ทำให้เธอถึงกับต้องผงกศีรษะยอมรับความคิดเห็นของมิยูกิอีกคน...

            ผลงานหลังจากการปะทะเมื่อครู่ที่ได้ทำให้มือขวาของเรธเด๊ดหายไป จะเหลือก็เพียงกระดูกแขนก่อนถึงข้อมือเท่านั้นเอง...
            "อะไรกันเนี่ย!? มือข้าหายไปไหน!?" เรธเด๊ดตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวดไปเสียสนิท "มันเรื่องบ้าชัดๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นังเด็กบ้า!! แกทำอะไรลงไป!?"
            "หึ... โดนมากับตัวเองยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ" มิยูกิยอกย้อนแต่พองาม
            "บอกมานะ!"
            "ก็ลองนึกเอาเองสิ ว่าเมื่อกี้แกโดนอะไรเข้าไป" เธอใบ้เพียงเล็กน้อย


            ไม่เพียงแค่เรธเด๊ดเท่านั้นที่สงสัย กระทั่งดาร์คพรีสต์มาร์คัสที่จับตามองการต่อสู้อยู่ไกลๆก็เกิดสงสัยขึ้นมาด้วย
            "เกิดอะไรขึ้นน่ะ... มิยูกิทำอะไรลงไป... ไลท์อิมแพคจริงๆงั้นเหรอ?"

            ดาร์คพรีสต์มิลล่ายิ้มมุมปากชอบใจพลางตอบคำถามไขข้อข้องใจให้ลูกน้องคนสำคัญ
            "นี่ไงล่ะ เรื่องง่ายที่ว่า... หัวไวสมที่ฉันตั้งหวังไว้จริงๆเลยนะมิยูกิ ในที่สุดก็มองออกจนได้" ดาร์คพรีสต์สาวเอ่ยชม
            "แต่ผมเห็นแค่มิยูกิยิงไลท์อิมแพคเข้าไปทีเดียวเท่านั้นนะครับ..." ดาร์คพรีสต์มาร์คัสยังไม่หายสงสัย "จิตสังหารมีความเด่นชัดในการทำให้สมาธิคมขึ้น ซึ่งข้อดีตามมาสำหรับผู้ใช้คาถาก็คือจะสมาธินี้ส่งผลทำให้ให้เวทแรงขึ้นกว่าเดิมได้... เท่าที่ผมเห็นไลท์อิมแพคอาจแรงขึ้นมาเท่าตัว แต่มันก็ไม่น่าจะทำความเสียหายได้ผิดหูผิดตาแบบนี้นี่นา จะว่าเธอใช้ลูกเล่นอื่นลูกผสมอื่นก็ไม่ใช่..."
            "มองถูกแล้วล่ะมาร์คัส การโจมตีเมื่อกี้แรงขึ้นมาพอควร แล้วก็ไม่มีลูกเล่นอะไรเลย... เพียงแต่การที่มันได้ผลดีเกินคาดเพราะมิยูกิเลือกที่ยิงต่างหาก..."
            "เลือกที่ยิงงั้นเหรอครับ?"
            "เธอคงเคยได้ยินนิทานสอนเด็กๆเรื่องการหักไม้ขีดไฟใช่ไหม?" มิลล่าถามเชิงบอกใบ้
            "ที่ว่าจะหักไม้ขีดไฟหนึ่งกล่องโดยการหักทั้งกำในทีเดียวเป็นเรื่องยาก... แต่ถ้าค่อยๆหักทีละก้านๆไป พริบตาเดียวก็หมดกล่องสินะครับ..." มาร์คัสท่องสรุปเรียกความทรงจำ ซึ่งเมื่อพูดจบเขาก็นึกขึ้นได้ในทันที "อ๊ะ...! หรือว่าทำลายจากเล็กๆไปใหญ่...!?"
            "ถูกต้องตามที่เธอเข้าใจ... สำหรับปีศาจร่างใหญ่และอึดอย่างเรธเด๊ดนั้นลำพังแค่ไลท์อิมแพคทีเดียวอาจทำลายทั้งตัวเหมือนผีดิบทั่วไปไม่ได้ แต่ถ้าทำลายแค่กระดูกส่วนเล็กๆอย่างเช่นนิ้วมือนี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย... ยกตัวอย่างง่ายๆ ในการต่อสู้กันระว่างชายกับหญิง แน่นอนว่าผู้หญิงอาจไม่มีแรงพอที่จะหักแขนผู้ชายได้... แต่ถ้าเป็นเพียงแค่นิ้วมือนิ้วเดียวของผู้ชายล่ะก็ ต่อให้เป็นผู้หญิงร่างเพรียวบางแรงน้อยๆก็พอจะหักไหว"

            มิลล่ามองไปยังมาร์คัสและถามซ้ำอีกครั้ง
            "แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้ชายคนนั้นถูกหักหมดทั้งสิบนิ้ว?"
            "ศักยภาพการโจมตีก็จะหายไปโดยบริบูรณ์..."
            "ใช่เลย... ที่ผ่านมามิยูกิคิดว่าพลังของไลท์อิมแพคนั้นรุนแรงมากจนทำให้เธอหลงระเริงและเข้าใจผิดว่าขอเพียงเล็งให้โดนกลางตัวก็พอแล้ว... แต่จริงๆแล้วมันไม่ถูกซะทีเดียว ถ้าใช้ให้เป็นเลือกยิงให้ถูกเป้าล่ะก็ ไลท์อิมแพคจะถือเป็นเวทแห่งแสงที่มีพิษสงมากกว่าที่เห็นนัก" มิลล่ากล่าวเชิงตำหนิเรธเด๊ด "ฉันอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีแล้วว่าคาถาตัวนี้อันตราย แต่ก็ดันไม่เชื่อเอง... ก็สมน้ำหน้ามันล่ะ..."


            ................................................


            เรธเด๊ดก้มมองมือขวาตนเองที่เหลือแต่กระดูกข้อมือหักแหลม ถึงตอนนี้มันพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ทำให้มันตัวสั่นไปด้วยความโมโหแค้นจนตัวสั่นที่โดนลูบคมจนเสียท่าแบบนี้

            ในทางกลับกันมิยูกิกลับชมเชยในการโจมตีนี้เป็นการใหญ่
            "ยอดมากเลยมิยูกิ วิธีการเลือกโจมตีของเธอได้ผลจริงๆ" มิยูกิยกย่องความคิดของมิยูกิอีกคนหนึ่ง
            "น่าเสียดาย... ที่ใช้ได้... แค่ครั้งเดียว... เองน่ะ..." มิยูกิอีกคนมองเกมล่วงหน้า เธอคิดว่าหากเรธเด๊ดรู้ความจริงแล้วว่าโดนอะไรเข้าไป มันคงไม่เปิดโอกาสให้ได้ร่ายเวทอีกเป็นครั้งที่สองแน่ "ใจจริงแล้ว... ฉันอยาก... เล่นงาน... มันให้ด้วน... สองข้าง... ไปเลย..."
            "ไม่เป็นไรหรอก แค่แขนมันหายข้างหนึ่งก็เปิดทางให้เราได้เยอะแล้วล่ะ"

            มิยูกิก้มมองมือขวาของตนเอง จากนั้นเธอก็พูดกับมิยูกิเป็นการเรียกความมั่นใจอีกครั้ง
            "จิตสังหารนี่ก็แปลกดีนะ... ตั้งแต่มันออกมาก็ทำให้รู้สึกลอยเหมือนฝัน แต่ความหวาดกลัวความระแวง ความลังเลใจ ความคิดเล็กน้อยเรื่อยเปื่อยทั้งหมดมันหายไปแบบไร้ร่องรอยเลย แถมยังอ่านความเคลื่อนไหวศัตรูก่อนโจมตีได้ด้วย" เธอกล่าวออกมาตามตรง "ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มีของดีแบบนี้ก็ขอฉันได้ลองใช้ไอ้นั่นดูสักหน่อยเถอะ"
            "ระวังตัว... หน่อยนะ... มิยูกิ... ระยะ... ประชิด... เกินไป... เราอาจถูก... ปากยักษ์... ที่ท้องมัน... งับใส่... เอาได้..." มิยูกิอีกคนรู้ดีว่ามิยูกิคิดจะทำอะไรจึงเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง
            "ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะพยายามเล่นงานมันก่อนที่จะประชิดเกินไป"


            ในขณะที่กำลังปรึกษาอยู่นั่นเอง เรธเด๊ดได้ตัดสินใจพุ่งเข้าหามิยูกิทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้มิยูกิได้ร่ายคาถาอีก ซึ่งเป็นไปตามที่มิยูกิอีกคนได้ฟังธงไว้ไม่ผิดเพี้ยน
            "งั้นเราก็ลองกันเถอะ!" มิยูกิเรียกพลังรวมกันไว้ที่มือขวาจนส่องสว่าง พลางออกตัววิ่ง

            ปีศาจผีดิบลอยเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้หมายจะจัดการคู่ต่อสู้ในทีเดียว
            ทว่ามิยูกิก็พุ่งเข้าหาด้วยมือเปล่าเช่นกัน เป็นการแลกหมัดที่ดูบ้าเลือดไม่เข้าที
            "คิดบ้าอะไรของแกอยู่ จะวัดกำลังข้าหรือไง!?" เรธเด๊ดไม่ยอมให้พลาดหนที่สอง "เวลาแค่นี้ไม่พอสำหรับการร่ายไลท์อิมแพคหรอกนะนังหนู!
            "ฮึ..." มิยูกิไม่ตอบคำถาม เพราะคำตอบนั้นจะออกมาในอีกไม่ช้านี้เอง

            แม้ความเร็วสูงสุดของมิยูกิอาจเป็นรองเกรเกอรี่อยู่เกือบสองขั้น แต่ถ้าพูดถึงความคล่องตัวในระยะประชิดล่ะก็เธอกินขาด...
            ยิ่งมีจิตสังหารที่เกลาสมาธิจนเฉียมคมเหมือนมีดอันคมกริบด้วยเช่นนี้ การหลบเรธเด๊ดก็เหมือนการเล่นกับเด็กหัดเดิน

            ในระยะประชิดนั่นเองมิยูกิโยกร่างกายท่อนบนหลบแขนซ้ายของเรธเด๊ดได้ไม่ยากเย็น และฉันพลันนั้นเธอก็ใช้ช่องว่างนั้นเองสวนมือขวากลับไปที่บริเวณหน้าอกทันที... ในกรณีของวิชาสายมองค์ การโจมตีลักษณะนี้จะถูกเรียกว่า ครอสเคาน์เตอร์
            การที่มิยูกิสวนครอสเคาน์เตอร์ไปด้วยมือเปล่าที่มีเพียงถุงมือหนังบางๆชั้นเดียวจึงทำให้เรธเด๊ดไม่คิดว่าการโจมตีนี้จะร้ายกาจอะไร เพราะขนาดกระบองหนามยังทำอะไรไม่ได้ แล้วหมัดของผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งจะทำอะไรได้

            ทว่ามิยูกิได้หยุดการเข้าปะทะลงโดยเว้นระยะห่างจากหน้าอกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น จากนั้นมือของมิยูกิก็เปลี่ยนจากท่ากำมาเป็นแบและกางออก
            จากนั้นแสงสว่างสีขาวก็ส่องประกายขึ้น และตามมาด้วยการระเบิดขนาดย่อม...

            ตูม!!!

            การปะทะหนนี้มิยูกิซึ่งหลักดีกว่ายืนในสภาพเหยียดแขนขวาไปข้างหน้า ขณะที่เรธเด๊ดผีดิบร่างใหญ่กลับเป็นฝ่ายปลิวกลับไปข้างหลังเองชนิดที่ค้านสายตา
            การโจมตีนี้อาจแรงไม่เท่ากันไลท์อิมแพคแต่แรงกระแทกและพลังทำลายล้างถือว่าสูงเอาเรื่อง มันเป็นการโจมตีด้วยแสงสว่างที่ทำให้เกิดไฟลุกขึ้นบนเรือนร่างผีดิบตายซากได้
            "นี่แกทำบ้าอะไรลงไป!?" เรธเด๊ดรีบตบหน้าอกดับไฟเป็นการใหญ่ ในเวลาเดียวกันปากมันก็พล่ามถามด้วยความสงสัย
            "ก็ไม่ทำอะไรมาก เพียงแค่นึกออกว่าการกำจัดผีดิบอย่างแก นอกจากจะต้องใช้ไฟหรือแสงศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังสามารถจัดการได้ด้วยวิธีการฮีล" มิยูกิมองที่หน้าอกของเรธเด๊ดซึ่งมีรอยฝ่ามือสีดำประทับฝังอยู่
            "ฮีลงั้นเรอะ!?"

            การฮีลเป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการพวกผีดิบ ถือเป็นวิธีที่นักบวชสายจอมคาถาทุกคนทำได้กันทั้งนั้นและสามารถสร้างความเสียหายกับผีดิบได้ดีด้วย
            แต่ว่าปัญหามีเพียงเรื่องเดียวก็คือ การจะเข้าไปชิดในระยะที่สามารถฮีลได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระยะนั้นมันต้องใกล้ขนาดที่จะให้แสงศักดิ์สิทธิ์นั้ได้ไปสัมผัสกับผิวเนื้อชั้นหนังของพวกผีดิบได้โดยตรง ซึ่งมันก็ใกล้เกินพอที่จะให้พวกผีดิบขย้ำตนเองได้เช่นกัน
            การฮีลผีจึงเป็นอาวุธประชิดตัวขั้นสุดท้ายในกรณีที่ไม่เหลืออาวุธป้องกันตัวจริงๆ ผู้ใช้เองก็จำเป็นต้องมีความสามารถในการป้องกันตัวที่ดีระดับหนึ่งด้วย

            ดังนั้นแล้วคนที่จะใช้มันได้จำเป็นต้องมีทั้งพลังมาน่าและความคล่องตัวสูง จำเป็นต้องฝึกมาทั้งร่างกายและเวทมนตร์ควบคู่กัน
            นักบวชที่จะใช้วิธีฮีลผีดิบซึ่งๆหน้าเช่นนี้มีอยู่น้อยรายมาก ฉนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเรธเด๊ดจะออกอาการสับสนเพราะไม่เคยเจอนักบวชคนไหนกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้มาก่อน
            "กับคนธรรมดาฮีลก็เหมือนสายลมที่อ่อนโยนชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่สำหรับแกแล้วโดนฮีลคงเหมือนโดนน้ำร้อนสาดใส่เลยสิท่า" มิยูกิตอบกลับเชิงข่ม "โชคร้ายหน่อยนะ วิชาฮีลนี่เป็นวิชาที่ฉันถนัดที่สุดซะด้วยสิ"
            "หนอย... แก..."

            มิยูกิไม่เปิดโอกาสให้เรธเด๊ดได้ตั้งตัว เธอพุ่งเข้าใส่เรธเด๊ดกดดันคืนบ้าง
            เรธเด๊ดพยายามใช้อาวุธร่างกายทั้งหมดเข้าต่อต้าน แต่สภาพที่มือข้างเดียวและร่างกายที่อืดอาดพลิกตัวได้ช้าแบบนี้ก็ยากที่จะตามมิยูกิได้ทัน
            มือทั้งสองข้างของมิยูกิเรืองแสงอีกครั้ง สายตาเธอจดจ้องไปที่บริเวณลำตัวเหนือปากยักษ์ของเรธเด๊ดซึ่งเปิดการ์ดโล่งอยู่

            พลันนั้นเองฝ่ามือฮีลก็ถูกรัวเข้ากระแทกตามจุดตายต่างๆด้วยความรวดเร็ว ตั้งแต่ซี่โครง หน้าอก ใต้ราวนม ปลายคาง หัวไหล่ ใต้ข้อศอก หัวเข่า
            เสียงตูมดับขึ้นอย่างรุนแรง แม้ว่าเรธเด๊ดจะปลิวออกไปแต่มิยูกิก็ยังคงตามประกบติดและซัดต่อไม่เลี้ยง จนเสียงระเบิดดังรัวขึ้นนับสิบๆครั้งได้ในเวลาอันสั้น
            ที่สุดแล้วมิยูกิพลิกตัวอ้อมไปข้างหลังแล้วกระแทกมือทั้งสองเข้ากลางหลังเรธเด๊ดและระเบิดสกิลฮีลออกมาสุดกำลังปิดฉากการโจมตีชุดนี้

            ตูม!!!!

            มีเสียงระเบิดที่ดังหนักหน่วงปิดฉากตามมา เรธเด๊ดเองถึงกับปลิวไปกระแทกร่วงจมกองซากปลักหักพังที่โบสถ์
            "แค่ก...! บะ... บ้าชมัด..." หัวหน้าปีศาจผีดิบออกอาการสะอึก

            ถึงแม้ว่าการฮีลจะรุนแรงน้อยกว่าไลท์อิมแพค แต่กว่าโดนเข้านับสิบๆทีติดกันในเวลาเดียวกันก็สร้างความเสียหายถึงขั้นสาหัสได้เลยทีเดียว อีกทั้งการเลือกเล่นงานที่ข้อต่อก็สร้างความเสียหายได้ดีเกิดคาดนัก... นอกจากนี้ปกติเรธเด๊ดก็เคลื่อนที่ได้อืดอยู่แล้ว เจอเล่นงานข้อต่อเข้าทำเอาแทบขยับไม่ได้เลยทีเดียว
            ในเวลานี้เรธเด๊ดเริ่มได้คิดแล้วว่าสถานการณ์ที่เป็นต่อได้ย้ายไปอยู่ที่อโคไลท์สาวเสียแล้ว แว่บหนึ่งนั้นเองความคิดที่จะหนีก็ขึ้นมาในหัวทันที

            ทว่าการที่จิตสังหารที่ไวต่อการสัมผัสแรงอาฆาตของคู่กรณีจับได้ว่าแรงอาฆาตตกลงทำให้มิยูกิรับรู้ได้ในทันทีว่าศัตรูกำลังเริ่มถอดใจแล้ว
            "คงไม่ได้... คิดจะหนี... หรอกนะ...?" มิยูกิอีกคนชิงพูดดักไว้ก่อน เพราะจากใจจริงแล้วเธอไม่ต้องการให้เรธเด๊ดหนี แต่คิดที่จะจัดการมันให้จบๆไปในครั้งนี้เสียทีเดียว "หนีเด็ก... แบบนี้... มันน่าอาย... นะ... เสียชื่อ... จอมปีศาจ... ผีดิบ... หมดเลย..."
            "ช่างเถอะมิยูกิ ปีศาจผีดิบที่ดีแต่ปากแบบนี้ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด" มิยูกิได้ทีเสริมกึ่งถากถางเรธเด๊ดให้หนักขึ้น "แต่จะหนีก็ได้ฉันไม่ว่า รอดตายไปได้ แต่หนหน้าไม่มีแน่ เพราะฉันจะซัดไม่ให้เลือกแม้แต่กระดูกสักชิ้นเลย"
            "ว่าไงนะนังหนู..." เรธเด๊ดเริ่มเปลี่ยนความคิดอีกึ้ง

            การดูถูกเช่นนี้ทำให้เรธเด๊ดปีศาจผีดิบที่หยิ่งในตัวเองถึงกับล้มเลิกความคิดที่จะหนีและเกิดไฟในการต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
            "อย่าหยามกันมากนะนังหนู! แกคิดว่าทำได้แค่นี้ก็จะชนะข้าได้แล้วงั้นเรอะ!?" ปีศาจผีดิบลุกขึ้นมาอีกครั้งและกร้าวเสียงข่มขู่
            "เข้ามาเลย... ฉันจะเด็ดหัวแกซะเดี๋ยวนี้ล่ะ!"


            ................................................


            ในทางหนึ่งที่กำลังสู้กันดุเดือด อีกมุมหนึ่งบนหลังคาบ้านหลังหนึ่งก็ยิ่งสนุกและเพลิดเพลินมากขึ้น
            "ฮ่าๆ อะไรกันๆ... ชักสนุกขึ้นแล้วสิ... จิตสังหารนี่มันเยี่ยมจริงๆ ทำให้พรสวรรค์กับสัญชาตญาณการเข่นฆ่าของมิยูกิถูกปลุกตื่นมา ขนาดที่กล้าทำในสิ่งที่ฉันเองก็คาดไม่ถึงเสียด้วย..."
            "เป็นการพิสูจน์แนวคิดของท่านมิลล่าได้แล้วสิครับ ว่าจิตสังหารสามารถกดสามัญสำนึกอ่อนไหวไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าปกติจะลังเลแค่ไหน แต่ถ้าจิตสังหารออกมาล่ะก็มันจะกลบสำนึกจุดนั้นทั้งหมด จนเหลือเพียงเรื่องเดียวว่าจะจัดการศัตรูยังไง"
            "ถูกต้อง... ในกรณีแรกเริ่มก็จะเป็นอย่างนี้ล่ะนะ ฉันเชื่อได้เลยว่าถ้าถูกเรียกใช้เข้าหลายๆครั้งล่ะก็ มิยูกิก็จะเป็นได้ไม่แพ้กับอิมิคเลยเชียว... คู่ควรกับการดึงมาเป็นข้ารับใช้ฉันนัก"

            มิลล่ากล่าวพลางดูถูกเรธเด๊ดซ้ำอีกครั้ง
            "เข้าตาจนจริงๆแล้วนะเรธเด๊ด สู้ระยะกลางก็แพ้ ระยะใกล้ก็แพ้... เอ้าขอดูหน่อยเถอะว่าน้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรได้อีก... แต่ก็จงภูมิใจเสียเถอะ ความตายของแกถือว่าเป็นประโยชน์นักเรธเด๊ด เพราะแกกำลังจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้มิยูกิได้กลายเป็นนักล่าปีศาจรุ่นที่สาม"


            นักล่าปีศาจ (Demon Hunter) ฉายาที่แรกเริ่มเดิมทีนั้นถูกยกให้เป็นของอิมิค แลนด์ฟอร์ด ผู้ซึ่งดุดันทุกครั้งเมื่อเจอกับปีศาจชั่ว ยิ่งเป็นปีศาจร้ายอิมิคยิ่งดุดันและมีพลังรุนแรงมากขึ้น การฆ่านั้นจบในเวลาอันสั้นถึงขนาดที่ปีศาจยังต้องขยาด ยิ่งรวมกับจิตสังหารแล้วในยามที่สู้กับปีศาจแล้ว อิมิคจึงดูไม่ต่างกับยมฑูตในสายตาปีศาจเหล่านั้นเลยทีเดียว
            หลังจากที่อิมิคจากไปอามัตสึได้ช่วงหนึ่ง ฉายานี้ก็ถูกยกต่อให้กับมิลล่า เลอ เอมเมอรัล และมีการเติมท้ายว่ารุ่นที่สองเพื่อเพิ่มความขลัง... มิลล่าเป็นนักบวชอัฉริยะที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้เวทแห่งแสงได้ดีที่สุดบนรูนมิดการ์ด กระทั้งดาร์คลอร์ดยังยอมรับว่ามิลล่าเก่งในเวทนี้ยิ่งกว่าวาลคิวรี่เสียอีก ซึ่งมิลล่าได้ใช้เวทแห่งแสงนี้ไล่ปราบปีศาจมาจนทั่วประเทศพรอนเทร่า จนทำให้ปีศาจที่เคยเบาใจว่าอิมิคออกไปแล้วตนเองจะได้สำแดงฤทธิ์ต้องกลับคิดใหม่... แม้ว่ายมฑูตล่าปีศาจคนที่สองจะไม่ใช่นักล่าสายตรงที่จับดาบฟันซึ่งๆหน้า แต่พลังแห่งแสงนี่เองที่ทำให้ปีศาจจำต้องขยาดนักบวชสายจอมเวทขึ้นมาบ้าง
            และในเวลานี้แม้จะไม่เป็นทางการ แต่การที่มิยูกิที่เป็นเพียงอโคไลท์และใช้คาถาจู่โจมได้เพียงไม่กี่คาถาเท่านั้นกลับสามารถกดดันปีศาจผีดิบชั้นสูงอย่างเรธเด๊ดได้ มันก็น่าพอเพียงแล้วที่จะถูกกล่าวว่า... เธอกำลังจะกลายเป็นนักล่าปีศาจรุ่นที่สาม ที่ผสานความสามารถในแบบรุ่นที่หนึ่งและรุ่นที่สองเข้าด้วยกัน

----------------------------------
Free talk - ไม่น่าทำให้มิยูกิเรียกจิตสังหารออกมาเลยจริงๆน้า... อันที่จริงแล้วมิยูกิก็มีจิตสังหารที่แรงพอๆกับอิมิคนั่นล่ะครับ แต่เธอยังควบคุมได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ ได้แค่ปล่อยพรอดเดียวออกมาชนิดที่ปรับระดับความแรงไม่ได้
แต่สำหรับเวลานี้ ได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ ทำให้จิตใจอำมหิตและสงบนิ่งมากขึ้น แถมยังตรวจจับในหลายๆสิ่งได้อีก สะดวกไปเลย smile
สำหรับตอนนี้ก็ตัดจบไว้ก่อนละกัน ไว้ปิดฉากเรธเด๊ดตอนหน้ากัน ยังมีของดีอยู่อีกครับ

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 15 พ.ค.49 เวลา 17:52:53 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply

Izabelle
Oversea Student

ชิ มีกั๊กอีก... นึกถึงคาถาเมรามี่จัง
โชว์ดีๆแบบนี้น่าจะให้คนอื่นดูให้สนุกเลยนะนั้น เกรกหรือลีฟจะได้แหยงๆหน่อย เอิ้กๆ smile

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 16 พ.ค.49 เวลา 09:18:02 น.

Alaster
นักหาข่าวสาร-ภาพน่าเก็บ

บทสู้มันไม่ค่อยถึงใจเลยอ่ะ
ยังเร้าอารมณ์ไม่พอ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 16 พ.ค.49 เวลา 09:27:35 น.

xelloss
ปีศาจชุดขาว

ลางแพ้มาแต่ไกลแล้วหนอ เรธเดธ - -

ตอน 51 ไม่ได้อ่าน เพิ่งเห็นตอนนี้ ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมคนอื่นหายไปไหนหมด

แต่พวกนักเวทย์ไม่มีบทบาทเลยแฮะ orz ขอเวทย์แบบพื้นที่เยอะกว่านี้หน่อยซี้

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 16 พ.ค.49 เวลา 15:41:18 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ