K.W.E.
นักล่าCG Touhou

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 4 - ผนึกที่ล้มเหลว

Touhou FanFic - Perfect Cherry Blossom Story - 4 - ผนึกที่ล้มเหลว
---------------------------------------------------

            ว่ากันว่าการจับนักโทษอุกฉกรรณ์ร้ายกาจที่กำลังติดอาวุธครบมือนั้น การเลือกจับตายนั้นจะง่ายกว่าการจับเป็น เพราะสามารถยุติปัญหาได้ในเวลาอันสั้นและปลอดภัยต่อผู้ทำการจับกุม อย่างไรก็ดีการจับตายนั้นก็เท่ากับว่าต้องสังเวยชีวิตของผู้ถูกจับกุมไปด้วย...

            เวลานี้ไซเกียวอายาคาชิก็เหมือนกับนักโทษอุกฉกรรณ์ที่มีอาวุธรอบตัว
            สำหรับยูคาริแล้ว หากได้งัดพลังที่แท้จริงออกมาใช้ก็จะสามารถจับตายหรือทำให้ต้นไซเกียวอายาคาชิโค่นได้ แต่ทว่าเธอกลับทำไม่ได้ด้วยเหตุผลสองข้อ...
            ข้อแรกพลังที่แท้จริงของเธอนั้นรุนแรงเกินไป ยิ่งเป้าหมายใหญ่และแข็งแรงเช่นนี้ พลังทำลายที่ต้องใช้ก็จะรุนแรงไปด้วยซึ่งสามารถทำลายสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องรอบข้างให้พังราพณาสูรไปด้วย ซึ่งเธอไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง
            ข้อสองคือต้นไซเกียวอายาคาชิเป็นความหลังของเธออันเป็นที่ซึ่งมีร่างของยูยูโกะเพื่อนรักนอนสงบอยู่ อย่างน้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เพื่อนรักที่ตายไป ซึ่งครั้งหนึ่งเธออยากช่วยแต่ก็ไม่อาจทำได้... ดังนั้นแล้วถ้าไม่จำเป็นแล้วเธออยากจะเลือกวิธีละมุนละม่อมอย่างการปิดผนึกมากกว่าโค่นล้มทำลายล้าง


            พิธีการได้ดำเนินมาอยู่พักใหญ่ก็เริ่มเห็นเป็นรูปร่างเค้าโครงแห่งความสำเร็จมากขึ้น
            ผนึกวงเวทคาถาที่พื้นเรืองแสงขึ้นจนสว่างไม่แพ้แสงแดดยามเที่ยงที่สาดส่องลงมา โดยวงกลมเวทนั้นได้เต็มไปด้วยอักขระที่ปรากฎขึ้นมาเด่นชัดโดยมีต้นไซเกียวอายาคาชิเป็นจุดศูนย์กลางประหนึ่งจะโอบรัดไม่ให้ต้นภูตนี้ทำอะไรได้สะดวก
            ตัวคาถาเองก็รุนแรงมากขึ้นจนไซเกียวอายาคาชิอยู่ไม่สุข มันพยายามต่อต้านอย่างสุดกำลัง รากน้อยใหญ่ถูกสบัดกวัดแกว่งไปมา แต่ไม่ว่าจะเล่นงานยังไงก็ไม่อาจผ่านการป้องกันของโยว์คิไปได้ และหากการโจมตีนั้นรุนแรงเกินไปยูคาริก็จะใช้ประตูมิติถอยไปตั้งหลักอีกจุดหนึ่ง เป็นรูปแบบการโจมตีแล้วถอยแบบต่อเนื่องซึ่งไซเกียวอายาคาชิที่มีลักษณะใหญ่และอืดแบบนี้ไม่สามารถตามจับได้ทันแม้แต่เงา
            "ไปได้สวย แบบนี้มันเสร็จเราแน่!" โยว์คิเริ่มมีความหวัง ยิ่งผนึกใกล้สมบูรณ์มากเท่าไหร่ การโจมตีของต้นไซเกียวอายาคาชิก็เริ่มอ่อนแอลงเท่านั้น
            "อย่าพึ่งประมาทโยว์คิ" ยูคาริเพ่งสมาธิร่ายคาถา เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดออกมาไม่ขาดสาย "ฉันว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ..."
            "หมายความว่ายังไงกันครับ เท่าที่เห็นนี่ท่านยูคาริก็ทำได้ไม่เลวเลยนี่นา?"
            "เห็นอย่างนั้นก็เถอะนะโยว์คิ แต่ว่าพลังมันเหลือล้นจริงๆ... เรียกได้ว่าสูสีกับฉันเลยล่ะ ยังไงก็เตรียมรับสถานการณ์ไม่คาดฝันไว้ด้วยก็แล้วกัน"
            "อะไรกันครับ สูสีกับท่านยูคารินี่นะ!?" โยว์คิอุทานเสียงดังด้วยความประหลาดใจ ไม่นึกมาก่อนว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของโยวไคที่ได้ชื่อว่ามีอายุยาวนานและแข็งแกร่งที่สุด
            "เพราะศัตรูมันไม่ใช่โยวไคน่ะสิถึงมีพลังทัดเทียมฉันได้น่ะ..." ยูคาริส่ายศีรษะไม่สบอารมณ์ แต่ก็ตั้งท่าร่ายคาถาต่อไป เธอยังคงมั่นใจว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งการร่ายคาถาไปได้ "ถึงพลังจะน่ากลัวแค่ไหน แต่ก็ไม่เกินมือฉันหรอกน่า!"

            แม้ว่าบุคคลภายนอกจะดูว่าการผนึกเป็นเรื่องง่ายๆโดยเฉพาะกับศัตรูที่ไม่ใช่ร่างคนมีความคิดหลายชั้น ซ้ำตัวของมันก็ยังตั้งนิ่งไม่เคลื่อนไหวแบบนี้ยิ่งทำให้จับผนึกได้ง่ายขึ้น
            แต่ในความเป็นจริงนั้น ต้นซากุระภูตไซเกียวอายาคาชิก็มีพลังมากชนิดที่โยว์ไคธรรมดาเทียบชั้นไม่ติด โดยที่มาของพลังนั้นก็คือวิญญาณคนตายนั่นเอง...
            ไซเกียวอายาคาชิได้สูบวิญญาณมานาน ยิ่งช่วงหลายปีนี้มาได้ความสามารถของยูยูโกะร่วมด้วยก็ยิ่งทำให้มันเปรมปรีย์กับการกัดกินวิญญาณของผู้ที่มาฆ่าตัวตายได้ไม่เว้นวัน
            อีกทั้งไซเกียวอายาคาชิยังรับพลังมาจากผืนแผ่นดินแบบต้นไม้ทั่วไปอีกด้วย ถือว่าได้รับพลังมาหลายทาง

            กล่าวสรุปก็คือมันเป็นพืชแห่งภูตที่ได้รับทั้งพลังจากดวงวิญญาณและพลังจากธรรมชาติมาเป็นเวลานาน ทำให้พลังที่สะสมอยู่นี้สูงมากขนาดที่โยว์ไคธรรมดาเทียบชั้นไม่ติด และทำให้มันถูกยกให้เป็นภูตชั้นสูงได้...
            การที่พลังสูงขึ้นนี้เองที่ทำให้ไซเกียวอายาคาชิขยายพลังแห่งภูตจนสามารถแผ่ไปปกคลุมทั้งสวนซากุระทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้อาณาเขตรับพลังของมันเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จะกล่าวว่าดินแดนป่าซากุระแถบนีคือถิ่นของมันก็ไม่ผิดเพี้ยน หูตาของไซเกียวอายาคาชิกว้างไกลกว่าที่เห็นนัก เพียงแค่เข้าเขตสวนซากุระ ไซเกียวอายาคาชิก็สามารถรับรู้ได้ในทันที
            นี่จึงเป็นเหตุผลที่ยูคาริกล่าวออกมาว่าหากถอยไปแล้วจะไม่มีโอกาสได้กลับมาแก้มืออีกเป็นครั้งที่สอง


            ..................................................


            จนเวลาล่วงผ่านไปอีกสิบนาที
            วงคาถาบีบตัวโอบรัดบริเวณโคนรากของต้นไซเกียวอายาคาชิ นั่นเป็นการแสดงความหมายว่าการต่อสู้ระหว่างโยว์ไคสุดแข็งแกร่งกับภูตที่เก่งกาจกำลังจะสิ้นสุดลง
            แต่ยังไม่ทันที่จะผนึกได้แล้วเสร็จ การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายที่หนักหน่วงจึงถูกปลดปล่อยออกมา โดยมีผีเสื้อเรืองแสงสีแดงส้มจำนวนมากบินลงมาจากพุ่มดอกซากุระของต้นไซเกียวอายาคาชิ
            "ภูตผีเสื้อราตรีงั้นเรอะ...?" ยูคาริเงยหน้าขึ้นมองประหลาดใจ กระทั่งตนเองที่ว่าผ่านโลกมานานนับพันๆปีก็ยังเดาการเคลื่อนไหวของภูตไซเกียวอายาคาชินี้ไม่ออก
            "มันคิดจะเล่นอะไรกันอีก!?" โยว์คิตั้งท่าดาบจริงจัง "ส่งภูตผีเสื้อลงมาแบบนี้คิดจะทำอะไรกัน...?"
            "ระวังนะโยว์คิ... มันคงไม่ส่งลงมาให้เราดูเล่นแน่"

            คำพูดของยูคาริก็ถือว่าถูกต้องเลยทีเดียวที่ว่าภูตินี้ไม่ใช่แค่สวยงาม หากแต่มันคืออาวุธสุดร้ายกาจของไซเกียวอายาคาชิ...

            ผีเสื้อตัวหนึ่งบินร่อนลงมาใกล้โยว์คิจากทางด้านข้าง แต่ขรัวเฒ่าก็ไม่ประมาทไม่ยอมปล่อยให้มันเข้าประชิดตัวกว่านี้
            โยว์คิไหวตัวทันและหันกลับไปมองพลางเงื้อดาบออกมาเตรียมพร้อม หมายจะตัดผีเสื้อนี้ให้ฉีกออกเป็นสองชิ้นในดาบเดียว
            "ส่งวิญญาณชั้นต่ำออกมาแบบนี้มันดูถูกกันเกินไปแล้วไซเกียวอายาคาชิ... จงรับรู้ไว้ซะว่าดาบโรว์คันเคนนี้ตัดได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งวิญญาณ!"

            ช่วงกระพริบตาเท่านั้นโยว์คิสบัดดาบเป็นวงโค้งสวยงามด้วยความเร็วสูงจนมองแทบไม่ทัน

            ฉั๊วะ!

            คมดาบผีเสื้อขาดออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย
            ทว่าการโจมตีที่แท้จริงของผีเสื้อราตรีไม่ใช่การบินเข้าชนเบาๆเช่นนี้ หากแต่เป็นการเข้าชนเพื่อทำลายตัวเองไปพร้อมกับศัตรู...

            ก่อนที่ร่างไร้วิญญาณของผีเสื้อซึ่งขาดออกเป็นสองท่อนจะได้ตกสู่พื้นนั้นเอง จู่ๆแล้วมันก็ได้ส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย
            จากนั้นจึงมีเสียงระเบิดตามติดมา...

            ตูม!!!

            เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่น ลมกระแทกจากแรงระเบิดพัดใบไม้ปลิวว่อนฝุ่นตีคลุ้ง ผมยาวๆลอนสีทองของยูคาริยังถึงกับสบัดลู่ลมไปทางข้างหลัง
            แม้เป็นผีเสื้อตัวเล็ก แต่มันระเบิดได้รุนแรงมากถึงขนาดทำเอาผู้ชายร่างใหญ่กำยำอย่างโยว์คิปลิวออกไปได้ไกลจนกระแทกกับต้นซากุระใกล้ๆ
            "แค่กๆๆ" ครูดาบเฒ่าสำลักควันและจับหน้าอกซึ่งปวดแปล็บด้วยผลจากแรงระเบิด "บ้าชัดๆ ระเบิดตัวเองได้งั้นเรอะ...!?"
            "โยว์คิ เป็นอะไรมากไหม!?" ยูคาริถามข้ามฟากมาด้วยความเป็นห่วง
            "มะ... ไม่เป็นไรครับ... ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะเล่นวิธีอย่างนี้" โยว์คิใช้ดาบยันกายขึ้นมาช้า "ขนาดตัวเล็กตัวเดียวแบบนี้ยังทำเอาข้าแทบแย่..."

            โยว์คิเงยหน้าขึ้นมาผีเสื้อนับร้อยที่กำลังบินว่อนอยู่บริเวณใต้ต้นไซเกียวอายาคาชิ
            "ท่าทาง... งานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่ท่านยูคาริว่ามาจริงๆ"
            "ช่วยอดทนอีกนิดเถอะนะ คาถาใกล้สมบูรณ์แล้ว"
            "ไม่ต้องห่วงครับท่านยูคาริ ถึงจะระเบิดรุนแรง แต่มันก็แค่แรงอัดช่วงเล็กๆเท่านั้น ไม่มีสะเก็ดระเบิดแตกกระจายออกมาแบบนี้ก็ไม่น่าห่วง" โยว์คิจับดาบตั้งมั่นอีกครั้ง สายตานั่นจดจ้องไปที่ต้นไซเกียวอายาคาชิไม่วาง "นี่สนุกดีนี่... ข้าคิดวิธีที่จะจัดการพวกมันลงในทีเดียวได้แล้วล่ะ... ท่านยูคาริคอยดูละกัน!"
            "นี่คิดจะทำอะไรน่ะ!?" ยูคาริเห็นท่าทีโยว์คิมุ่งมั่นเกินเหตุจนรู้สึกไม่ดี เกรงว่าผู้ดูตำหนักไข่มุกผู้นี้จะคิดทำอะไรเกินตัว

            โยว์คิวิ่งตรงเข้าไปทางต้นไซเกียวอายาคาชิโดยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้เป้าหมาย ซึ่งก็ถือว่าโยว์คิทำสำเร็จเมื่อผีเสื้อราตรีทั้งหมดต่างก็บินกรูเข้าไปเพื่อปกป้องต้นไม้ซึ่งเป็นพำนักสถานของตัวเอง
            "เข้ามาเลย ข้าจะแสดงให้ดูว่าของเด็กเล่นแบบนี้มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด" โยว์คิปักหลังมั่นเบื้องหน้าต้นไซเกียวอายาคาชิ
            "อันตรายนะโยว์คิ ออกมาเถอะ ทำอะไรเสี่ยงแบบนั้น!" ยูคาริร้องทักเสียงดังและเปิดประตูมิติช่วย
            "ไม่เป็นไรครับท่านยูคาริ ไว้ใจข้าได้!" โยว์คิปฎิเสธการช่วยเหลือ

            ผีเสื้อนับร้อยรุมเข้าสกรัมโยว์คิ ซึ่งจำนวนขนาดนี้ก็เหลือเฟือที่จะจัดการร่างครึ่งคนครึ่งผีให้แหลกเหลวเป็นเศษเนื้อได้สบาย
            "ข้าจะแสดงให้ดูเองว่าเพลงดาบของคอนปาคุไร้ผู้ต่อกร!"

            สิ้นคำรบ โยว์คิก็ได้สบัดดาบทั้งสองไปมาอย่างรวดเร็ว
            การวาดดาบไปมาขึ้นลงสลับซ้ายขวาหมุนวนเป็นวงกลมไม่ติดขัด เสียงดาบตัดอากาศดังวูบกระทั่งยูคาริที่ยืนห่างยังได้ยิน ขณะที่ผีเสื้อไม่สนใจการโจมตีเพราะอย่างไรเสียมันก็ถูกกำหนดให้ออกมาเพื่อตายมาตั้งแต่ต้น
            ผีเสื้อทั้งหมดพุ่งล้อมกรอบเข้าหาโยว์คิ แต่ในพริบตาเดียวเพลงดาบที่ร่ายรำออกมานั้นก็สำแดงฤทธิ์ขึ้น โดยการเกิดลมอากาศที่รุนแรงมากผลักดันออกจนต้านภูตผีเสื้อตัวน้อยให้อยู่นอกระยะอันตรายได้
            และจังหวะเดียวกันนั้นเองคมดาบตัดอากาศก็ได้พุ่งผ่านไปเลือกตัดผีเสื้อตัวหนึ่งที่อยู่ห่างๆ

            พลันนั้นการระเบิดต่อเนื่องก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง แล้วการระเบิดนั้นก็ระเบิดลามต่อกันไปจากตัวหนึ่งสู่ตัวหนึ่งเป็นปฎิกริยาลูกโซ่

            ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!!!!!

            ช่วงลมหายใจเดียวผีเสื้อที่ล้อมกรอบโยว์คิก็ระเบิดจนหมดสิ้น แรงระเบิดผีเสื้อนับร้อยตัวรุนแรงขนาดพื้นดินสะเทือนไปทั่งแถบจนทำให้โยว์คิย่อตัวลงกดน้ำหนักต้านแรงลมไม่ให้พัดตนเองปลิวไปไหนไกล
            "ใช้ได้เลย ฉลาดมาก โยว์คิ!" ยูคาริชมเปราะเมื่อเห็นผีเสื้อทั้งหมดระเบิดไปโดยที่โยว์คิไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
            "การโจมตีง่ายๆแบบนี้ทำอะไรข้าซึ่งเป็นปรมาจารย์เพลงดาบคอนปาคุไม่ได้หรอกครับ" โยว์คิถ่อมตัว
            "คราวนี้ทีฉันบ้างล่ะ!"

            ยูคาริชูแขนทั้งสองออกเบื้องหน้าร่ายคาถาบทสุดท้าย เวทอาคมที่อยู่โคนต้นก็โอบรัดต้นไซเกียวอายาคาชิไว้แน่น อักขระที่อยู่ในวงเวทขึ้นมาประทับที่รอบต้นไม้แห่งปีศาจนี้ไปจนถึงเรือนยอด
            ต้นซากุระต้นใหญ่สั่นไหวไปทั้งต้นประหนึ่งกำลังถูกเขย่าอย่างแรง แล้วเสียงกรีดร้องโหยหวนลากยาวของภูตก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากต้นไม้ปีศาจต้นนี้
            แสงสว่างแห่งคาถาผนึกส่องจ้ามากยิ่งขึ้นยิ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินตามขั้นตอนด้วยดีทุกประการ เหมือนที่เคยทำมาในหลายๆครั้ง

            ยูคาริเริ่มผ่อนคลายลงด้วยความมั่นใจว่าหลังแสงนี้จางลง ต้นซากุระยักษ์ต้นนี้ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเช่นต้นไม้ธรรมดาทั่วไปอีกครั้ง
            แต่ทว่าเธอกำลังคิดผิด...


            เพล้ง!!!

            เสียงลักษณะเดียวกับแก้วแตกดังขึ้นจากรอบต้นไซเกียวอายาคาชิ ซึ่งต้นเสียงนั้นมาจากวงแหวนอาคมที่กำลังปริร้าวและเริ่มแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ตัวของอักขระเวทเริ่มเลือนหายไปจนหมด นั่นคือคาถาปิดผนึกนี้ล้มเหลวและจะสลายตัวลงในเวลาข้างหน้านี้
            และในเวลาเดียวกันรากน้อยใหญ่ของต้นไซเกียวอายาคาชิที่หลุดจากพันธนาการต่างก็พร้อมใจกันโบกสบัดไปมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวดและความแค้น นอกจากนี้ภูตผีเสื้อจำนวนมากก็ถูกปล่อยลงมาอีกครั้งหมายจะกวาดล้างผู้ที่ทำให้มันบาดเจ็บให้ต้องกลายเป็นผุยผงให้จงได้

            ยูคาริกับโยว์คิต่างยืนงงกับภาพปรากฎเบื้องหน้า นอกจากคาถาปิดผนึกจะล้มเหลวแล้วไซเกียวอายาคาชิกลับยิ่งบ้าคลั่งหนักขึ้นไปอีก มันเป็นเรื่องเกินความคาดหมายที่ทั้งคู่ไม่เคยเจอมาก่อน
            "อะไรกันเนี่ย!?" ทั้งคู่อุทานขึ้นด้วยคำถามเดียวกัน

            ในเวลานี้ทั้งรากทั้งผีเสื้อภูตต่างเล่นงานยูคาริกับโยว์คิอย่างเต็มที่...
            ยูคาริที่ตกอยู่ในสภาพอึ้งกิมกี่ต้องหลบทั้งผีเสื้อภูตทั้งรากด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในหัวก็คิดหาเหตุผลที่ทำให้การผนึกล้มเหลว แต่จนแล้วจนรอดก็นึกไม่ออก
            ตัวคาถาบทนี้ถือเป็นคาถาผนึกที่มีอานุภาพสูงสุด แล้วก็ตั้งแต่ที่เธอเคยใช้มาก็ไม่เคยมีโยวไคหรือปีศาจผีร้ายตนไหนที่จะหลุดคาถานี้ไปได้เลยแม้สักตนเดียว กล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของคาถาสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ต้นจนจบ...
            "เอาไงต่อดีครับท่ายยูคาริ!?" โยว์คิเองก็เริ่มร้อนรนขึ้นเช่นกัน
            "อีกทีก็แล้วกันโยว์คิ! ฉันจะลองใช้คาถานี้อีกที!!" ยูคาริยังคงดึงดันที่จะผนึกต่อไป มาถึงตอนนี้แล้วการถอยไม่ใช่คำทางเลือกที่ดี คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงทางเดีนเท่านั้นคือทำพิธีให้สำเร็จให้ได้ "ถึงจะล้มเหลว แต่คาถาผนึกก็ทำให้มันบาดเจ็บไปเยอะแล้ว ลองอีกครั้งคงจะได้เรื่องน่า"


            ..................................................


            ยูคาริเริ่มร่ายคาถาเดิมซ้ำอีกครั้ง วงเวทขนาดกว้างก็ขึ้นรอบต้นไซเกียวอายาคาชิเป็นครั้งที่สอง...
            ทว่าหนนี้ไซเกียวอายาคาชิไม่ปล่อยให้เริ่มร่ายได้ง่ายๆเช่นเดิมอีกแล้ว มันเริ่มต่อต้านอย่างสุดกำลังโดยใช้รากน้อยใหญ่งัดพื้นดินขึ้นมาโจมตีนัวเนียจนทำให้ยูคาริต้องหลบหลีกพัลวัน
            แต่ถึงอย่างนั้นการโจมตีชุดนี้ก็ไม่อาจที่จะหยุดการร่ายคาถาของยูคาริได้ อย่างดีสุดก็เป็นเพียงการถ่วงเวลาให้พิธีเสร็จช้าลงไปเท่านั้น...

            เรื่องทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดีอีกครั้ง แต่แล้วเรื่องทั้งหมดก็กลับตาลปัดเมื่อในจังหวะหนึ่งนั้นเอง รากเส้นหนึ่งของไซเกียวอายาคาชิได้ขุดไปโดนสิ่งหนึ่งขึ้นมาโดยบังเอิญ...
            มันเป็นสิ่งที่ยูคาริเคยฝังเอาไว้เมื่อสิบปีก่อน... สิ่งนั้นที่เป็นโครงกระดูกที่แห้งกรัง... โครงกระดูกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทของเธอเอง...
            โครงกระดูกของยูยูโกะ...

            โครงกระดูกนั้นถูกงัดลอยผ่านยูคาริไปเพียงไม่ถึงเมตร ซึ่งการที่เห็นโครงกระดูกเพื่อนรักพุ่งผ่านไปแบบต่อหน้าต่อตาก็ทำให้เธอสมาธิแตกในทันที...
            "ยูยูโกะ...!?" เธอหันกลับไปมองโครงกระดูกที่อยู่ข้างหลังห่างออกไปด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

            ช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่ไซเกียวอายาคาชิสังเกตได้ว่าศัตรูหยุดร่ายคาถาไปและกำลังเหม่อไปยังโครงกระดูกอยู่... มันก็ไม่ปล่อยให้โอกาสอันดีนี้หลุดลอยไป
            รากเส้นหนึ่งถูกสบัดมาจากทางด้านข้างหมายพุ่งฟาดไปทางยูคาริเต็มกำลัง
            "แย่แล้ว! ท่านยูคาริ!!" โยว์คิตะโกนร้องเตือนเสียงดังลั่น "ระวังด้านข้างครับ!!"
            "อ๊ะ!?" ยูคาริสะดุ้งได้สติกลับมาทันที แต่ทว่ามันก็ช้าเกินไปเสียแล้ว...

            เปรี้ยง!

            รากไม้ฟาดเข้าที่ขมับด้านขวายูคาริอย่างจัง...
            การกระแทกอันรุนแรงทำให้ยูคาริปลิวออกไปด้านหลังแล้วไถลไปนอนกองใกล้ๆกับโครงกระดูกของยูยูโกะเพื่อนสนิท...
            "ท่านยูคาริ!?" โยว์คิตะโกนร้องเสียงหลง มันจะเป็นเรื่องใหญ่มากหากผู้ทำพิธีคนสำคัญเกิดเป็นอะไรไป

            โยว์คิพยายามร้องเรียกสติ ขณะที่สองเท้าก็ย่างก้าววิ่งเข้าไปหาเพื่อดูอาการโยว์ไคสาวพันปีนางนั้น
            หากแต่ทั้งรากและภูตผีเสื้อต่างก็กรูกันเข้ามาขัดขวางไม่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตัวยูคาริได้ง่ายๆ

            ในขณะที่ทางด้านยูคารินั้นเอง...
            เธอได้นอนหลับตาแน่นิ่งสนิท ไม่มีการขยับหรือเคลื่อนไหวใดๆ จะมีการเคลื่อนไหวก็เพียงเลือดสีแดงเข้มที่กำลังไหลออกมาจากหน้าผากลงมาเปรอะผมสีเหลืองทองสวยงามของเธอเพียงเท่านั้น และยังคงไหลรินออกมาเรื่อยๆตราบที่หัวใจยังคงเต้นอยู่
            หากแต่ว่าในส่วนของสตินั้นได้หลุดลอยไปก่อนหน้านี้เสียแล้ว...

---------------------------------------------------

Edit by K.W.E. - 11 ธ.ค.49 เวลา 06:18:27 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 13 พ.ค.49 เวลา 03:39:32 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

bekung
BONESแฟนคลับ

ตอน 5 ล่ะ!
/me ไปหลบเพลงดาบคอนปากุต่อ (อร้าก)

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 13 พ.ค.49 เวลา 04:20:58 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ